พัทยาเดลีนิวส์

06 กันยายน 2553 :: 15:09:25 pm 35331

อาชญากรรมข้ามชาติ!!กับศูนย์ข้อมูลออนไลน์แค่ปลายนิ้ว

ปัจจุบัน ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า มนุษย์ได้ประโยชน์อย่างมหาศาล จากความเจริญทางเทคโนโลยี เช่นความก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์ และการสื่อสาร ที่ทำให้โลกนี้เล็กและแคบลงไปอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจาก การนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาสร้างเครือข่ายการติดต่อสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพที่เรียกว่า “อินเทอร์เน็ต” ทำให้ระบบ เศรษฐกิจการค้า และระบบการเมืองการปกครอง ถูกเปลี่ยนแปลง ถามว่า อะไรคือผลร้าย?
สนใจโฆษณา

คำตอบคือ “อาชญากรรมข้ามชาติ” ที่ถูกให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การเกิดขึ้นของอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าที่ใดๆ ก็ตาม จะเห็น การดำเนินธุรกิจสองประเภท ที่มีการดำเนินการควบคู่กันไป คือ ธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เรียกว่า “ธุรกิจบนดิน” ปฏิบัติการทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ตรงกันข้าม ธุรกิจอีกประเภทหนึ่ง เรียกว่า “ธุรกิจใต้ดิน” ปฏิบัติการทุกอย่างผิดกฎหมาย อาศัยช่องว่างของกฎหมายดำเนินกิจการนั้น โดยที่ไม่สนใจว่าจะส่งผลร้ายต่อสังคมหรือไม่ ที่สำคัญไม่เคยเสียภาษีให้กับรัฐ และหากธุรกิจใต้ดินนี้ขยายกิจการไปสู่รัฐอื่น หรือส่งผลต่อรัฐอื่นด้วยแล้ว เราก็จะเรียกธุรกิจนี้ด้วยภาษาที่สวยหรูว่า “อาชญากรรมข้ามชาติ”

มีรายงานว่าสถิติอาชญากรข้ามชาติที่หลบหนีเข้ามาในเมืองไทย มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าตกใจ  ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจาก

ประการแรก จำนวนอาชญากรเท่าเดิมหรืออาจะลดลงด้วยซ้ำแต่ ประสิทธิภาพในการจับกุมมีสูงขึ้น เพราะมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ สามารถส่งผ่านข้อมูลของชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย ไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ทั่วประเทศ จึงส่งผลให้ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่มีผลงานมากขึ้น

ประการที่สอง หรืออาชญากรมุ่งหน้ากันมาหลบซ่อนอยู่ในเมืองไทยมากขึ้น เนื่องจากเรามีกฎหมายที่ยังไม่รุนแรง และไม่บังคับใช้ ตลอดจนมีการทุจริต รับสินบนต่าง ๆ ทำให้อาชญากรสามารถติดสินบนเจ้าหน้าที่ได้ง่าย ๆ และในที่สุดก็หลุดคดี

.

เมื่อมีอาชญากรข้ามชาติเพิ่มขึ้น

แน่นอนว่าจะต้องส่งผลต่อสังคมและประเทศชาติ แสดงให้เห็นว่า กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ ตำรวจไม่มีความหมาย การเมืองและการปกครองในประเทศล้มเหลว ประชาธิปไตยถูกบั่นทอนและไร้ประสิทธิภาพ พลเมืองไม่มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน อิทธิพลเถื่อนเข้าแทรกแซง มีอำนาจเหนืออำนาจรัฐ

โลกดำเนินการอย่างไรต่อการเกิดขึ้นของอาชญากรรมข้ามชาติ

องค์การสหประชาชาติ ได้ออกกฎหมายระหว่างประเทศที่เรียกว่า “อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” (United Nations Convention against Transnational Organized Crime) เพื่อหวังจะให้อนุสัญญาฉบับดังกล่าวมีสภาพเหมือนกับรัฐธรรมนูญกฎหมายอาญา ของประเทศสมาชิกทุกประเทศ หรือเรียกว่าเป็นกฎหมายอาญาของโลก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการอย่างไรบ้างเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสมาชิกขององค์การตำรวจสากล มีประเทศสมาชิกทั้งสิ้นจำนวน 184 ประเทศทั่วโลกประเทศสมาชิกทั้งหมดสามารถติดต่อกันโดยตรงผ่านช่องทางการสื่อสารของ องค์การตำรวจสากลที่เรียกว่า I 24-7 (Information 24 hours and 7 days) ซึ่ง เป็นระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วและความปลอดภัยสูง ประเทศไทยเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมีประเทศสมาชิกจำนวน 10 ประเทศ โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นเป็นประจำทุกปี วาระหลักของการประชุมได้แก่ การให้ความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลร้ายแรง ต่อภูมิภาค

อันได้แก่ การลักลอบค้ายาเสพติด, การก่อการร้าย, การลักลอบค้าอาวุธ, การค้ามนุษย์, การฉ้อโกงทางทะเล, อาชญากรรมเกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์และบัตรเครดิต, อาชญากรรมคอมพิวเตอร์, การปลอมแปลงเอกสาร, การฉ้อโกงข้ามชาติ

