พัทยาเดลีนิวส์

18 พฤศจิกายน 2559 :: 05:11:39 am 200177

เตรียมใช้งบกว่า 800 ล้านบาท ปรับภูมิทัศน์ แหลมบาลีฮาย

คณะกรรมการจัดระเบียบท่าเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ แจงต้องใช้งบกว่า 800 ล้านบาท ปรับภูมิทัศน์ สร้างท่าเรือใหม่ และอาคาร เพื่อรองรับการกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ บริเวณแหลมบาลีฮาย
สนใจโฆษณา

จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยการนำของมณฑลทหารบกที่ 14 มีนโยบายให้ดำเนินการจัดระเบียบท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ขึ้นใหม่ เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว และทวงคืนพื้นที่สาธารณะเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังเป็นแผนการปรับภูมิทัศน์เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ในช่วงปลายปี 2560

โดยมีมติให้ผู้ประกอบการเรือท่อง เที่ยวจำนวนกว่า 700 ลำทำการย้ายเรือและอุปกรณ์ออกจากบริเวณลานสาธารณะขนาดพื้นที่กว่า 10 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนั้น ซึ่งต่อมาได้มีหนังสือคำสั่งจังหวัดชลบุรี ที่ 6358/2559 ให้ทำการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานจัดระเบียบท่าเทียบเรือพัทยาใต้ขึ้น โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ทั้งหมด เพื่อร่วมพิจารณาในการจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าวใหม่ ทั้งการพัฒนา การจัดการจราจร ความปลอดภัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคต

 

ล่าสุดวันที่ (17 พ.ย.59) ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายเชาวลิตร แสงอุทัย รองผู้ว่าราช การจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมร่วมคณะกรรมการและคณะทำงานเป็นครั้งแรกหลังได้รับการแต่งตั้ง โดยได้มีการชี้แจงถึงผลการปฏิบัติ รวมทั้งแผนในการพัฒนาและปรับปรุง และการแก้ไขปัญหาจากการจัดระเบียบที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

นายเชาวลิตร กล่าวว่า หลังการดำเนินการจัดระเบียบในการทวงคืนพื้นที่สาธารณะแล้ว ก็พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือด้วยดีและไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเพื่อให้นโยบายเดินไปอย่างรอบคอบและมีผลปฏิบัติที่เกิดประโยชน์สูงสุดจึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแลใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

 

1.ส่วนกำหนดนโยบายและอำนวยการ 2.ส่วนทำงานด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม 3.ด้านความปลอดภัยและการจราจรทางบก และ 4.ด้านความปลอดภัยและการจราจรทางน้ำ ซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมทำงาน ซึ่งจะมีการจัดประชุมเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การปฏิบัติชัดเจน ก่อนสรุปเสนอต่อคณะของ พลโทอภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ที่จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้

 

สำหรับนโยบายที่มอบหมายให้ไปนั้น ทั้งการเรื่องโยกย้ายพื้นที่จอดเรือไปยังพื้นที่ส่วนบุคคลซึ่งมีปริมาณเรือกว่า 1,000 ลำ ทำให้พื้นที่การจอดกระจัดกระจายไปตามส่วนต่างๆจึงอาจมีปัญหาในเรื่องของการลากจูง รวมทั้งระยะเวลาที่กำหนดเกี่ยวกับการนำเรือขึ้นลงจากน้ำ ซึ่งกำหนดเวลาไว้ในช่วง 20.00-05.00 น.

 

03 04

 

อีกทั้งที่ผ่านมาทางผู้ประกอบการเองก็ยังได้ร้องขอให้ทำการปรับเปลี่ยนเวลาใหม่เป็น 04.00-09.00 น. สำหรับนำเรือลง และ 15.00 น.เป็นต้นไปสำหรับการนำเรือขึ้นบก ซึ่งเรื่องนี้ทางคณะกรรมการต้องเร่งหารือว่าจะสามารถแก้ไขหรือผ่อนปรนได้หรือไม่ เนื่องจากอาจมีปัญหาเรื่องของสภาพการจราจร ด้วยท่าขึ้นลงแห่งใหม่ที่จัดไว้อยู่บริเวณชายหาดจอมเทียน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

 

ขณะที่กรณีของการปรับเปลี่ยนจุดขึ้นลงเรือจากบริเวณชายหาดนั้น ได้มอบหมายให้เมืองพัทยาเร่งพิจารณาแก้ไขเร่งด่วน เพื่อลดปัญหาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ปัญหาการจราจรบริเวณถนนสายชายหาด และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย

 

ด้านนายวุฒิพล เจริญผล หัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยาเมืองพัทยา กล่าวว่าสำหรับพฤติกรรมในการรับส่งนักท่องเที่ยวของผู้ประกอบการเรือบริเวณชายหาดพัทยานั้น จะเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 06.00 น.ของทุกวันในปริมาณนักท่องเที่ยวกว่า 10,000 คนต่อวัน แต่ด้วยสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ตกต่ำจึงทำให้เหลือเพียง 3,000 คนต่อวันเท่านั้น โดยมีผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวรวม 26 ราย ซึ่งปัจจุบันการจะโยกย้ายพื้นที่มาใช้บริเวณท่าเรือหลักนั้นพบว่าจุดรับส่งมีเพียง 2 ท่าซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ

 

อย่างไรก็ตามปัจจุบันขณะนี้มีการนำเสนอขอจัดสรรงบประมาณต่อสภาเมืองพัทยาเพื่อทำการจัดสร้างท่าเทียบเรือเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 จุด จากนั้นจึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติอีกครั้ง โดยช่วงนี้คงต้องอยู่ในภาวะผ่อนปรนไปสักระยะหนึ่งก่อน

 

ขณะที่โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้นั้น เมืองพัทยาได้จัดทำแผนโครงการพัฒนาออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ส่วนที่มีการพิจาณางบประมาณของเมืองพัทยา ได้แก่ การปรับปรุงสะพานท่าเทียบเรือเดิม ในพื้นที่ 5,560 ตารางเมตร ในงบประมาณ 30 ล้านบาท และปรับปรุงอาคารท่าเทียบเรือพื้นที่ 550 ตารางเมตร งบประมาณ 25 ล้านบาท การจัดทำระบบกล้องวงจรปิดหรือ CCTV จำนวน 96 จุด งบประมาณ 40 ล้านบาท ท่าเทียบเรือเร็วจำนวน 2 ท่างบประมาณ 15 ล้านบาท และปรับภูมิทัศน์ โดยรอบพื้นที่ 10 ไร่ งบประมาณ 97 ล้านบาท

 

ส่วนที่ 2 ได้แก่งบประมาณที่จะขอจัดสรรจากภาครัฐ ได้แก่ การก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือใหม่ ขนาด 12×380 เมตร พื้นที่ 4,560 ตารางเมตร พร้อมท่าเรือ 10 จุด มูลค่า 575 ล้านบาท และอาคารรับรองการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติจำนวน 27 ล้านบาท โดยงบทั้ง 2 ส่วนนั้นกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งจะได้มีการพิจารณาร่วมเพื่อนำเสนออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com