พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
17 มีนาคม 2557 :: 09:03:57 am 127119

อุ้มเศรษฐินีระยอง กล่อมโจรใจอ่อนยอมปล่อยตัว

แก๊งคนร้ายอุจอาจ บุกปล้นร้านเสื้อกลางเมืองระยอง จับเศรษฐีนี-2 ลูกจ้างชาวพม่า มัดมือ ปิดตา บังคับบอกที่ซ่อนทรัพย์สิน กวาดไปได้ทั้งกระเป๋าแบรนด์เนม ไอโฟน 5 ก่อนหิ้วเจ้าของร้านขึ้นเก๋งฮอนด้าหลบหนีพร้อมกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับทั่วเมืองไม่พบ สุดท้ายคนร้ายยอมปล่อยตัวแล้ว

ระยอง – วานนี้ (16 มี.ค.57) เมื่อเวลา 12.00. น. พ.ต.ท.ณรงค์ ม่วงทอง พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมือง ระยอง ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่ามีคนร้ายเข้าไปปล้นทรัพย์ร้าน “เดือน” จำหน่ายเสื้อผ้าแบรนด์เนม ริมถนนสุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง และจับตัวเจ้าของร้านไปด้วย หลังรับแจ้งได้รายงานให้ พ.ต.อ.สุกิตติ ไสวเกียรติ ผกก.สภ.เมือง ระยอง ทราบ พร้อมเดินทางไปกับ พ.ต.ท.มานิตย์ บุญมาเลิศ รอง ผกก.ส. พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ นนตะพันธ์พิพัฒน์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ณกฤช ใจรักเรียน สวป. นำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 ห้อง เลขที่ 292-292/1 ริมถนนสุขุมวิท ต.เนินพระ องเมือง ระยอง ประตูหน้าถูกปิด ใส่กุญแจจากด้านใน ระหว่างประตู 2 บานมีช่องเล็กพอสามารถลอดเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่เข้าไปด้านในพบ หญิงสาว 2 คนอยู่ในอาการตกใจทั้งสองเป็นลูกจ้างในร้าน ชื่อ น.ส.ลลิตา ทดคำใส อายุ 23 ปี และ น.ส.หญิง อายุ 19 ปี เป็นชาวพม่า

จากการสอบถาม น.ส.หญิง ทราบว่า เวลาประมาณ 11.00 น. ขณะที่ตนอยู่ในร้าน 3 คน มีนางทอรุ้ง สิริวัฒนโกสิทธิ์ หรือ เดือน อายุ 49 ปี เจ้าของร้านนั่งอยู่ในร้านที่โต๊ะบัญชี ได้ใช้ให้ น.ส.ลลิตา ไปหยิบแก้วกาแฟหลังร้าน นางเดือน จึงอยู่หน้าร้าน 2 คนกับ น.ส.หญิง ขณะนั้นได้มีชาย 2 คน ไม่ทราบว่ามารถอะไรอายุประมาณ 20 ปีเศษ เข้ามาถึงก็เข้าล็อกคอทั้ง 2 คน และมี ชายอีกคนเข้ามาบังคับให้ส่งกุญแจร้านทั้งหมดแล้วคนร้าย 1 คนเดินไปปิดประตูหน้าร้านแล้วล็อกกุญแจไว้ โดยไม่ได้ใส่เหล็กตรงกลาง สามารถลอดเข้าออกได้ พอดี น.ส.ลลิตา เดินออกมาจากหลังร้านคนร้าย 1 คนได้ชกเข้าที่ท้องและชักปืนสั้นออกมาขู่ จับลูกจ้างทั้งสอง ใส่เข้าไปในห้องลองเสื้อห้องที่ 2 พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา คนร้ายจึงให้ น.ส.หญิง ออกมารับโทรศัพท์ ไม่ได้พูดอะไรก็วางหูไป แล้วคนร้ายได้ใช้เชือกที่เตรียมมามัดมือทั้งสามคน แล้วใช้ผ้าปิดตาทั้งหมด โดยเอา น.ส.ลลิตา ไปผูกไว้กับบันไดขึ้นชั้นบน แล้วคนร้าย 2 คนลาก น.ส.หญิง กับ นางเดือน ขึ้นไปค้นข้าวของในห้องนอนชั้นสามของนางเดือน โดยนางเดือน ได้ร้องขอชีวิตบอกว่าอยากได้อะไรก็เอาไป น.ส.หญิง ได้ยิน เสียงผู้ชายประมาณ 3-4 คน เรียกแทนชื่อว่า 01-02-03 คนร้ายหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมไป 2 ใบ และเอาโทรศัพท์ไอโฟน 5 ของ น.ส.หญิง ไปด้วย ส่วนโทรศัพท์ของ น.ส.ลลิตา คนร้ายได้ถอดซิมการ์ดมาหักทิ้ง โทรศัพท์มือถือของนางเดือน อีก 3 เครื่องส่วนทรัพย์สินอื่นยังไม่ทราบว่าได้อะไรไปบ้าง คนร้ายได้เอาเครื่องบันทึกของกล้องวงจรปิดในร้านไปด้วย และบังคับให้ นางเดือน เปิดตู้เซฟ แต่นางเดือนบอกว่าเปิดไม่ได้ คนร้ายบอกว่าถ้าเปิดไม่ได้ก็ไปด้วยกัน โดยลากนางเดือนไปขึ้นรถยนต์เก๋งฮอนด้าซิตี้ สีบอรนซ์เงิน ทะเบียน กค-6 ระยอง ซึ่งเป็นของนางเดือน ที่จอดอยู่หน้าร้าน พร้อมเอาตัวนางเดือนไปด้วย หลังจากคนร้ายไปแล้วลูกจ้างทั้งสองได้ช่วยกันแก้มัดและผ้าที่ผูกตาออก แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเกิดเหตุ สามีของนางเดือน ชื่อนายประจวบ รัตนเกตุ ได้เดินทางไปส่งลูกสาวที่เรียนอยู่เตรียมอุดมใน กทม.พอทราบข่าวก็รีบเดินทางกลับ โดยมีรายงานคนร้ายมุ่งหน้าเข้าเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังออกติดตาม

3 4

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า น.ส.ทอรุ้ง ได้โทรศัพท์พูดคุยกับหลานสาวที่ จ.ระยอง ว่าขณะนี้ปลอดภัย และกำลังเดินทางกลับ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ว่ามาจากจุดไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของ น.ส.ทอรุ้ง ซึ่งหากเดินทางกลับมาจะได้สอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการถูกจับตัวไป เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นลูกหนี้ของ น.ส.ทอรุ้ง ลงมือก็เป็นได้

ต่อมาเวลา 17.00 น. พล.ต.ต.สมนึก บุรมิ ผบก.ภ.จว.ระยอง กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าคนร้าย 3 คน อายุประมาณ 20 ปีเศษ บุกจับ น.ส.ทอรุ้งขึ้น รถยนต์ขับหลบหนีไปพร้อมสร้อยคอทองคำ 1 เส้น พระเลี่ยมทอง 1 องค์ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ระหว่างทาง น.ส.ทอรุ้ง ได้พยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมกับคนร้ายซึ่งเป็นวัยรุ่น ว่าอยากได้ทรัพย์สินก็จะให้ ต้องการอะไรก็จะให้ทั้งหมด อย่าได้ทำร้าย เราทำบุญมาด้วยกัน โดยขณะขับรถไปถึงห้างเทสโก้ โลตัส พัทยา คนร้ายเกิดใจอ่อน ขับรถกลับมาส่ง น.ส.ทอรุ้ง ที่บริเวณหัวสนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยที่คนร้ายวัยรุ่นทั้ง 3 คน ลงจากรถและปล่อยให้ น.ส.ทอรุ้ง ขับรถยนต์กลับบ้าน และไม่แตะต้องทรัพย์สินแม้แต่ชิ้นเดียว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้เสียหายไปสอบสวนอีกครั้ง

แหล่งข่าว เปิดเผยว่า น.ส.ทอรุ้งนอกจากเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าชื่อดังแล้ว ยังทำธุรกิจรับจำนองอสังหาริมทรัพย์ ขายฝากที่ดินรายใหญ่คนหนึ่ง โดยมีกระแสข่าวว่ามีคนนำโฉนดที่ดินมาจำนองเป็นเงิน 10 ล้านบาท และเกิดมีปัญหากับผู้จำนองรายหนึ่ง ทำให้เจ้าของโฉนดสั่งให้มาเอาโฉนดที่ดินกลับคืนไปให้ได้ แต่เนื่องจากเมื่อนำผู้เสียหายขึ้นไปชั้น 2 ของร้านแล้วไม่สามารถเปิดตู้เซฟได้ จึงต้องการจับตัวไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบปากคำผู้เสียหายอยู่

ที่มา : บ้านเมือง

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com