พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
28 มีนาคม 2553 :: 14:03:02 pm 12695

อนุพงษ์ สั่งถอนทหาร 8 จุด เลี่ยงปะทะ “แดง” 5 หมื่น

ม็อบเสื้อแดงประกาศบุกราบ 11 วันนี้รอบสอง เตรียมปิดล้อมกดดันนายกยุบสภา แดงได้เฮระดมพลได้ตามเป้า รุก 8 จุดขับไล่ทหาร แกนนำพร้อมเปิดเจรจารัฐบาล นายกไม่รอบินราชการด่วนที่บรูไน วันจันทร์นี้

กรุงเทพฯ – วันนี้ (28 มี.ค. 53) นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ปราศรัยบนเวทีผ่านฟ้าว่า จุดที่เราเอาทหารออกไป ต้องไม่เอาเข้าไปอีก ในวันที่ 28 มี.ค.เราจะไปกรมทหารราบที่ 11 เช้าตรู่จะให้ชุดของนายขวัญชัย ไพรพนา และคนรักอุดรธานีไปล้อมไว้ก่อน และเราจะตามไปรายล้อมทั้งสี่ด้าน หากนายอภิสิทธิ์หนีอีกจะทำอย่างไร ตนก็ถามพี่น้องว่าจะทำอย่างไรดี ให้รู้ว่าจะพ้นมือประชาชนได้หรือไม่ หากจบในวันพรุ่งนี้ บ้านเมืองก็ไม่บอบช้ำ คนที่ไปก็ไม่กลัวการล้อมปราบของรัฐบาล

นายจตุพรกล่าวต่อว่า การเดินทางไปกรมทหารราบที่ 11 เป็นจุดที่นายอภิสิทธิ์ได้เปรียบมากที่สุด มีกำลังมากที่สุด เราไปแบบมือเปล่า ข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงมีข้อเดียว คือการยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน วันพรุ่งนี้เมื่อเราไปถึงที่จะทำตัวเป็นมะกอกสามตะกร้าอีกหรือไม่ ตนหวังว่าพรุ่งนี้จะเป็นจุดจบการชุมนุม เราจะเปิดโอกาสให้ไปหาเสียงได้ เราสัญญา มันจะน่าสมเพชหนักถ้าไม่ยอมเจรจา พรุ่งนี้เราเหนื่อยอีกหนึ่งครั้ง ต้องตั้งสติ ใกล้ปิดเกม

” การเจรจานี้หวังใจว่านายกรัฐมนตรีจะแสดงความจริงใจและตรงไปตรงมา โดยมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องติดต่อมาโดยตรงได้ทันที เพราะที่ผ่านมาเป็นการพูดจาผ่านทางทีวี เราก็พร้อมที่จะรับการติดต่อภายใต้ประเด็นต่าง ๆ เดินทางมาถึงจุดสูงสุด หวังว่าจะได้ข้อยุติที่ดี ทำให้บ้านเมืองพ้นกับดักความวุ่นวาย ไม่หวังให้เกิดความรุนแรง หาทางออกที่ดีที่สุดของบ้านเมืองได้ จุดยืนของนปช. แดงทั้งแผ่นดิน ให้นายกรัฐมนตรียุบสภา และจะดำเนินการเจรจาสันติวิธีโดยถึงที่สุด ทั้งนี้ ข้อยุติน่าจะได้ในวันนี้เลย แต่เราต้องดูท่าทีเนื้อหาสาระของการเจรจาด้วย ไม่อยากคาดการณ์ล่วงหน้า ต้องรอนายอภิสิทธิ์ก่อน ยังไม่พูดถึงการยกเลิกหรือไม่เลิกการชุมนุม การคาดการณ์ก่อนไม่ได้ช่วยอะไรเลยในสถานการณ์นี้ ยังแปลกใจอยู่บ้างว่านายอภิสิทธิ์หายตัวไป ขอให้ปรากฎตัวไว ๆ ถึงเวลาเจรจาก็ต้องมาแล้วกัน ”

