พัทยาเดลีนิวส์

01 ตุลาคม 2553 :: 10:10:35 am 39320

เกาะติด ป่วน!! มาบตาพุด นายกฯพร้อมคุยม็อบ

ม็อบเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เตรียมบุกนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ประกาศจุดยืนวันนี้ 9 โมงเช้า พร้อมเจรจากำหนดแนวกันชน เขตอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย กำหนดให้มีมาตรการควบคุมมลพิษตลอดจนการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงด้วยกลุ่มกรีนพีชร่วมเคลื่อนไหว ระยองห้ามเรือเข้าใกล้ชายฝั่งเกิน 3.5 ไมล์ทะเล
สนใจโฆษณา

มาบตาพุด-วันนี้ (1 ต.ค. 53) นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผย การเคลื่อนไหวต่อต้านการประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรงในวันนี้ว่า ภายหลังจากกลุ่มกรีนพีซและเรือเรนโบว์วอริเออร์มาสมทบ จะยกขบวนเข้าไปในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเวลา 9.00 น. เพื่อแสดงการคัดค้านในเชิงสัญลักษณ์ โดยจะเคลื่อนขบวนไปจนถึงหน้าสำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) แล้วประกาศจุดยืนให้ยกเลิกประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรงของรัฐบาลให้จัดทำใหม่โดยใช้บัญชีของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายซึ่งกำหนดไว้ที่ 18 กิจการเป็นตัวตั้งต้น

นอกจากนี้ยังจะเจรจากับผู้บริหาร เพื่อหารือประเด็นเรื่องการกำหนดแนวกันชนระหว่างเขตอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย กำหนดให้มีมาตรการควบคุมมลพิษตลอดจนการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงด้วย หลังจากนั้นจะกลับออกมาประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจเคลื่อนไหวใดๆต่อไป ทั้งนี้การที่มีเรือของกลุ่มกรีนพีชมาร่วมเคลื่อนไหวทำให้จังหวัดระยองประกาศว่าห้ามเรือดังกล่าวเข้าใกล้ชายฝั่งเกิน 3.5 ไมล์ทะเล และชาวต่างชาติที่มากับเรือดังกล่าวหากจะลงเรือมาทำกิจกรรมบนบก ต้องได้รับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและห้ามทำผิดกฎหมายเด็ดขาด

ผู้ว่าฯระยองห้ามเรือเรนโบว์วอริเออร์เข้าใกล้ฝั่งต่ำกว่า 3.5 ไมล์ทะเล

ภายหลังจากกลุ่มผู้ชุมนุม เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เคลื่อนขบวนด้วยรถยนต์ประมาณ 20-30 คันไปที่สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดระยองแล้ว ได้เลี้ยวซ้ายที่แยกเนินสำลีซึ่งเป็นทางเข้านิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยได้เคลื่อนขบวนเข้าไประยะทาง 2.5 ก.ม.ก่อนจะเลี้ยวกลับออกมาทางเดิมเพื่อปักหลักหน้าศูนย์ราชการระยอง โดยแกนนำบนรถนำขบวนประกาศว่าเป็นการพาผู้ชุมนุมมาดูโรงงานว่าหน้าตาเป็นอย่างไร

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายสยุมพร ลิ่มไทย กล่าวว่าจากกรณีที่กลุ่มกรีนพีซและเรือเรนโบว์วอร์ริเออร์จะมาสมทบกับผู้ชุมนุมในวันนี้ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์นั้น เรือลำดังกล่าวได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้เข้ามาในราชอาญาจักรไทยอย่างถูกต้อง แต่ทางจังหวัดจะไม่อนุญาตให้นำเรือเข้าไกล้ฝั่งต่ำกว่า 3.5 ไมล์ทะเลส่วนชาวต่างชาติที่มากับเรือลำดังกล่าวหากจะลงเรือมาทำกิจกรรมต้องได้รับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและห้ามเข้ามาทำอะไรผิดกฎหมายเด็ดขาด

กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกประมาณ 200 คนได้เคลื่อนขบวนจากหน้าศูนย์ราชการจังหวัดระยองมาที่บริเวณหน้าสำหนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อทวงถามผลการตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่ควบคุมมลพิษ นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ กล่าวว่ากระบวนการตรวจสุขภาพประชาชน ที่ผ่านมายังไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะชน และควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจด้วย ขณะที่ผู้แทนสาธารณะสุขจังหวัดชี้แจงว่าได้งบประมาณในปี 2553 มา 24.2 ล้านบาท ทำให้ตรวจได้เพียง 1 หมื่นคนจากประชาชนในพื้นที่ทั้งหมด ทั้งนี้หลังจากทำกิจกรรมเสร็จแล้วผู้ชุมนุมได้ยกขบวนกลับทันที

รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม เปิดเผยความพร้อมในการรับมือผู้ชุมนุมประท้วงจากเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกว่า กนอ.ได้ตั้งคณะทำงาน 6 ฝ่ายเพื่อดูแลความเรียบร้อยภายในนิคมฯ และให้ความมั่นใจกับผู้ประกอบการว่ากระบวนการผลิตจะไม่หยุดชะงักลง คณะทำงานประกอบด้วยคณะทำงานด้านการข่าว ประสานงานควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ งานเจรจาต่อรอง การดูแลอาคารสถานที่ การขนส่งสินค้าและการดูแลความปลอดภัยทางทะเลและได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดย กนอ.จะดูแลเขตภายในพื้นที่นิคมฯ ซึ่งจะไม่อนุญาตให้มีการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามได้

