พัทยาเดลีนิวส์

07 กุมภาพันธ์ 2555 :: 09:02:43 am 79204

เจอแล้ว!! มือฉีก1.3ล. เหตุน้อยใจพ่อเสี่ยร้านทอง

เจอแล้วตัวการ "ฉีกแบงก์" ทิ้งขยะ ที่แท้ "ลูกชายร้านทอง" น้อยใจพ่อเอาเงินหนุน ลูกชายอีกคนช่วยเปิดร้านใหม่
สนใจโฆษณา

ชลบุรี-วานนี้ (6 ก.พ. 55) เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวนฝ่ายรักษาความปลอดภัย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวกรณีมีผู้พบชิ้นส่วนธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ถูกฉีกทำลายและนำมาทิ้งถังเก็บขยะของเทศบาลตำบลหัวแจ ตั้งอยู่ริมถนนเทศบาลสาย 3 หมู่ 1 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี น้ำหนักรวมประมาณ 1.3 กิโลกรัม พร้อมทั้งมีสายรัดธนบัตรสีขาวของธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 9924014 ตกอยู่ในถังขยะด้วย เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนสงสัยว่าเงินจำนวนดังกล่าวอาจจะเป็นเงินของคนร้ายที่โจรกรรมมาจากนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม รวมทั้งเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด

ต่อมาเมื่อเช้าวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายวรพงศ์ หรืออยู๋ โรจน์สัตตรัตน์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191/12 หมู่ 1 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เจ้าของห้างทองรุ่งเจริญ ซึ่งขายทองรูปพรรณใหญ่ที่สุดในตลาดหัวกุญแจ ได้นำตัวนายวรพันธ์ หรือเบิร์ด โรจน์สัตตรัตน์ อายุ 30 ปี ลูกชายเข้าพบ พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล และรับว่าเป็นเจ้าของเงินจำนวนดังกล่าว โดยนายวรพันธ์สารภาพว่าเป็นผู้ทำลายธนบัตรโดยใช้กรรไกรตัด และบางส่วนเอาเผาไฟ และนำเศษธนบัตรทั้งหมดใส่ถุงกระดาษแล้วนำไปทิ้งในถังขยะของเทศบาล ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 30 เมตร เนื่องจากเครียด น้อยใจ และไม่พอใจที่บิดา (นายวรพงศ์) ได้นำเงินไปช่วยเหลือร้านทองที่ลูกชายและลูกสะใภ้เปิดร้านทองสาขาใหม่ที่พัทยา จึงได้นำเงินบางส่วนมาเก็บไว้ เพราะเกรงว่าจะไปช่วยลูกชายอีกคนจนหมด และสะสมมาเรื่อยๆ นานประมาณ 2 ปี คาดว่ารวมกันแล้วประมาณ 1 ล้านบาท ประกอบกับเกรงว่าพ่อจะจับได้จึงได้นำธนบัตรมาฉีกทิ้งทำลายดังกล่าว

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 กล่าวว่า หากมองดูในเรื่องของเจตนาแล้ว พบว่าการฉีกธนบัตรเพราะความน้อยใจพ่อมากกว่า ไม่มีเจตนาจะลบหลู่ในหลวง จึงไม่มีความผิด ส่วนในเรื่องของการลักเงินพ่อนั้น จากการตรวจสอบแล้วพบว่าพ่อให้อำนาจนายวรพันธ์ในการเก็บเงิน ถือว่าเป็นคนในบ้าน ไม่เป็นการลักทรัพย์แต่อย่างใด เมื่อคดีคลี่คลายแล้วถือว่าเรื่องจบกันไป ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปเป็นเรื่องไม่จริง

ด้านนายวรพงศ์ โรจน์สัตตรัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเอง พอดีลูกชายไปเปิดร้านทองที่พัทยา จึงได้พยายามช่วยเหลือ เพราะเป็นร้านทองเปิดใหม่ต้องลงทุนมาก นายวรพันธ์ลูกชายก็กล่าวแบบน้อยใจเหมือนกันว่าเอาเงินไปช่วยที่พัทยา จนเงินไม่เหลือในบ้านแล้ว แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะน้อยใจมาก จนตัดสินใจตัดธนบัตรแล้วนำไปทิ้ง แต่ไม่เป็นไรตนเคยทำงานที่ธนาคารมาก่อนจะพยายามนำธนบัตรที่ตัดแล้วนำมาต่อกันใหม่ เพื่อแลกเงินคืน คาดว่าเงินที่ทำลายไปนั้นมีประมาณ 1 ล้านบาท

ขณะที่นายวรพันธ์ โรจน์สัตตรัตน์ กล่าวแต่เพียงสั้นๆ ว่า “จะไม่ทำอีกแล้ว”

เจ้าหน้าที่สืบสวนฝ่ายรักษาความปลอดภัย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ส่วนเงินที่ถูกตัดไปนั้นหากนำมาต่อคืนจนเต็มใบสามารถแลกคืนได้ครบจำนวน หากธนบัตรที่นำมาต่อขาดไปไม่ครบทั้งใบก็ลดไปตามส่วน อาจจะแลกได้ 25-75 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ทางด้านฝ่ายตรวจสอบหลักฐานจะได้ดำเนินการตรวจสอบลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ เพื่อประกอบในสำนวนของตำรวจ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะติดตามมาภายหลัง

ที่มา : มติชน

Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com