ซึ่งบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เต็มไปด้วยความคึกคัก มีผู้ร่วมชุมนุมราว 5 หมื่นคน ประชาชนจำนวนมาก หลั่งไหลเข้าร่วมชุมนุมตลอดถนนราชดำเนิน อัดแน่นไปด้วยสีแดงของเสื้อและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ชุมนุมสวมใส่ กลายเป็นปรากฏการณ์แม่น้ำสายแดงทั่วบริเวณ บางส่วนชูป้ายสีแดงมีข้อความว่า สันติ อหิงสา ยุบสภา และข้อความภาษาอังกฤษว่า “Non violence Peace” ขณะเดียวกัน การจราจรรอบพื้นที่ชุมนุมติดขัดจนเกือบกลายเป็นอัมพาต เนื่องจากผู้ชุมนุมจำนวนมากต่างนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปในจุดชุมนุม เพื่อเข้าร่วมขบวนรณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ส่วนบนเวทีมีการผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยและร้องเพลงเพื่อปลุกเร้าผู้ชุมนุมตลอดเวลา

ส่วนทางด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในขณะนี้ว่า กรณีที่ทหารมีการถอนกำลังจาก 8 จุดนั้น ตนมองว่า เมื่อกำลังอยู่น้อยและมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก การจะไปแตกหักคงไม่ใช่เรื่อง เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่สาธารณะ และทุกคนเป็นพี่น้องคนไทยด้วยกัน ทำให้ทหารต้องถอนกำลังออกไป และมีการปรับกำลังกันบ้าง

“ขณะนี้เรามีจุดตรวจเพิ่มเป็น 300 จุด เฉพาะพื้นที่เขตกรุงเทพฯ 50 เขต เท่ากับว่าเขตหนึ่งจะมีเพียง 6 จุด ดังนั้นไม่มีทางควบคุมไม่ให้เกิดเหตุทุกที่ การกระจายกำลังมากเกินไป และนำรวมเป็นกลุ่มก้อนคงทำได้ค่อนข้างยาก ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่บนทางด่วนนั้น มีการทำงานร่วมกันระหว่างทหารและตำรวจ ซึ่งเราไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ดูแลบนทางด่วนแตกย่อยออกไปอีก ในเรื่องการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะบุกทหารราบที่ 11 นั้น ส่วนตัวตนเชื่อว่า เขาคงไม่บุก เพราะยืนยันว่า จะไม่เข้าสถานที่ราชการ ทั้งนี้เขาก็มีจุดยืนในการที่จะทำอะไร และสิ่งที่สำคัญคือ การยอมรับของคนในชาติ ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะส่งตัวแทนมาเจรจานั้น เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี

โดยในวันที่ 29 มี.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปทำภารกิจที่ประเทศบรูไน และบาห์เรน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงการเดินทางไปประเทศบูรไนของนายกรัฐมนตรี ว่ามีความสำคัญต่อบ้านเมือง และจำเป็นจะต้องไปปฏิบัติ

ต่อข้อถามว่า ในขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ แต่นายกฯกลับเดินทางไปต่างประเทศนั้น ยังมีภารกิจอะไรที่สำคัญกว่าการรักษาบ้านเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า นายกฯได้ซักซ้อมสั่งการ มอบหมายการทำงาน และเห็นว่ามีผู้ใหญ่ที่สามารถดูแลได้ นายกฯไม่ได้หนีสถานการณ์ การเดินทางของนายกฯไม่ได้ทิ้งบ้านทิ้งเมืองไป 7 วัน 10วัน แต่เป็นการเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นข้อกล่าวหาว่าหนีความรับผิดชอบ ยืนยันว่านายกฯติดตามสถานการณ์ที่ตนรายงานเกือบทุกชั่วโมง หากจำเป็นจะต้องประกาศกฎอัยการศึก ก็จะต้องประกาศในพื้นที่ ร.11 รอ. แม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะขยายตัวไปจุดอื่น

ที่มา : ข่าวสด , ไทยรัฐ

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com