พัทยาเดลีนิวส์

02 ตุลาคม 2555 :: 09:10:10 am 89208

หนุ่มสจ๊วต บุกเดี่ยวปล้นร้านทองกลางเมืองพัทยา

หนุ่มสจ๊วตล้างจานอยู่ที่ครัวการบิน การบินไทย ห้าวหาญบุกเดี่ยวเข้าชิงทองในร้านทองของสมาชิกสภาเมืองพัทยา แต่พลาดถูกกระจกบาดเอ็นขาขาดไม่สามารถนำทองออกไปได้ มิหนำซ้ำกลับถูกเจ้าของร้านและชาวบ้านละแวกใกล้เคียงช่วยกันจับตัวและรุมประชาทัณฑ์จนอ่วม
สนใจโฆษณา

พัทยา-วานนี้ (1 ต.ค. 55) เมื่อเวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจศุนย์วิทยุประจำ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทองทองดีเยาวราช เลขที่ 70 / 6 ปากซอยพัทยากลาง 9 ใจกลางเมืองพัทยา ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานไปยัง พ.ต.ท.วิทยา ยืนยง สวป.สภ.เมืองพัทยา ให้รีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปตรวจสอบที่เกิดพร้อมแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาให้ทราบเรื่องเหตุทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุพบประชาชนมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก ตรวจสอบว่ากระจกประตูร้านทองแตกกระจายเกลื่อนพื้นและมีคราบเลือดหยดอยู่ทั่วบริเวณเป็นจำนวนมาก ภายในร้านพบเจ้าของร้านทองทองดีเยาวราช ซึ่งกำลังอยู่ในอาการตกใจ นั่งรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อนายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ อายุ 50 ปี สมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่หัวเข่าด้านขวา

สอบถามนายบรรจง ให้การเล่าว่าระหว่างเกิดเหตุตนเองอยู่ด้านหลังร้าน ปล่อยให้ญาติคือนางสาวเนาวรัตน์ อภิวรรณธนาพร อายุ 49 ปี อยู่เฝ้าหน้าร้าน ระหว่างนั้นได้มีลูกค้าพร้อมเด็กหญิงเข้ามาจำนำสร้อยทอง กำลังยืนรอการเช็คราคาทองอยู่ จู่ๆ ได้มีคนร้ายใช้เสื้อยืดสีดำคลุมศีรษะแบบมิดชิด สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์ บุกเดี่ยววิ่งเข้ามาพยายามเปิดประตูร้าน แต่ไม่สามารถเข้ามาในร้านได้เนื่องจากประตูนั้นเป็นระบบล๊อคอัตโนมัติ ทำให้คนร้ายใช้มือกระชากที่ประตูกระจกร้าน ที่มีความหนา 1 ซม. อยู่หลายครั้งจนประตูกระจกร้านแตกกระจาย แล้วคนร้ายก็กระโดดข้ามประตูกระจกเข้ามาด้านใน จนถูกประตูกระจกบาดเข้าที่เอ็นขาจนเลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ

 

จากนั้นคนร้ายจึงจู่โจมเข้ามาที่เคาน์เตอร์เพื่อจะพยายามกระโดดข้ามเข้ามาภายในจุดโชว์ทองคำ แต่ระหว่างนั้น คนร้ายซึ่งได้รับบาดเจ็บ ได้ถูกนางสาวเนาวรัตน์ พยายามป้องกันโดยการเอะอะโวยวายและขัดขืนต่อสู้กับคนร้าย จึงโดนคนร้ายต่อยเข้าที่เบ้าตาขวาได้รับบาดเจ็บ เมื่อตนได้ยินจึงรีบวิ่งออกมาจากด้านหลังร้าน จนเกิดการต่อสู้กันเกิดขึ้นกับคนร้าย แต่คนร้ายอยู่ระหว่างได้รับบาดเจ็บจึงพลาดท่าล้มลงกองกับพื้น พวกตนจึง ได้ตะโกนให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงในที่เกิดเหตุมาช่วยเหลือ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเห็นเข้าพากันเข้าช่วยกันจับตัวคนร้ายและพากันรุมประชาทัณฑ์คนร้ายและควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้ดังกล่าว จากนั้นจึงรีบแจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือ ส่วนคนร้ายนำตัวส่งไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลบางละมุงทันที

ทราบชื่อคนร้ายต่อมาคือนายกรุงไกร จิตตานนท์ อายุ 32 ปี บ้านเดิมอยู่กรุงเทพฯ ให้การอ้างว่าทำงานเป็นสจ๊วตล้างจานอยู่ที่ครัวการบิน การบินไทย ได้รับบาดเจ็บถูกประตูกระจกบาดที่เอ็นขาจนขาดและมีบาดแผลแตกที่ศีรษะและมีอาการบวมช้ำทั่วใบหน้าและร่างกายเนื่องจากถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ แพทย์โรงพยาบาลบางละมุง ช่วยทำการ พบว่าต้องเย็บแผลกว่า 20 เข็ม จากนั้นแพย์ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวกลับเนื่องจากอาการไม่สาหัสมากนัก

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา โดยนายกรุงไกร จิตตานนท์ ผู้ต้องหา ให้การด้วยอาการคล้ายกับว่ามีอาการทางประสาท ให้การว่าตนทำงานเป็นสจ๊วตล้างจานอยู่ที่ครัวการบิน การบินไทย หลังเลิกงานตนก็นั่งรถมาจากกรุงเทพมาพัทยาเพื่อมาหาญาติซึ่งเป็นทหารและตำรวจ โดยมาถึงเมื่อช่วง 18.30 น. จากนั้นก็เดินมาเรื่อยๆจนมาเห็นร้านทองที่เกิดเหตุเปิดอยู่มองเข้าไปก็เห็นว่าทางร้านไม่ได้ติดกรงเหล็กกั้นกันขโมยเอาไว้ในร้านเหมือนร้านทองอื่นๆ ตนจึงคิดว่าจะเข้าไปฉกเอาทองในร้านเพราะหวังดีที่จะให้เจ้าของร้านทองรู้ว่าต้องสมควรติดลูกกรงกั้น ป้องกันขโมยเหมือนอย่างร้านทองทั่วไป เพราะเบื้องลึกตนรู้สึกสงสารเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องตามจับคนร้ายปล้นร้านทองเวลาโดนปล้น ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ก็ยืนยันว่าที่ก่อเหตุขึ้นนั้นแค่ต้องการจะมาฉกทองเพื่อให้เจ้าของร้านรู้เอาไว้ว่าควรระวังและติดกรงเหล็กกั้นป้องกันคนร้ายเอาไว้เท่านั้น ไม่มีเจตนาร้ายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตนเองไม่มีอาวุธและไม่มียานพาหนะหรือเพื่อนร่วมแก๊งที่ร่วมก่อเหตุ แต่ตอนบุกเข้าไปในร้านนั้นประตูล๊อคจึงพยายามดันประตูจนประตูกระจกแตกและเข้าไปเพื่อจะฉกทองแต่ก็หนีไม่รอดทั้งบาดเจ็บถูกกระจกบาดและถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ ดังกล่าว

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหารายนี้ และยังไม่สรุปว่าผู้ต้องหาเจตนาก่อเหตุหรือมีอาการทางประสาท และจากการตรวจสอบประวัติก็ไม่พบว่าผู้ต้องหรายนี้ไม่เคยมีประวัติเสียหรือเคยก่อเหตุร้ายใดๆมา แต่การก่อเหตุนั้นชัดเจนและผิดกฎหมายจึง แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาชิงทรัพย์ จากนั้นจึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com