พัทยาเดลีนิวส์

26 มีนาคม 2552 :: 16:03:43 pm 1685

เช็คช่วยชาติ ฝ่าวิกฤตจริงหรือ!!

โครงการเช็คช่วยชาติ เป็นอีกหนึ่งโครงการของคณะรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจหดตัว เนื่องจากประชาชนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ได้รับกระแส วิพาก วิจารณ์ จากหลายกลุ่มชน
สนใจโฆษณา

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการออกเช็คช่วยชาติโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ผู้ประกันตนขึ้นมา ผู้มีสิทธิได้รับเช็คสามารถที่จะนำไปใช้ในการชำระค่าสินค้าและบริการ ประเภทอุปโภค บริโภค ตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ ลดราคาสินค้า 10-70% และทอนเงินทองได้

แม้กระทั่งการนำไป ชำระเป็นค่ารักษาพยาบาลหรือค่าโดยสารรถประจำทาง ซึ่งถือเป็นการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันตามปกติ เป็นการเพิ่มมูลค่าเช็คให้มากขึ้นอีกทางได้รับการตอบรับจากองค์กรและสถานประกอบการต่างๆเป็นอย่างดี มีองกรเอกชนต่างๆตบเท้าเข้าร่วมมากมาย

เบื้องต้น มี กว่า 21 องค์กร ได้แก่ บริษัทในเครือเซ็นทรัลรีเทล 7 แห่ง,เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์กรุ๊ป, ซีพี เฟรชมาร์ท, บิ๊กซี, แมคโดนัลด์, อินเด็กซ์ ,ลิฟวิ่งมอลล์, กิฟฟา รีน, บริษัท ผู้จัดงานแสดงสินค้า เวิลด์ แฟร์,คาร์ฟูร์, บริษัท นานมีบุ๊คส์, บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต,สมาคมโรงพยาบาลเอกชน, องค์การค้าของ สกสค. (คุรุสภา), เคเอฟซี,พิซซ่าฮัท, บริษัท ส.ศิริแสง จำกัด, บริษัท ไดมอนด์ ไชน์ ฮอลิเดย์ จำกัด,บริษัท ไทยสกายลาร์ค จำกัด, เทสโก้โลตัส บริษัท เอเชีย ไวร์เลส,คอมมิวนิเคชั่น และบริษัท ลีน่า คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด

เกิดคำถามขึ้นมากมายในสังคม นี่คือการแก้ปัญหาที่ถูกจุดจริงหรอ?..จริงอยู่.. เช็คช่วยชาติเป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

รัฐบาลพยายามที่จะหาวิธีการ เพิ่มมูลค่าต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชน แต่ลืมกลุ่มคนรากหญ้า ที่ไม่มีการประกันตนไม่มีประกันสังคม จะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรจากส่วนนี้ มันจะทำให้เป็นแผลใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคม ของการแบ่งชนชั้นอย่างเห็นได้ชัดใช่หรือไม่?

ในขณะที่มาตรการ “รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน” ตามโครงการ 6 มาตรการ 6 เดือน ของรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ดูจะเห็นเป็นรูปธรรมสำหรับทุกคนที่รายได้น้อย ใช้งบประมาณไป 600 ล้านบาทในช่วงเวลา 6 เดือน มองผิวเผินเป็นการใช้งบที่สูง แต่หากมองลึกลงไปถึงการประหยัด กลุ่มคนทำงานบางราย ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวในช่วงเวลา 6 เดือน แต่ใช้บริการขนส่งมวลชนแทน ทำให้ยอดการใช้น้ำมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่โครงการเกิดขึ้นในเฉพาะเขตกรุงเทพ ฯ หากนำงบประมาณ 18,970 ล้านบาทกับการจ่ายรายละ 2,000 บาทต่อปี นำมาใช้กับโครงการดังกล่าว เชื่อว่าน่าจะครอบคลุมทั่วประเทศ

ทำให้ประชาชนทั่วประเทศทั้งระดับกลางและรากหญ้าได้รับการช่วยเหลือที่แท้จริง หากมองในแง่การประหยัด นโยบายดังกล่าวเป็นการสวนกระแสโดยสินเชิงกับคำคำนั้น เนื่องด้วยเป้าหมายหลักต้องการให้เกิดการจับจ่าย ซึ่งเป็นกลุ่มนายทุนผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง และวงเงินรายละ 2,000 บาทต่อปี ถือเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน จึงทำให้คาดการณ์ได้อย่างแน่ชัดว่าเงินงบประมาณ 18,970 ล้านบาท จะถูกประชาชนกลุ่มหนึ่งใช้จ่ายหมดภายในเดือนเดียว

เม็ดเงินที่รัฐบาลแจกจ่ายเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจจะถูกนำไปใช้ซื้อสินค้าในกลุ่มฟุ่มเฟือย ไม่ได้กระจายสู่ชนบท หรือท้องถิ่นเท่าที่ควร แต่หมุนเวียนเฉพาะในเมืองใหญ่ ไม่ได้กระจายลงสู่ภาคธุรกิจทุกระดับ ร้านค้าของผู้ประกอบการท้องถิ่นส่วนใหญ่ ไม่ได้เข้าร่วมโครงการเช็คช่วยชาติ ซึ่งธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการจะมีแต่โมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ และห้างสรรพสินค้าในส่วนกลางเท่านั้น

หนามเศรษฐกิจและการเมืองทิ่มแทงคนไทยมานาน รัฐบาลมีเข็มทองทรงพลัง การปักเข็มทุกครั้งส่งผลทุกด้าน หากไม่ตรงจุด แผลจากหนามและเข็มจะทำคนไทยเจ็บปวดยิ่งขึ้น “เช็คช่วยชาติ” รัฐบาลจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือ โดยส่วนตัวเห็นควรจะประหยัดใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ช่วยทั้งตัวเราและชาติบ้านเมือง กับปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าคนไทยอยู่ ขอจงเพิ่มกำลังใจให้ตัวเองเพื่อต่อสู้และร่วมกันฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้….

Reporter : ญาณาธิป   Photo : Internet   Category : จดหมายถึง บก.

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com