พัทยาเดลีนิวส์

01 ตุลาคม 2553 :: 14:10:32 pm 39344

ส่งต่อ “อำนาจ”ทบ.จัดลา”อนุพงษ์”ยิ่งใหญ่

วันที่ข้าราชการประจำหลายคน ต้องอำลาหน้าที่ ในวัยเกษียณ ตำแหน่งใหญ่เพียงใด สุดท้าย วันที่ต้องถอดหัวโขนก็ต้องมาถึง ท่ามกลางไฟการเมือง หลังการปฏิวัติยึดอำนาจ ที่สุดแล้ววันที่ 30 ก.ย.ก็เป็นอีกวันที่ “บิ๊กป๊อก”จะส่งมอบอำนาจนี้ให้กับ “น้องรัก”อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.แทน
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ-วานนี้ (30 ก.ย. 53) กองทัพบกจัดพิธีอำลาและส่งมอบหน้าที่ ระหว่างพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ที่เกษียณอายุราชการ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เข้ารับตำแหน่งผบ.ทบ.คนใหม่ ที่กองบัญชาการทหารบก(บก.ทบ.)

ทั้งนี้พล.อ.อนุพงษ์เข้าสักการะศาลพระภูมิ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าหอประชุมกิตติขจรภายในบก.ทบ. มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วย (ผช.) ผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.)พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง เสธ.ทบ. ร่วมสักการะ หลังจากนั้นเป็นพิธีลงนามเอกสารมอบหน้าที่ และการบังคับบัญชาให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งดำรงตำแหน่งผบ.ทบ. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป

ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวในพิธีการรับ-ส่งมอบตำแหน่งว่า ขอแสดงความยินดีด้วยความจริงใจในการรับราชการในกองทัพบกได้ตระหนักเสมอ ถึงเกียรติที่ได้รับและบทบาทหน้าที่การรับผิดชอบอันสำคัญ ที่มีต่อสถาบันหลักของชาติ และพี่น้องประชาชน ทุกภารกิจที่ได้รับปฏิบัติมาตลอดชีวิตรับราชการ เป็นความภาคภูมิใจในการทำงานในฐานะทหารของชาติ ที่มุ่งหวังให้ชาติบ้านเมืองมีความมั่นคงสงบเรียบร้อย ปราศจากภัยคุกคามที่บั่นทอนความเข้มแข็งและความมีเสถียรภาพของชาติทุกรูปแบบ

“ แม้ผมจะพ้นหน้าที่จากกองทัพไป แต่อุดมการณ์ของการเป็นทหารจะยังคงอยู่และพร้อมเสมอที่จะมีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของกองทัพบกด้วยความเต็มใจยิ่ง เพื่ออำนวยประโยชน์ให้กับส่วนรวมให้กับประเทศชาติต่อไป ผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ผบ.ทบ.ท่านใหม่จะพัฒนากองทัพ นำความเจริญก้าวหน้า ดำรงไว้ซึ่งการเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี รวมทั้งมีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจ ตามปณิธานที่ยึดถือไว้อย่างต่อเนื่องในการพิทักษ์ รักษาเอกราช อธิปไตยของชาติ ทำนุบำรุงศาสนา เทิดทูลปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และสร้างความสุข  ให้เกิดแก่ประชาชนอย่างยั่งยืนตลอดไป ”

ความสัมพันธ์ของบุคคลทั้ง 2 คน คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณมาก เพราะเป็นที่รู้กันดีกว่า สองพี่น้อง “บูรพาพยัคฆ์”เดินมาในสายเดียวกัน แทบจะเหยียบรอยเท้ากันมาและที่สุด “น้องรัก”ก็ได้ขึ้นมาเป็น “ผบ.ทบ.”สมใจอยากของรุ่นพี่ที่วางหมากไว้ตั้งแต่ต้น

ตามด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอน้อมรับหน้าที่อันสำคัญนี้ ด้วยความสำนึกในการรับผิดชอบเป็นอย่างยิ่ง ในโอกาสที่ ผบ.ทบ. จะต้องเกษียณอายุราชการ ตนพร้อมกำลังพลในกองทัพบกทุกนาย ต่างรู้สึกอาลัยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยประจักษ์ดีว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นทหารอาชีพ ที่เปี่ยมด้วยอุดมการณ์อันแน่วแน่ ในการทุ่มเทและเสียสละ เพื่อความสงบสุข และความมั่นคงของชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง ตลอดจนให้ความสำคัญสูงสุดต่อการแสดงความจงรักภักดี และการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย

“ ในการปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ทบ.ต่อไปนั้น ผมขอยืนยันต่อท่านทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นี้ และที่กำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญของชาติ ที่อยู่ในที่ต่างๆ เราจะสานต่อนโยบาย ของท่าน ผบ.ทบ.อย่างเต็มความสมารถ และจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต พร้อมที่จะเสียสละส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยความเป็นธรรมรวมทั้งพัฒนากองทัพบกให้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้สมกับเป็นสถาบันหลัก ในการปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติ และราชบัลลังก์สืบไป”

จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ จะร่วมรับประทานอาหารร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ 5 เสือ ทบ. และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ก่อนที่จะเดินทางกลับในเวลา 13.00 น.  ระหว่างเดินทางกลับ กองบัญชาการกองทัพบกจัดกำลังพลส่งพล.อ.อนุพงษ์ด้วยการตั้งแถวซ้าย-ขวา ตั้งแต่บริเวณตึกกองบัญชาการจนถึงบริเวณหน้าประตูทางเข้าของกองบัญชาการกองทัพบกเพื่อเป็นเกียรติและสดุดีพล.อ.อนุพงษ์ ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์นั่งรถคันเดียวกันกับพล.อ.อนุพงษ์เพื่อเป็นการส่งพล.อ.อนุพงษ์ด้วย  โดยเปิดกระจกหลังให้กำลังพลที่ไปยืนรอส่งได้เห็นหน้าพล.อ.อนุพงษ์ที่ยิ้มแย้มเป็นพิเศษ ขณะที่มีรถทีมรักษาความปลอดภัยขนาบหลัง

จากนี้ไปอำนาจทางทหารที่ถูกเปลี่ยนมือ จะยังคงรับใช้ทางการเมืองหรือไม่ ยังต้องติดตาม เพราะเวลานี้มีงานหินหลายงานที่รอ ผบ.ทบ.คนใหม่ พิสูนจ์ฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นเหตุระเบิดรายวันที่กำลังเป็นปัญหาหนักอก ของฝ่ายความมั่นคง

การจะประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิก หรือแม้แต่การเคลื่อนไหวใต้ดินของกลุ่มคนบ้างกลุ่ม ที่ยังเป็นอุปสรรคท้าทายอำนาจรัฐในเวลานี้ ที่สำคัญกรณีอาวุธในคลังแสงที่ลพบุรี หายไปนั้นยังเป็นอีกหนึ่งประเด็น ที่กองทัพต้องจับกุมทหารนอกรีดมาดำเนินคดี เพราะนี้เป็นการ “ตบหน้า”ฉาดใหญ่ ที่กองทัพจะยอมไม่ได้

ภารกิจเหล่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ทราบดีแล้วอยู่ในวงบัญชาการมาโดยตลอด ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่งานเหล่านี้จะถูกสาน ต่อให้สัมฤทธิ์ผล เพี่อพิสูจน์การเป็นผบ.ทบ.ที่ได้รับความไว้ใจจากรุ่นพี

ขณะเดียวกันในพิธีส่งมอบหน้าที่ ผบ.ทบ. ที่กองบัญชาการกองทัพบก ดูเหมือนพิธีจะจัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้ง ที่ผบ.ทบ.ต้องอำลาตำแหน่ง อาจเป็นเพราะการอยู่ในตำแหน่งของ “บิ๊กป๊อก”ค่อนข้างยาวนาน และผูกพัน กับผู้ใต้บังคับบัญชา งานจึงลากยาว

เห็นแล้วหลายคนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว งานนี้บอกได้เลย ว่าซึ้งกินใจจริง แต่คนที่หนักใจคงเป็น ผบ.ทบ.คนที่ 37 อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องรับศึกหนักยาวถึง 4 ปี

ถึงอย่างไร “พัทยาเดลีนิวส์” ต้องขอแสดงความยินดี และเอาใจช่วย “ผบ.ทบ.คนใหม่” และขอเป็นกำลังใจให้ ผบ.ทบ.คนเก่า มา ณ ที่นี้ด้วย

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com