พัทยาเดลีนิวส์

20 มกราคม 2554 :: 11:01:35 am 51856

อพท.ประชุมเครือข่ายภาคีทั่วประเทศ พัฒนาท่องเที่ยวชุมชน

ระดมพลังเครือข่ายภาคีทั่วประเทศ ร่วมกัน ต่อยอด พัฒนาศักยภาพเครือข่ายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งในและนอกพื้นที่พิเศษ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมภายใต้แผนปฏิบัติการ ๓ปี เพื่อประสานความเชื่อมโยงองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ พัฒนามหกรรมท่องเที่ยวชุมชน และสร้างกลไกความปรองดองแห่งชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
สนใจโฆษณา

สัตหีบ – วานนี้ (19 ม.ค. 54) ฯพณฯ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมท่องเที่ยวชุมชน และกลไกสร้างความปรองดองแห่งชาติ ณ สวนนงนุชพัทยา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา นายกัมพล ตันสัจจา กรรมการบริหาร อพท. และผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ให้การต้อนรับ

 

ซึ่งทางด้าน พันเอกดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน) กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการรวมพลังเครือข่ายภาคีทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนามหกรรมท่องเที่ยวชุมชน สร้างกลไกความปรองดองแห่งชาติ อีกทั้งการดำเนินโครงการการสนับสนุนเครือข่ายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับประเทศ ไปสู่เป้าหมายการประสานเชื่อมโยงในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ภูมิภาค และระดับประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น และพัฒนาองค์ความรู้ให้เครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมอนุรักษ์ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลอย่างยั่งยืน ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการ 3 ปี (พ.ศ.2552-2554) เพื่อให้เครือข่ายภาคีทุกภาคส่วนทั่วประเทศ รวมพลัง ร่วมมือจนเกิดการหนุนเสริมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการสร้าง และกำหนดกลไกความปรองดองแห่งชาติ           

ในการนี้ได้จัดให้มีการเสวนา  “พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  คุณค่าที่แท้จริงที่มากกว่าการท่องเที่ยว”  และสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ค้นหาคุณค่าพัฒนาสู่แผนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาทิเช่นจัด Workshop กลุ่มสัมมนาย่อย เครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน เครือข่ายผู้ประกอบการสีเขียว เครือข่ายเยาวชนเครือข่ายนักท่องเที่ยว และตลาดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เครือข่ายสื่อเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เกิดองค์ความรู้ตลอดจนประสบการณ์การทำงาน เกิดโครงการพัฒนาต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อการต่อยอดการดำเนินงานพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่กว้างขวางออกไป ภายใต้การวิเคราะห์ ทบทวน การประสานเชื่อมโยงองค์ความรู้ การดำเนินงาน และเครือข่ายภาคีดังกล่าวได้อย่างเป็นระบบ ตลอดจนกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายของการพัฒนาและสังคมให้เห็นความสำคัญและร่วมสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการเพื่อ สรุปบทเรียน 

 

และกำหนดทิศทางการการพัฒนา  การประสานเชื่อมโยงเครือข่ายภาคีพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับประเทศ   ตลอดจนนำเสนอรูปธรรมการดำเนินงาน  พร้อมเปิดตัวและแสดงพลังเครือข่ายภาคีพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสู่สาธารณะ  ในอันจะนำไปสู่ความร่วมมือและสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสู่สาธารณะต่อไป เพื่อนำเสนอรูปธรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของเครือข่ายภาคี  ในอันจะทำเกิดความเข้าใจ  เกิดทัศนคติที่ดี  ตลอดจนร่วมสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของเครือข่ายภาคี การขยายการรับรู้ ตลอดจนกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่กว้างขวางออกไป         

ฯพณฯ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการ และกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจำนวน 3 แห่ง คือ พื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้าง และพื้นที่เชื่อมโยง จ.ตราด  พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง และมีการเตรียมประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  จำนวน 4 แห่ง คือ  เมืองเก่าน่าน  เลย  อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร  และเมืองหัวหิน-เมืองชะอำ  การส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวชุมชน  จำนวน 6 แห่ง   คือ  บ้านท่าล้ง    บ้านวอแก้ว  บ้านบางโรง  บ้านห้วยสะพานสามัคคี  บ้านเกาะเกิด  และอำเภอเวียงเก่า การพัฒนาเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน จำนวน 9 แห่ง คือ  ตำบลพรุใน  ตำบลมะขามเฒ่า  ตำบลเชียงดาว  ตำบลเนินเพิ่ม  ตำบลเกาะเกร็ด  ตำบลอัมพวา   บ้านทาป่าเปา  ศูนย์พัฒนาการเกษตรที่สูงจังหวัดเลยและเครือข่ายสถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT-I) จึงต้องมีการเชื่อมโยง การสร้างเครือข่ายเยาวชน อพท.               

 

การสร้างเครือข่ายกลุ่มชมรมสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในลักษณะต่างๆ  โดยมีเครือข่ายภาคีเป้าหมายและมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท.  ประกอบด้วย  ชุมชน  หน่วยงานท้องถิ่น  องค์กรพัฒนาเอกชน  ผู้ประกอบการ   นักวิชาการ   ตลอดจนประชาสังคม อาทิเช่น เครือข่ายเยาวชน  เครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน เครือข่ายพัฒนาองค์ความรู้เครือข่ายนักท่องเที่ยว และเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดกลไกความปรองดองแห่งชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน

ซึ่งพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  คุณค่าที่แท้จริงที่มากกว่าการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดคุณค่าด้านเศรษฐกิจ  คุณค่าด้านสังคม/ชุมชน  คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม  หรือ “พลังเครือข่าย พลังแห่งพัฒนาการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน”               

และกล่าวอีกว่าผลที่ได้รับกลุ่มเป้าหมายรู้จักและเห็นความสำคัญของ อพท. ในฐานะหน่วยประสานการพัฒนาหรือเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพิ่มขึ้น เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อการดำเนินงานพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การท่องเที่ยวเป็นเส้นทางแห่งการปรองดองของพี่น้องชาวไทยทุกคน ผลของการดำเนินโครงการจะส่งผลถึงความร่วมมือ สมัครสมานสามัคคีในชุมชน อย่างแน่นอน

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com