พัทยาเดลีนิวส์

25 ธันวาคม 2552 :: 11:12:56 am 933

เชื่อมั่นประเทศไทย กับ ผักตบชวา

ถ้า นายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ไม่มีผลงานอะไร ที่จะบอกให้สังคมรับรู้ได้ แปลว่านายกรัฐมนตรีคนนั้นก็ “ล้มเหลว”ในการเป็นผู้นำประเทศ และ ท่านนายกฯ ในวันนี้ก็มีสภาพอย่างที่บอกไว้ข้างต้น ทั้งที่โดยประสบการณ์ทางการเมือง น่าจะมี“อะไรสักอย่าง” ที่ทำให้คนไทยทั้งหลายเกิดอารมณ์ร่วม และศรัทธา และท่านนายกฯ ก็พูดติดปากเสมอว่า เรามาถูกทางแล้ว!!
สนใจโฆษณา

ทั้งที่ในความเป็นจริง เขามาผิดทางชนิด “กลับบ้านไม่ถูก”หรือหาทำเนียบรัฐบาลไม่เจอ คนพูดเก่งอย่างท่านนายกฯ แต่กลับไม่สำเร็จในการจัดรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯอภิสิทธิ์” เรตติ้ง รายการนี้ต่ำที่สุด เท่าที่นายกรัฐมนตรีเมืองไทย เคยทำมา มันต้องมีเหตุผลและคำตอบว่า เพราะอะไร??

กลายเป็นคนที่ ถูกเยาะเย้ยว่า วันๆ เอาแต่ปาฐกถา ยืนอยู่หน้าโพเดียม แล้วก็พูดๆๆๆ ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมนายกฯ จึงไม่คิดทำอะไร หรือสร้างโครงการอะไรขึ้นมาสักอย่าง ให้คนไทยรับได้ และไม่จำเป็นต้องเป็นผลงานที่เกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน และการกู้ยืมเขาเป็นหลัก มีคนแนะนำให้ ท่านนายกฯ สร้างผลงานที่ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหน ทำได้สำเร็จมาก่อนคือ การกำจัดผักตบชวา! โดยคนคนนั้น ให้เหตุผลว่า

ผักตบชวา ทำให้ “ภูมิทัศน์” ของแม่น้ำ ลำคลองหนองบึง “แลดูน่าเกลียด” เขาบอกว่า ไม่ได้พูดเล่น หรือคิดจะอำ ท่านนายกฯ แต่อยากให้ท่านลงมือทำจริงๆ ถ้าท่านกำจัด “ผักตบชวา” ให้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยได้เมื่อไร? ท่านก็จะเป็นนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ในพริบตา มีผลงานชัดเจนกว่าการเดินสายปาฐกถา หลายเท่า ถ้าคนระดับนายกรัฐมนตรี ตั้งใจแน่วแน่ในการกำจัด “ผักตบชวา” ให้หายไปจากแม่น้ำลำคลองหนองบึงได้ ประเทศไทยก็จะสวยสดสะอาดตาขึ้น มันต้องมีวิธีการที่ทำได้ แม้จะต้องกำหนดให้โครงการนี้เป็น “วาระแห่งชาติ” น่าจะเป็นการดี กับนายกรัฐมนตรี ที่ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา

ผัก ตบชวา เป็นมลพิษทางสายตา เป็น “หญ้าปากคอก” ที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนปราบได้สำเร็จ ถ้าวันนี้นายกรัฐมนตรีทำได้เป็นคนแรก ที่สามารถทำให้ความรกรุงรังในสายตาของคนไทย และนักท่องเที่ยวอย่างผักตบชวา หายไปจากแม่น้ำลำคลอง ก็จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีผลงาน! แม้จะเป็นผลงานจากการกำจัดวัชพืชอย่าง “ผักตบชวา”

