พัทยาเดลีนิวส์

16 ธันวาคม 2553 :: 13:12:50 pm 48143

เข้ายุคขูดเลือด! สินค้าจ่อคิวพุ่ง?

ปัญหาจ่อคิว การปรับขึ้นเงินเดือน ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ข้าราชการการเมือง และค่าจ้างขั้นต่ำ จะเป็นต้นทุนสำคัญ ทำให้การขึ้นราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม และเกิดผลทางจิตวิทยา ฉวยโอกาส ขึ้นราคามากกว่า เริ่มเห็นได้ จากราคาน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มสูงขึ้น
สนใจโฆษณา

กทม-วานนี้(15 ธ.ค. 53) นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ข้าราชการการเมือง และค่าจ้างขั้นต่ำ จะเป็นต้นทุนสำคัญ ทำให้ราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อโดยรวมปรับสูงขึ้นกว่าที่ ธปท.คาดการณ์ไว้ “สิ่งที่ ธปท.กังวล คือการขึ้นราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม และเกิดผลทางจิตวิทยา ฉวยโอกาสขึ้นราคามากกว่า แต่ก็เชื่อว่า หน่วยงานที่มีหน้าที่จะดูแลให้ราคาสินค้าขึ้นอย่างเหมาะสมตาม ต้นทุนได้” นายไพบูลย์ กล่าว

สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายนั้น ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันว่าจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติในปีหน้า ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยของไทยไม่อยู่ในระดับต่ำเหมือนที่ผ่านมา เพื่อป้องกันปัญหาเงินเฟ้อ แต่การปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ต้องดูด้วยว่าไม่ทำให้เศรษฐกิจชะงัก สามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง นายไพบูลย์ มั่นใจว่าไตรมาส 3 ปีหน้า เศรษฐกิจไทยจะกลับมาโตได้ตามศักยภาพ โดยเฉพาะการบริโภคซึ่งเริ่มเห็นได้จากราคาน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการปรับขึ้นเงินเดือน และค่าจ้างขั้นต่ำก็มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ และองค์กรอิสระ 5% โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ปีหน้า ขณะเดียวกันยังปรับขึ้นเงินเดือนและค่าตอบแทน สส. และ สว. รวมถึงฝ่ายบริหาร 14.7% โดยการปรับเพิ่มในส่วนสส.นั้นให้มีผลหลังการเลือกตั้งอย่างไรก็ตาม ในส่วนของการเพิ่มสวัสดิการให้กับ สส. และ สว. รวมถึงค่ายานพาหนะ ค่าเดินทาง และเบี้ยประชุมนั้น ครม.ให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งทั้งนี้ อัตราเงินเดือนบวกเงินประจำตำแหน่ งของนายกรัฐมนตรีที่ปรับใหม่จะเพิ่มจาก 121,990 บาท เป็น 125,590 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3,600 บาท

ส่วนการขึ้นเงินเดือนให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ขอให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และสำนักงบประมาณ กลับไปตรวจสอบให้รอบคอบอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั้งประเทศมีการปรับขึ้นไปแล้ว 2-3 ครั้ง เมื่อปี 2548 ขึ้น 5% และปี 2550 มีการขึ้นอีก 4% และเดือนเม.ย. 2554 ปรับอีก 5% รวมแล้วจะเป็น 14% ส่งผลให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้เสนอขอปรับเงินเดือนขึ้นด้วย เพื่อให้ยึดโยงในอัตราที่เท่ากันอย่างเป็นระบบ

หนังตัวอย่างกำลังเริ่มฉาย ให้เห็นว่า ปีหน้าต้องเผชิญกับอะไรบ้าง นั่นคือราคาน้ำมัน ที่ถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ จนรัฐบาลต้องพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อตรึงราคาเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นการลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมัน หรือแม้กระทั่งการลดภาษีสรรพสามิต แต่เชื่อเถอะ คงเอาไม่อยู่หรอก และจะมีสินค้าเกษตรอื่นๆ ทยอยพาเหรดขึ้นราคา การปรับเงินเดือนปลายปี รวมถึงการปรับเงินเดือน ข้าราชการรัฐวิสาหกิจ ก็จะไม่สามารถสู้ภาวะของแพง เตรียมพร้อมรัดเข็มขัดในยุคโดนขูดเลือดได้แล้ว

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com