พัทยาเดลีนิวส์

02 กรกฎาคม 2550 :: 15:07:36 pm 9240

เตือนผู้ป่วยเบาหวานไม่ควบคุมน้ำตาลอาจตาบอด

ป่วย เบาหวานไม่คุมระดับน้ำตาลในเลือดอันตรายถึงขั้นตาบอด เสี่ยงกว่าคนปกติ 25 เท่า ขณะที่คนแก่สายตายาวตามอายุรักษาหายขาดได้ไม่ต้องพึ่งแว่น
สนใจโฆษณา

ที่โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน มีการสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “สายตายาวตามอายุ…แก้ไขได้” และ”โรคจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน” มีประชาชนสนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 50 คน โดยพญ.หทัยรัตน์ พิพิธวิจิตรกร จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานหลังอายุ 30 ปี และป่วยนานกว่า 15 ปี มีโอกาสจอประสาทตาเสื่อมประมาณ 60 % ส่วนผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานก่อนอายุ 30 ปี และป่วยนานกว่า 15 ปี มีโอกาสเสี่ยงสูงถึง 98 % ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจนส่งผลให้เกิดภาวะจอ ประสาทตาเสื่อม มีโอกาสตาบอดสูงกว่าคนปกติถึง 25 เท่า 

            พญ.หทัย รัตน์ กล่าวอีกว่า จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวานเป็นอาการแทรกซ้อน เกิดขึ้นจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กที่ไปเลี้ยงจอประสาทตาโตกว่าปกติสลับกับคอดเล็กเป็น ปล้องๆ กรณีที่รุนแรงจะมีหลอดเลือดฝอยเกิดใหม่แตกกิ่งจากจอประสาทตาเข้าไปในน้ำวุ้น ตา แต่ผนังของหลอดเลือดใหม่นี้มีความเปราะบางกว่าปกติ จึงแตกได้ง่ายจนเลือด น้ำเหลือง ไขมันไหลเข้าไปในน้ำวุ้นตา ทำให้สายตามัวลง จนสูญเสียการมองเห็นในที่สุด 

            จักษุ แพทย์ กล่าวด้วยว่า อาการจอประสาทตาเสื่อมแบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก ผู้ป่วยประมาณ 80 % สายตายังปกติ ไม่มีการมัวลงของสายตา อาการในระยะนี้ผู้ป่วยจึงไม่สามารถสังเกตอาการได้ด้วยตนเอง ต้องให้จักษุแพทย์ตรวจวินิจฉัย และระยะที่ 2 ผู้ป่วยจะมีอาการตามัวลงเฉียบพลันโดยไม่มีอาการเจ็บปวด บางรายอาจเกิดพังผืดบนจอประสาทตา ดึงรั้งจอประสาทตาให้ลอกหลุดจากผนังตา ทำให้สายตาผู้ป่วยมืดลง หากถึงขั้นรุนแรงก็จะสูญเสียการมองเห็น ผู้ป่วยจึงควรตรวจตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อจะได้ตรวจเจออาการตั้งแต่ระยะแรกเพื่อรับการรักษาได้ทันท่วงที รวมถึง ควรเลือกรับประทานอาหาร ที่ไม่ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เช่น การทานผักมากๆ และแกงจืด ที่ไม่หวานและไม่เค็ม เป็นต้น 

            พญ.หทัย รัตน์ กล่าวต่อไปว่า การรักษาจะใช้วิธีการฉายแสงเลเซอร์ไปที่จอประสาทตา เป็นการใช้ความร้อนกระตุ้น เพื่อห้ามการไหลซึมของน้ำเหลืองออกจากเส้นเลือดในผู้ป่วยที่จอประสาทตาบวม ในกรณีที่เกิดการงอกใหม่ของหลอดเลือดจะฉายแสงเลเซอร์ เพื่อลดการงอกใหม่ของหลอดเลือด จะช่วยลดการลุกลามของโรคในบริเวณข้างเคียง และหากเป็นกรณีที่พังผืดดึงจอประสาทตาหลุดออก จะใช้วิธีการผ่าตัด ตัดเลาะพังผืดออกแล้วทำให้จอประสาทตาติดกับผนังลูกตา ซึ่งในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นในระยะที่ 2 จักษุแพทย์จะรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยต้องสูญเสียการมองเห็นมากกว่า เดิม 

            ด้านพญ.ยุพิน ลีละชัยกุล กล่าวว่า ประชาชนที่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปมีโอกาสสายตายาวตามอายุ ทำให้การมองในระยะใกล้ๆ เช่น การอ่านหนังสือ ไม่ชัดเจน แต่การมองระยะไกลยังปกติ ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อด้านในลูกตาเสื่อมสภาพตามอายุจนสูญเสียความสามารถใน การโฟกัสวัตถุระยะใกล้ วิธีการแก้ไขที่ผ่านมา เช่น การสวมแว่นสายตา คอนเทคเลนส์ และการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวอาจสร้างความรำคาญในการดำเนินชีวิตประจำของผู้ที่มีอาการ ปัจจุบันจึงมีวิธีการรักษา 3 วิธี ที่จะทำให้สายตายาวตามอายุหายได้อย่างถาวรโดยไม่ต้องสวมแว่นตา หากระดับสายตาคงที่แล้ว ส่วนใหญ่จะอยู่ที่อายุประมาณ 55 ปีขึ้นไป

พญ.ยุ พิน กล่าวอีกว่า การรักษา
            วิธีที่ 1. เรียกว่าวิธี เนียร์ วิชั่น ซีเค (Near Vision CK) เหมาะกับผู้ที่ไม่มีสายตาสั้น แต่มีสายตายาวตามอายุ ด้วยการใช้คลื่นวิทยุเข้าไปปรับเปลี่ยนระดับความโค้งของกระจกตา
            วิธี ที่ 2.วิธีเนียร์ วิชั่น เลสิค(Near Vision LASIK) เหมาะกับผู้ที่ไม่มีสายตาสั้น แต่มีสายตายาวตามอายุเช่นกัน โดยใช้เลเซอร์ปรับระดับสายตาให้เป็นสายตาสั้นเล็กน้อยหนึ่งข้าง เพื่อไว้มองระยะใกล้ ส่วนตาอีกข่างปล่อยไว้คงเดิม เพื่อมองระยะไกล             
            วิธีที่ 3.วิธีโมโนวิชั่น(Monovision) เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นและสายตายาวตามอายุ ด้วยการแก้ไขสายตาสั้นในตาข้างที่ถนัด ให้สามารถมองไกลได้ ส่วนตาข้างที่ไม่ถนัด จะแก้ไขให้สายตาสั้นเล็กน้อย เพื่อไว้มองใกล้ระดับที่สามารถอ่านหนังสือได้ จึงสามารถมองเห็นได้ทั้งใกล้และไกล 

 

            “วิธี รักษาดังกล่าวไม่เหมาะกับอาชีพที่ต้องใช้สายตาอย่างละเอียด เช่น สถาปนิก จักษุแพทย์ และ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับจิวเวอร์ลี่ เนื่องจากต้องใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ มาก แนะนำให้สวมแว่นตาจะดีกว่า ส่วนความเชื่อที่ว่าตอนเด็กสายตาสั้น เมื่อแก่สายตายาว จะหักลบกลบหนี้จนทำให้สายตาปกตินั้น ไม่เป็นความจริง เมื่อถึงเวลานั้นจะต้องแก้ไขทั้งสายตาสั้นและยาว”พญ.ยุพินกล่าว

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com