ทำ เอานายกฯ ละอ่อนที่โอนเอนไม่เป็นหลักอยู่แล้วเป๋ไปใหญ่ เพราะช่วงนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย กำลังโหมโฆษณา รถไฟฟ้า สายแอร์พอร์ตลิ้งค์ ทางโทรทัศน์ถี่ยิบ โดยมี ผู้ว่าการการรถไฟฯ แอ็กท่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ทุกขั้นตอน เหมือน นักการเมือง ที่ชอบพ่วงโฆษณาตัวเอง

เห็นหน้าตา และสีสันของขบวนรถไฟฟ้าใหม่ ในหนังโฆษณาแล้ว รู้สึกว่าหน้าตาและสีสันมันโบราณเหมือนการรถไฟ ดูแล้วไม่รู้สึกทันสมัยเหมือนรถไฟฟ้าในประเทศอื่น ทั้งๆ ที่สร้างทีหลัง สีสัน และหน้าตาควรดูทันสมัยกว่านี้

รถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิ้งค์ สร้างแบบมาราธอน ต่อเวลาแล้วต่อเวลาอีก จะเริ่มทดลองวิ่งบริการเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ แต่เปิดให้บริการปกติไม่ได้ เพราะสหภาพรถไฟไ ม่ยอมให้ตั้งบริษัท เดินรถ ทำให้ บริษัทซีเมนต์ ผู้ขายขบวนรถไฟฟ้าชุดนี้ รับจ้างเดินรถไปเรื่อยๆ สบายไป

ทำไมจึงเรียก รถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิ้ง ว่า รถไฟฟ้าสายอะโลน

ก็ เพราะรถไฟฟ้าสายนี้ มีระบบการเดินรถ ที่เป็นเอกเทศ เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าที่มีอยู่ไม่ได้ ไม่ว่ารถไฟฟ้าบีทีเอส หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน เนื่องจากระบบเดินรถของแอร์พอร์ตลิ้งค์ ที่การรถไฟซื้อจากซีเมนต์เป็น “ระบบปิด” คือ คนซื้อไม่ได้รหัส การเดินรถทั้งระบบไปด้วย ผู้ขายคือซีเมนต์ ขายให้แล้วก็ยังเป็นเจ้าของรหัสระบบเดินรถอยู่ ไม่มีการส่งมอบรหัสการเดินรถให้กับการรถไฟอย่างนี้ซื้อก็เหมือนไม่ได้ซื้อ

ใน อนาคต เมื่อมีผู้โดยสารมากขึ้น การรถไฟต้องการซื้อขบวนรถโดยสารเพิ่ม ก็ต้องซื้อจากซีเมนต์แต่เพียงผู้เดียว จะขายในราคาแพงเท่าไรก็ต้องซื้อ เพราะซีเมนต์เป็นเจ้าของรหัสการเดินรถทั้งระบบ ไม่อย่างนั้นก็ต้องซื้อระบบเดินรถใหม่ทั้งระบบ รถไฟฟ้ายี่ห้ออื่นไม่สามารถเข้ามาขายแข่งได้ เพราะซื้อมาก็เชื่อมเข้ากับระบบเดินรถเดิมไม่ได้ เพราะซีเมนต์เป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ ไม่ยอมเปิดรหัสให้รถโดยสารยี่ห้ออื่นเชื่อมเข้าระบบเสียอย่าง เราก็ทำอะไรไม่ได้

เรื่องลึกลับซับซ้อนอย่าง นี้ ตราบใดที่การรถไฟยังไม่มีการซื้อขบวนตู้ รถโดยสารเพิ่ม ความลับจะยังไม่ถูกเปิดเผย มันจะเปิดเผย ต่อเมื่อมีการซื้อขบวนตู้โดยสารเพิ่ม และราคาซื้อ มีความผิดปกติคือแพงกว่าของเดิมมากแต่เผอิญไปรู้มาก็เลยนำมาเปิดเผยเล่าสู่ กันฟัง ใครจะต้องรับผิดชอบ ไม่ทราบ และเรื่องนี้เคยเป็นปัญหากับ รถไฟฟ้าบีทีเอส ของ กทม.มาแล้ว เมื่อมีการซื้อขบวนรถเพิ่ม เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถเปิดประมูลทั่วไปได้ เพราะติดที่รหัสการเดินรถ ทั้งระบบของซีเมนต์ จะต้องซื้อขบวนรถจากซีเมนต์รายเดียว

