พัทยาเดลีนิวส์

27 พฤษภาคม 2553 :: 13:05:55 pm 20431

หลักฐานชัด พรางชมพู “สัญญาณบอกฝ่าย”

เปิดหลักฐานภาพหน้าวัดปทุมวนาราม ทหารสวมหมวกเหล็กติดสติ๊กเกอร์สีชมพู ซุ่มอยู่ตั้งแต่เย็นวันที่ 19 พ.ค. ถึงเช้าวันที่ 20 พ.ค. ซึ่งเป็นสติ๊กเกอร์แบบเดียวกับที่ทหารชุดสลายม็อบติดหมวกเป็น"สัญญาณบอกฝ่าย" ไม่ให้สับสน กลายเป็นหลักฐานขัดแย้งกับที่ฝ่ายรัฐอ้างเป็นโจรที่ก่อเหตุฆ่า 6 ศพซุ่มอยู่บนรถไฟฟ้า หลายองค์กรจี้ตั้งกก.อิสระสอบสวน คัดเลือกบุคคลที่สังคมยอมรับมาร่วมสอบโดยไม่ขึ้นกับรัฐบาล มูลนิธิกระจกเงาเผยมีคนสูญหายอีกหลายสิบคนยังไม่ทราบชะตากรรม
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (27 พ.ค. 53) ความคืบหน้าการเสียชีวิตของผู้ชุมนุม และคดีฆ่าปริศนา 6 ศพ ในวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 25 พ.ค.นายไพโรจน์ พลเพชร เลขาธิการ สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ซึ่งเคยทำงานด้านสิทธิมนุษยชนมาอย่างยาวนาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเกิดจลาจลในประเทศไทย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 80 ราย รวมถึงความสงสัยของผู้เสียชีวิต 6 ราย ที่วัดปทุมวนารามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดการสูญเสีย ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. จนถึงวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา รวมผู้เสียชีวิต 6 ราย ที่วัดปทุมฯ สามารถอธิบายได้หลายทางมาก ฝ่ายหนึ่งบอกว่ารัฐบาลสั่งให้ทหารยิง ฝ่ายหนึ่งบอกว่ามีกองกำลังติดอาวุธ พร้อมกับมีคำถามตามมาอีกว่า แล้วตกลงใครยิงประชาชน ดังนั้นสิ่งสำคัญตอนนี้ที่สังคมต้องเร่งทำมากกว่าจะมาบอกว่าใครผิด ใครถูก ใครควรรับผิดชอบคือการทำความจริงให้ปรากฏ โดยการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“คณะกรรมการอิสระที่ตั้งขึ้น ต้องไม่ขึ้นตรงกับฝ่ายรัฐบาล แต่ควรเป็นบุคคลจากหลายภาคส่วน ที่ได้รับการยอมรับจากสังคม เป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องการสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงต้องมีความเสียสละและเป็นกลาง เพราะว่าการมาทำงานในจุดที่สังคมมีความแตกแยกอย่างรุนแรง ต้องมีคำถามเรื่องความเป็นกลางเกิดขึ้น ในส่วนของการสืบหาข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการอิสระ ต้องสืบสวนจากประชาชนผู้เห็นเหตุการณ์ ประชาชนที่มาชุมนุม รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้มีข้อมูลที่ครบถ้วน” นายไพโรจน์ กล่าว

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า เมื่อตั้งคณะกรรม การอิสระแล้ว ต้องนำข้อมูลจากทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในการชันสูตรศพมาพิจารณาด้วย เพื่อความถูกต้องแม่นยำว่าสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนเกิดจากสาเหตุใด ส่วนใครจะต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดว่ารอให้ความจริงปรากฏก่อน หากเป็นนักการเมืองก็ต้องเอาผิดกับผู้สั่งการ หากเป็นแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็เอาผิดในฐานะเป็นแกนนำที่พาประชาชนมาเสียชีวิต

