พัทยาเดลีนิวส์

28 เมษายน 2553 :: 17:04:50 pm 16407

อลังการงาน ‘เวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 พร้อมอวดโฉมศาลาไทย

ประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับการจัดแสดงความงดงามยิ่งใหญ่ตระการตาผ่าน “อาคารศาลาไทย” ในงาน “เวิลด์ เอกซโป 2010” ซึ่งจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐ ประชาชนจีน
สนใจโฆษณา

“เวิลด์ เอกซโป” ถือเป็นงานนิทรรศการระดับโลกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก 5 ปี ในระยะเวลา 6 เดือน เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2394 โดยประเทศที่เป็นภาคีสมาชิกจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ประเทศที่เข้าร่วมงานกว่า 192 ประเทศทั่วโลก จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาจัดแสดง เพื่อบ่งบอกถึงศักยภาพของประเทศตนให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก  ทั้งในส่วนของสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และเทคโนโลยี ต่าง ๆ นับเป็นงานใหญ่ลำดับที่ 3 ของโลก รองจากการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ และการแข่งขัน ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ

งานแสดงนิทรรศการระดับนานาชาติ 2010 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน (World Expo sition Shanghai China 2010) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม พ.ศ. 2553 มีหัวข้อหลักคือ “Better City Better life : เมืองที่ดีกว่า ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น” เพื่อสะท้อนถึงการพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ ของสังคมมนุษย์ รวมทั้งการพัฒนาที่ยั่งยืนในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการจัดโดยสำนักงานมหกรรมโลก (Bureau of International Exhibition หรือ BIE) ซึ่งถือเป็นองค์กรระหว่างประเทศ

การเข้าร่วมงานนิทรรศการระดับโลก 2010 ประเทศไทยได้นำเสนอในหัวข้อ “ความ เป็นไทย : วิถีแห่งความยั่งยืนของชีวิต” หรือ “Thainess: Sustainable Ways of Life” มีการออกแบบสถาปัตย กรรม เป็นอาคารศาลาไทย จากแนวคิด “Thai Perspective” ซึ่งเป็นการหยิบยกเอาสถาปัตย กรรมและศิลปะของไทยมาผสมผสาน บนพื้นที่ 3,117 ตารางเมตร หรือกว่า 2 ไร่ โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบ

อิสสระ สมชัย รัฐ มนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงลักษณะเด่นของศาลาไทยว่า เป็นการนำเสนอความเป็นไทย เอก ลักษณ์ของไทย ผ่านรูปแบบอาคารและสถาปัตยกรรม ไทยด้วยแนวคิดทัศนีย ภาพอย่างไทย ประกอบกับการนำเสนอนิทรรศการด้วยเทคนิคอันทันสมัย ซึ่งสื่อ  ถึงความสามารถของคนไทยในการผสมผสานความงดงามแบบไทยเข้ากับความทันสมัยในปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน ด้วยงบประมาณ 599,990,000 บาท

“การเข้าร่วมงานของประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสในการเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศให้ปรากฏแก่สายตาชาวโลก ซึ่งไม่อาจจะประเมินค่าได้ นอกจาก จะแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของประเทศ ภายใต้กระแสการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่แล้ว  ยังก่อให้เกิดความเชื่อมั่น ในการลงทุนในประเทศ ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว”

การนำเสนอนิทรรศการภายในอาคารศาลาไทย  แบ่งออกเป็น 3 ห้อง โดยห้องแรก มีชื่อว่า จากต้นสายแหล่งกำเนิด” เป็นการบอกเล่าเรื่องราวความหลากหลายของวิถีชีวิตคนไทยจากทั่วทุกภาคของประเทศที่ผูกพันกับ สายน้ำ ถัดมาเป็น ห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ 2 ภายใต้แนวคิด “เกิดร้อยพันหลายวิถี” มีลักษณะให้ผู้เข้าชมได้เดินทางข้ามกาลเวลาแบบ 270 องศา บนจอภาพพาโนรามา สุดท้ายเป็น ห้องจัดนิทรรศการที่ 3 “หลอมรวมชีวิตสู่วิถีความเป็นไทย” ภายในห้องนี้จะได้พบกับประเทศไทยในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่ถึงแม้เปลือกนอกจะถูกฉาบด้วยเทคโนโลยี และความทันสมัยแบบต่างชาติ

ไทจะเป็นยักษ์มีตัว เป็นสีเขียว ซึ่งหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย ดวงตากลมโตแต่เรียวรี เปรียบเสมือนดวงตาของคนไทย ที่มุ่งมั่น และแฝงด้วยความเอื้ออาทร ส่วน กระบองใหญ่ที่ถือเป็นเหมือนกับกระบองวิเศษ สามารถเปลี่ยน รูปทรงเป็นสิ่งต่าง ๆ ได้มีอิทธิฤทธิ์ในการเนรมิตความสุข และความฝันให้สมหวัง

ยักษ์ไท จะยืนอยู่ด้านหน้าอาคารศาลาไทย โดยมีบุคลิกลักษณะน่ารัก น่าเอ็นดู แฝงด้วยเสน่ห์กิริยาอันสุภาพอ่อนน้อมแบบไทย เพื่อสร้างความสุขและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าชมนิทรรศการ   ที่มาพร้อม รอยยิ้ม ซึ่งเป็นรอยยิ้มสยาม ตามที่คนไทยได้รับการขนานนามไว้ เป็นยิ้มที่เปี่ยมด้วยความจริงใจแสดงถึงความสุข และความเป็นมิตรที่พร้อมมอบให้แก่เพื่อนร่วมโลก

ในงานครั้งนี้ มีเยาวชนไทยจำนวน 35 คน เป็นอาสาสมัครทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคณะทำงาน ทั้งในฐานะพนักงานและนักแสดงประจำอาคารศาลาไทย เพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศสมาชิกอื่น ๆ ที่เข้าร่วมงาน

นอกจากการก่อสร้างอาคารศาลาไทยแล้ว ยังได้มีการคัดเลือก รายการอาหารไทย ที่ได้รับความนิยม และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก โดยคำนึงถึงประโยชน์ของสมุน ไพรไทยใช้เป็นวัตถุดิบใน  การประกอบอาหาร จากครัว  การบินไทย ประกอบไปด้วยเมนูหลัก 5 รายการ ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้ง ข้าวซอยไก่ ผัดไทยกุ้งสด ข้าวกะเพราหมู และข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง เพื่อเป็นการเผยแพร่เสน่ห์ของอาหารไทยร่วมด้วย นับเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ประเทศไทยจะได้อวดโฉมความเป็นไทย ที่ยังคงความงดงามมีคุณค่าไม่แพ้ชาติใด ๆ ในโลก

ที่มา เดลินิวส์

Category : ข่าวท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com