ยกตัวอย่างคดีที่เคยเกิดขึ้น โดยมีการกระทำความผิดจากที่อื่นและหนีเข้ามาในประเทศไทย เช่นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 53 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากทางการกลุ่มประเทศนอร์ดิก ได้มีหนังสือลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ขอประสานความร่วมมือมายัง สตม.ประเทศไทยให้ติดตามตัวนาย คามราน อามินิ ( Mr.Kamran Amini) อายุ 37 ปี สัญชาติสวีเดน ซึ่งกระทำความผิดในข้อกล่าวหาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณสมบัติเป็นยา (มีส่วนผสมของยาเสพติด) ทางเว็บไซต์อินเตอร์เน็ต โดยผิดกฎหมายในระหว่างปี 2007-2009 ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายคิดเป็นเงินไทยถึง 37,580,000 บาท อ่านต่อที่นี่  http://tinyurl.com/24tf5t2

.

และอีกมากมายหลายคดี ที่มีการกระทำความผิดในประเทศ แต่มีผลประโยชน์ ในต่างประเทศ ลักษณะแบบเครือข่าย มีการติดต่อ เชื่อมโยง โดยมีผลประโยชน์ร่วมกัน

จังหวัดชลบุรี ได้มีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติขึ้น ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นแห่งแรก เนื่องจาก เมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีชาวต่างชาติเดินทางมาเข้ามามาก ประการที่สอง ตามสถิติจังหวัดชลบุรีติดอันดับหนึ่งที่มีการก่อคดีมากที่สุด โดยศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี มีการรวบรวมหมายจับทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อสะดวกในการนำข้อมูลต่างๆ ไปใช้ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

ศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติตรวจคนเข้าเมือง ได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ 4 ระบบ คือระบบ IM, ระบบ IMM, ระบบ POLLIS, และเครื่อง VSC 6000 (เครื่องตรวจหนังสือเดินทาง) ระบบเหล่านี้มีไว้เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลของบุคคลต่างด้าว และสนับสนุนงานสืบสวนและปราบปราม

การมีศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี จะใช้ได้ผลมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งประชาชน ผู้ให้ที่พักอาศัยแก่ชาวต่างชาติ โดยต้องแจ้งต่อ ตม. ทันที ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮ้าส์ หรือบ้านพักต่าง ๆ  อ่านต่อที่นี่ http://tinyurl.com/2eqttws

เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องต้องทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่ถือโอกาสใช้ข้อมูลของอาชญากรเหล่านั้น มาเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านผลงาน และทรัพย์สินเงินทองให้กับตนเองและพวกพ้อง อย่างเช่นกรณีเรื่องราว

เปิดโปง!! สินบน 12.7 ล้านบาทคดี ”ตุ๋ยเด็ก” ในเมืองพัทยา

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2552 นาย สมิธ [นามสมมุติ] อายุ 60 ปี ชาวสวีเดน และเพื่อนชาวสวีเดนอีก หนึ่งคน ชาวอังกฤษอีกหนึ่งคน ถูกจับในวันเดียวกัน ในคดีมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ถึง 3 คดีด้วยกัน ทั้งหมดถูกรวบโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายฝ่าย ที่สำคัญ เป็นผลงานของหน่วยปราบปรามข้ามชาติที่ร่วมมือกันระหว่างตำรวจสากลจากกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียและยุโรป เรียกว่า หน่วย “Snapper” อันเป็นหน่วยที่เอาจริงเอาจังกับการกำจัดพวก “ตุ๋ยเด็ก”

ด้านนาย GG. (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทชาวอังกฤษ ติดคุกในกรุงเทพฯ อยู่ 14 เดือน แต่ในที่สุดก็หลุดรอดออกมา (ตัดสินที่ศาลอาญา) หลังมีการพิพากษาเมื่อ วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 เวลา 10.30 น หลุดหมดทุกคดี ทั้ง ๆ ที่มีเอกสารหลักฐานมัดแน่นทั้งรูปเด็กชาย หลายชีวิต ทั้งในเมืองไทย เวียตนาม และกัมพูชา ที่ผ่านการชำเรามาแล้วทั้งสิ้น

ล่าสุดตอนนี้ก็บินปร๋อกลับบ้านเกิดโดยไม่มีคดีติดตัว คดีดังกล่าวหากหนี หรือถูกส่งกลับประเทศบ้านเกิด ที่นั่นพวกเขาจะต้องติดคุกยาว หรือตายในคุกก็เป็นได้ “พวกหัวงู ชอบประตูหลัง” พวกนี้จึงเลือกที่จะ “เคลียร์” ตัวเองในเมืองไทยง่ายกว่าเป็นไหนๆ!!

อ่านรายละเอียด เปิดโปง!! สินบน 12.7 ล้านบาทคดี ”ตุ๋ยเด็ก” ในเมืองพัทยา

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : กฏหมาย

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com