นายสมชาย หอมลออ ประธานคณะกรรม การรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) กล่าวว่า โดยหลักการแล้วทางนักสิทธิมนุษยชนมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตจากชายชุดดำ หรือเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐทำเกินกว่าเหตุ ทางรัฐบาลต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าสาเหตุของการเสียชีวิตมาจากสาเหตุใด และต้องจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จาก 6 ราย ที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม จากการรายงานของผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นนักข่าวภาคสนามในพื้นที่ และในพื้นที่ใกล้เคียง ยังมีความสับสนอยู่ อย่างสื่อมวลชนต่างประเทศ รายงานข่าวและปักใจเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของเจ้าหน้าที่ทหาร ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏเลยว่า เป็นฝีมือจากฝ่ายไหนเป็นผู้กระทำ

ด้านศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงาได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ตั้งแต่วันที่ 24-26 พ.ค. ว่า มีผู้มาร่วมชุมนุมของนปช. หายไปจากบ้าน 25 ราย โดยครอบครัวเห็นว่าการชุมนุมยุติลงแล้ว แต่ญาติไม่ได้กลับบ้าน จึงโทร.มาแจ้งกับศูนย์ เบื้องต้นอยากเสนอให้ตั้งคณะกรรมการเรื่องคนหายจากเหตุการณ์ทางการเมือง เป็นคณะกรรมการกลาง ที่มีทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ หน่วยงานภาครัฐ เอ็นจีโอที่เกี่ยวข้องและตัวแทนกลุ่มเสื้อแดง เพื่อให้เกิดเอกภาพเครือข่ายในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่รับแจ้งคนหายจากเหตุการณ์ ไม่ว่าสนนท. มูลนิธิด้านประชาธิปไตย กทม. หรือ ศอฉ.ทำให้ตัวเลขกระจัดกระจาย ข้อมูลดูไม่น่าเชื่อถือได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนประชุมศอฉ. ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เป็นประธานที่กองบัญชาการทหารบก มีการประชุมภายในของหน่วยข่าวและฝ่ายยุทธการ เพื่อเตรียมข้อมูลในด้านการปฏิบัติการทางทหารที่มีการกระชับพื้นที่ เพื่อชี้แจงต่อรัฐสภา โดยให้หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองการปฏิบัติการของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31รอ.) ที่กระชับพื้นที่จากแยกปทุมวันมาแยกราชประสงค์ โดยหน่วยรบพิเศษได้ชี้แจงเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารกับกลุ่มก่อการร้าย ที่บริเวณวัดปทุมวนารม และยืนยันว่าไม่มีการยิงเข้าไปในวัดปทุมวนาราม เพราะเข้าถึงเพียงแค่สถานีรถไฟฟ้าสถานีสยามเท่านั้น เนื่องจากกำลังของ ร.31รอ. ยังไม่ได้เคลื่อนเข้าไปในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า ในวันที่ ศอฉ.สั่งให้ทหารกระชับพื้นที่เข้ากดดันผู้ชุมนุมนปช.ที่ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น กำลังพลทั้งหมดที่เข้าปฏิบัติการได้ติดสติ๊กเกอร์สีชมพูสะท้อนแสงไว้ที่หมวกเหล็ก ซึ่งทางการทหารเรียกว่า”สัญญาณบอกฝ่าย” เพื่อให้รู้ว่าเป็นทหารฝ่ายเดียวกัน อีกทั้งป้องกันฝ่ายตรงข้าม หรือมือที่สาม แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่เข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ซึ่งการติดสัญญาณบอกฝ่ายนั้น นอกจากที่หมวกแล้ว ยังผูกริบบิ้นที่หัวไหล่ด้วย และจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน อย่างวันที่ 19 พ.ค. ทหารทั้งหมดที่เข้าปฏิบัติการกระชับพื้นที่ติดสติ๊กเกอร์สีชมพูที่หมวก

รายงานข่าวแจ้งว่าจุดที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดี 6 ศพที่วัดปทุมวนาราม เป็นภาพถ่ายในเวลา 18.30 น. วันที่ 19 พ.ค. ที่มีผู้บันทึกเห็นคนอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสบริเวณหน้าวัด แต่งกายคล้ายทหารและสวมหมวกเหล็กติดสติ๊กเกอร์เหมือนกับฝ่ายทหารในวันนั้น จากหลักฐานพบว่าทหารกลุ่มดังกล่าวอยู่ประจำต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 20 พ.ค. ซึ่งมีการเข้าเคลียร์พื้นที่ในวัดก็ยังเห็นภาพทหารประจำการอยู่จุดเดิม

ที่มา : ข่าวสด

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com