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ กล่าวว่าได้จัดกองร้อยควบคุมฝูงชนจำนวน 1 กองร้อยมาดูแลความสงบและตั้งด่านสกัด 5 ด่านในจุดเสี่ยงก่อนถึงทางเข้านิคมฯเพื่อป้องกันการก่อเหตุของมือที่ 3 รวมทั้งประสานข้อมูลกับนิคมอุสาหกรรมใกล้เคียง คือนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก และนิคมอุตสาหกรรมเอเชียด้วย

ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่าง รอกลุ่มกรีนพีซและเรือเรนโบว์วอริเออร์มาสมทบเพื่อร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในวันพรุ่งนี้ และเมื่อมาถึงแล้วจะยกขบวนเข้าไปตระเวนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 1 รอบ ก่อนจะกลับออกมาชุมนุมที่หน้าศูนย์ราชการตามเดิม และจะรอดูสัญญาณจากรัฐบาลว่ามีท่าทีอะไรหรือไม่ อย่างน้อยต้องมีท่าทีที่ชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่ไม่เช่นนั้นจะพิจารณายกระดับการชุมนุมไปเรื่อยๆ

ต่อมา ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองได้มาเยี่ยมผู้ชุมนุม และกล่าวว่าไม่อยากให้ผู้ชุมนุมเข้าไปในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพราะดูแลรักษาความปลอดภัยยาก ขอให้ชุมนุมในจุดที่กำหนดไว้หรือหากจำเป็นเข้าไปเพื่อยื่นหนังสือใดๆ ขอให้ส่งตัวแทนไป จะได้เป็นการป้องกันมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ด้วย

“คิดว่าการชุมนุมคงเป็นไปด้วยความสงบตามกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนเรื่องม็อบชนม็อบคงไม่มีเพราะมวลชนกลุ่ม 29 ชุมชนจังหวัดระยองได้ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีไปแล้ว”

ทั้งนี้ปัญหามาบตาพุดเป็นเรื่องที่สะสมมานาน หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาลก็มีความคืบหน้าในการดำเนินการไปมาก และต้องให้เวลารัฐในการแก้ไขปัญหาอีกสักพัก

ในเวลาต่อมาผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ได้นำกลุ่มประชาชนประมาณ 300-400 คนรวมตัวหน้าศูนย์ราชการระยอง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการทำประกาศ 11 ประเภทกิจการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดใหม่ทั้งหมด โดยจะมีการให้ตัวแทนในแต่ละภูมิภาค พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นถึงความเดือดร้อนในแต่ละภาค ได้มีการ ยืนยันว่า จะยกขบวนไปที่ทำการสาธารณสุข จ.ระยอง เพื่อทวงถามว่า ปัจจุบันชาวระยองเจ็บป่วยจากมลพิษมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มมองว่าการชุมนุมครั้งนี้ จะมีการรวมตัวกันประมาณ 2,000 คน โดยจะทยอยมาเรื่อยๆ เบื้องต้นจะมีการชุมนุมต่อเนื่อง 3 วัน แต่ก็จะรอดูท่าทีของทางรัฐบาลด้วย

นายกฯ พร้อมคุยม็อบมาบตาพุด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หน่วยงานด้านความมั่นคงได้เข้ารายงานสถานการณ์ต่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง และได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อบริหารเหตุการณ์ระเบิด ว่า ไม่ได้มีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง แต่เป็นการทำให้กลไกต่างๆ มีความกระชับและดูแลเหตุการณ์ได้ เพราะที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้นค่อนข้างถี่ นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบหมายให้มีคนทำงานในเฉพาะด้านด้วย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย จะมีการนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดูร่วมกับนายสุเทพ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ได้มีการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในสถานที่สำคัญอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงเหตุระเบิดโรงงานที่จังหวัดชลบุรี ว่า เป็นเหตุส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ในภาพรวม แต่เรื่องของอาวุธสงครามถือเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องเร่งดำเนินการ ทั้งนี้ปัญหาอาวุธสงครามเป็นปัญหาที่มีมาตลอดและเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้จึงมีการนำไปใช้กันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข โดยรัฐบาลจะเร่งผลักดันกฎหมายการนิรโทษกรรมผู้ครอบครองอาวุธสงครามที่นำอาวุธมาส่งคืน ที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลของอาวุธที่ถูกนำมาใช้เพื่อจะได้มีความชัดเจนมากขึ้นว่าจะไปแก้ไขปัญหาตรงไหน

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกที่ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการการประกาศ 11 กิจการรุนแรง และขู่จะปิดล้อมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดว่า เข้าใจว่าได้มีการประสานงานระหว่างตัวแทนของรัฐบาลและผู้ชุมนุม ซึ่งไม่มีเหตุผลและความจำเป็นในการทำผิดกฎหมาย กรณีที่คณะกรรมการ4 ฝ่ายเสนอมากับที่รัฐบาลได้มีการประกาศประเภทกิจการรุนแรงไป ไม่ได้มีความแตกต่างกันเลยในแง่ของโครงการที่มีปัญหาโต้แย้งกันอยู่ ทั้งนี้ ปัญหาที่แท้จริงของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ต้องดำเนินการคือเรื่องของการเร่งทำแนวกันชน และการหาข้อสรุปเกี่ยวกับขีดความสามารถของพื้นที่ในการรองรับการขยายตัวในภาพรวม ไม่ใช่เรื่องของประเภทกิจการ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี จะไม่ทบทวนการประกาศประเภทกิจการรุนแรง แต่พร้อมที่จะพูดคุย และพยายามทำความเข้าใจ ยืนยัน กรณีที่มีการอ้างว่านายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ไปพูดกับชาวบ้านว่าถูกรัฐบาลหลอกใช้ เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง เพราะก็ยังได้มีการพูดคุยกับนายอานันท์อยู่

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : ข่าวธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com