พัทยาเดลีนิวส์

20 ธันวาคม 2556 :: 09:12:28 am 122019

เจ๋ง ผุดปฏิทินศาสตร์ ตร. แก้ปัญหาอาชญากรรม

ผบช.ก. จัดทำปฏิทินศาสตร์ตำรวจ จำนวน 6,000 ชุด เพื่อเผยแพร่ให้กับ ตร. และ สถาบันการศึกษา เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรม
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (19 ธ.ค. 56) เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้จัดทำ ) ปฏิทินศาสตร์ตำรวจ (Policescience calendar) ขึ้นจำนวน 6,000 ชุด เพื่อเผยแพร่ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งให้กับสถาบันการศึกษาต่างๆเพื่อนำไปเผยแพร่ โดยภายในมีลักษณะเป็นแผ่นผับ จำนวน 3 หน้า เนื้อหาระบุถึงงานสืบสวนสมัยใหม่ ในการที่จะจัดการกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้น

โดยพล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดอันดับเปรียบเทียบกับหลายประเทศ พบว่าอาชญากรรมยังคงมีปัญหาเกิดคดีต่างๆเกิดขึ้น การป้องกันยังไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บชก.) จัดเป็นหน่วยงานสำคัญในการทำหน้าที่เสนอยุทธศาสตร์ให้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้มาวิเคราะห์ก็พบว่าสิ่งสำคัญคือองค์ความรู้ที่ผู้ปฏิบัติงาน อย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีความรู้ในการปฏิบัติงานมิเช่นนั้นจะไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้หากศึกษาอย่างจริงจังก็จะพบว่าศาสตร์ของตำรวจมีอยู่มากไม่ใช่แค่ในเรื่องของกฏหมายเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการทำแนวคิดปฎิทินศาสตร์ตำรวจ

ทั้งนี้เนื้อหาภายในปฏิทินศาสตร์ตำรวจ ได้มีการระบุถึงความรู้ในวิชาสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีการจำแนกประเภทการสืบสวนสมัยเก่าและสมัยใหม่ อาทิการสืบสวนสมัยเก่าจะมีการสืบในออกนอก มีการตรวจที่เกิดเหตุ พิจารณาจากแผนประทุษกรรม ใช้วิทยาศาสตร์ และใช้ความคิดของตำรวจในการตัดสิน ขณะที่การสืบสวนสมัยใหม่จะมีรูปแบบแตกต่างกัน เช่น การสืบจากในออกนอกและนอกออกใน การบูรณาที่เกิดเหตุ การพิจารณาจากแผนประทุษกรรมพร้อมลายเซ็นต์อาชญากร วิเคราะห์ว่าคนร้ายคิดอย่างไร เป็นต้น นอกจากนี้ได้มีการจัดประเภทคนร้ายในประเทศไทยว่ามี 4 ประเภทหลัก เช่น 1 .คนร้ายทั่วไป 2.คนร้ายที่มีความผิดปกติทางจิต 3.คนร้ายที่มีความผิดปกติของอารมณ์ และ 4 .คนร้ายสติแตก

ผบช.ก. กล่าวเสริมว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความรู้ในหลักการสืบสวนสมัยใหม่จะทำให้การก่อเกิดอาชญากรรมลดลง ขณะเดียวกันจะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ยกตัวอย่างเช่นกรณีของน้องการ์ตูน ตร.ที่ได้รับแจ้งว่าหายไปจากบริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งต้องสั่งการให้สายตรวจไปดูที่เกิดเหตุพร้อมนำรถที่ติดไซเรนไปที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเมื่อประชาชนเห็นก็จะเข้ามาสอบถามว่าเกิดเรื่องอะไร และอาจจะให้ข้อมูลที่เป็นเบาะแสสำคัญในการที่จะตามหาเด็ก หรือในขณะเดียวกัน การเข้าที่เกิดเหตุก็เป็นสิ่งสำคัญ ในกรณีที่มีตัวประกัน ทำอย่างไรจะทำให้เหยื่อปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เด็ก สตรี และคนชรา จัดเป็นเหยื่อที่สมบูรณ์ perfect victim เป็นเพศและวัยที่จะต่อสู้กับคนร้ายได้ไม่เต็มที่ ไม่มีศักยภาพในการป้องกันตนเอง

ที่มา :  เดลินิวส์

Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com