พัทยาเดลีนิวส์

23 มิถุนายน 2553 :: 13:06:10 pm 24173

อุทธรณ์ยืนคุก 100 ปี “เณรแอ” ขมังเวทย์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 100 ปี “เณรแอ” จอมขมังเวทย์ ฉ้อโกงประชาชน ลวงสาวทำไสยศาสตร์ เรียกคนรักกลับคืน ขณะที่กฎหมายจำคุกสูงสุดได้ 20 ปี ส่วนเจ้าตัวยังระรื่นยิ้มรับโทษ
สนใจโฆษณา

นสพ.คมชัดลึก รายงาน วันนี้ (23 มิ.ย. 53) ที่ห้องพิจารณาคดี 910 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นาย หาญ รักษาจิตร์ หรืออดีตเณรแอ อายุ 50 ปี เป็นจำเลย ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน กรณีระหว่างเดือน เม.ย.42 – 10 ก.ค.48 จำเลยโฆษณาชวนเชื่อ อวดอ้างว่าเป็นจอมขมังเวทย์ มีความสามารถทางไสยศาสตร์ ทำเสน่ห์ เรียกสามีหรือภรรยาให้กลับมาคืนดีกันได้ จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อ 33 ราย มอบเงินให้จำเลยรวม 910,000 บาทเพื่อทำไสยศาสตร์ โดยวันที่ 10 ก.ค.48 ตำรวจกองปราบปราม จับกุมจำเลยได้ที่บ้านพัก อ.หนองโดน จ.สระบุรี ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธโดยตลอด

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.49 ให้จำคุก จำเลย ฐานฉ้อโกง ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก กระทงละ 4 ปี รวม 25 กระทง รวมจำคุกเป็นเวลา 100 ปี คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 75 ปี แต่โทษตามความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษสูงสุดไม่เกิน 5 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วตามกฎหมายให้จำคุกสูงสุดได้ไม่เกิน 20 ปี ศาลจึงสั่งลงโทษจำคุกจำเลยไว้ทั้งสิ้นเป็นเวลา 20 ปี และให้ชดใช้ค่าเสียหายคืนแก่ผู้เสียหายทั้ง 25 ราย ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ประชุมปรึกษาหารือแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าโจทก์มีผู้เสียหาย 25 คน เบิกความเป็นประจักษ์พยานโดยมีเหตุผลสอดคล้องต้องกันโดยตลอด ขณะที่มีผู้เสียหายยืนยันว่า จำเลยไม่สามารถเรียกให้สามีคนรักกลับมาได้จริง ตามที่กล่าวอ้าง โดยบางรายยังถูกจำเลยกระทำล่วงละเมิดทางเพศด้วย ซึ่งจำเลยได้รับในอุทธรณ์ว่า เงินที่ได้มาเป็นค่ายกครู และอุปกรณ์ในการทำพิธี

นอกจากนี้ฝ่ายโจทก์ ยังมีนาง ชไมพร รักษาจิตร์ อดีตภรรยาของจำเลย เบิกความถึงพฤติกรรมของจำเลย ที่ล่วงละเมิดทางเพศกับผู้เสียหาย จนต้องทะเลาะกัน ถึงขั้นที่ นางชไมพร เคยยิงปืนขู่ขึ้นฝ้าเพดาน จนจำเลยต้องวิ่งหนีกระโดดออกหน้าต่างทำให้ขาหัก ก่อนที่นางชไมพร จะยื่นฟ้องหย่ากับจำเลยที่ศาลจังหวัดสระบุรี จึงเป็นเหตุที่สนับสนุนว่าจำเลยไม่มีอิทธิฤทธิ์ตามที่อวดอ้างในคำโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ จริง เพราะจำเลยเอง ยังไม่สามารถทำให้นางชไมพร รักกับจำเลยได้ แต่กลับต้องวิ่งหนีจนขาหัก การกระทำของจำเลยมีเจตนาหลอกลวงคนทั่วไปผ่านคำโฆษณา เพื่อเป็นประโยชน์แก่จำเลยเองโดยตรง รับฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาหลอกลวงเอาทรัพย์สินจากผู้เสียหาย ข้อต้อสู้ของจำเลย จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้วนายหาญ หรือ อดีตเณรแอ ถูกควบคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำคลองเปรม โดยนายหาญ ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมยกมือชูนิ้วโป้งอีกด้วย

ที่มา คมชัดลึก

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com