ทำให้ รถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อ ขยายไปฝั่งธน ของ กทม. มีการทบทวนระบบการเดินรถใหม่ทั้งระบบ โดยซื้อระบบการเดิน รถใหม่จาก “บริษัทบอมบาร์ดิเอร์” ที่เคยแพ้ซีเมนต์ในการประมูลรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์มาแล้ว ซึ่งเป็น “ระบบเปิด” คือ ผู้ขายระบบการเดินรถส่งมอบรหัสการเดินรถแก่ผู้ซื้อด้วย ทำให้ผู้ซื้อ สามารถเลือกซื้อรถยี่ห้อไหนก็ได้ ก็สามารถเชื่อมรหัสเข้ากับระบบการเดินรถได้ ไม่ต้องผูกติดกับเจ้าใดเจ้าหนึ่ง

วันข้างหน้า เมื่อระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯเป็น “ระบบเปิด” มีแต่ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์สายเดียว เป็น “ระบบปิด” รถไฟฟ้าสายนี้ก็ต้องเป็น “รถไฟฟ้าสายอะโลน” เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่น ระบบอื่นไม่ได้ การส่งป้อนผู้โดยสารไป สนามบินสุวรรณภูมิ ก็ลำบากขึ้น แทนที่จะสะดวกสบายเหมือนประเทศอื่น

มา ถึงวันนี้ ถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจเวทีอินเตอร์ที่สหรัฐอเมริกา นายกรัฐมนตรี ควงภริยา และคณะ บินกลับเมืองไทยโดยสวัสดิภาพไม่ซ้ำรอยอาถรรพณ์เดือนกันยายน โดยยังไม่ทันจะได้แถลงผลความสำเร็จ ในการปลุกความเชื่อมั่น ในเวทีนานาชาติ ให้เคลิ้มตาม

ที่แน่ๆโดยจังหวะที่เข้ากันพอดีกับ “การบ้านโจทย์หิน” ที่นายกฯ จะต้องกลับมาสะสางที่เมืองไทย กับคิวแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ “หน้าแหลมฟันดำ” ผลผลิตหลังรัฐประหาร ภายใต้บรรยากาศประชามติที่เชื่อกันว่า มีอำนาจพิเศษ ฉุดกระชากลากถูให้เสียงรับ 14 ล้าน ก้ำกึ่งกับเสียงไม่รับ 10 กว่าล้านเสียง เถียงกันไม่เลิก ในปมของความชอบธรรม ถึงตรงนี้ก็ยังยื้อกันหน้าดำหน้าเขียว ภายใต้เดิมพันเงื่อนไขที่ได้เปรียบในกติการัฐธรรมนูญ “หน้าแหลมฟันดำ” ที่บล็อก “นักเลือกตั้ง” เปิดทางให้ “นักลากตั้ง” มีโอกาสเดินเข้าสู่สภา ล้างบาง “นักการเมือง” ให้ “นักฉวยโอกาสทางการเมือง” ได้เข้ามาถืออำนาจ ขณะที่เครือข่าย “นักเลือกตั้ง” ก็ต้องทวงพื้นที่ยืนกลับคืน

ฉากใหญ่ขึงพืดกันอยู่ และนั่นก็เข้าทาง ดึงเกม ต่อเวลาเป็นรัฐบาลออกไปให้นานที่สุดโดยลีลายึกๆยักๆ เปิดเกมการเมืองยื้อ ตามข้ออ้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจกับการรื้อรัฐธรรมนูญตี กรรเชียง ต่อรองแบบวันต่อวัน

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com