พัทยาเดลีนิวส์

05 พฤษภาคม 2552 :: 11:05:19 am 4705

เที่ยวบางคล้า สัมผัสเสน่ห์เมืองแปดริ้ว

ปัจจุบัน รูปแบบการท่องเที่ยวบ้านเราได้ปรับเปลี่ยนไปหลายแนวทาง นอกเหนือจากการท่องเที่ยวตามประเพณีนิยมที่ทำกันมายาวนานที่ไปเที่ยวตาม แหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักคุ้นเคยกันดี ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นการท่องเที่ยวทางเลือกที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น
สนใจโฆษณา

ทุกวันนี้เรามีชุมชนเล็กๆมากมายที่เปิดตัวเองเป็นแหล่งท่อง เที่ยวเพื่อการเรียนรู้ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งการท่องเที่ยวโดยชุมชนนี้กำลังเป็นจุดเปลี่ยนของโลกแห่งการท่องเที่ยว เป็นทางเลือกใหม่เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว นิยามการท่องเที่ยวโดยชุมชนคือการท่องเที่ยวที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดกระบวนการ ทิศทาง และรูปแบบการท่องเที่ยวของตนเอง ชาวบ้านทุกคนเป็นเจ้าของทรัพยากรท่องเที่ยวนั้นๆ และมีส่วนได้ส่วนเสียที่เกิดจากการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวที่จัดโดยชุมชนนั้นมีจุดขายที่หลากหลาย ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต การอนุรักษ์ รวมทั้งมีการพัฒนารูปแบบเพื่อสร้างความยั่งยืนสู่คนรุ่นลูกหลานและเกิด ประโยชน์ต่อท้องถิ่นอย่างแท้จริงนักท่องเที่ยวที่เลือกไปเที่ยวชุมชนเหล่า นั้นก็จะได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่ชุมชนนั้นๆนำเสนอ เช่นได้รู้จักกรรมวิธีทอผ้า การทำเกลือการเลี้ยงต้อนรับแบบชนเผ่า หรือแม้แต่การใช้ชีวิตตามวิถีชีวิตประจำวันของพวกเขา             อำเภอ บางคล้า 

            อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัด ฉะเชิงเทราหรือแปดริ้วไปทางทิศตะวันออกประมาณ 25 กิโลเมตร ก่อนถึงทางแยกเข้าอำเภอบางคล้าด้านขวามือ จะมีอาคารจีนสีขาวตั้งอยู่ริมถนน นั่นคือ ร้านขนมเปี๊ยะตั้งเซ่งจั๊ว ที่ตัวอาคารเคยได้รับรางวัลเหรียญทองทางสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิก สยาม ในปี 2547 ภายในร้านมีมุมจิบน้ำชา รวมทั้งจำหน่ายของที่ระลึก และขนมเปี๊ยะนานาชนิดให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากมากมาย 

            สุดยอดขนมเปี๊ยะบางคล้า “ตั้ง เซ่ง จั้ว” 

            ออก จากวัดโพธิ์บางคล้า ก็แล่นรถออกไปตามถนนเห็นป้าย ตามข้างถนนมากมายว่า ร้านขนมเปี๊ยะ “ตั้ง เซ่ง จั้ว” ได้ยินว่าเป็นร้านเก่าแก่มีชื่อเสียงและขนมเปี๊ยะอร่อยๆ อยากไปลองดูให้เห็นกับตา ได้ชิมลิ้มรสจากปากซะที เห็นป้ายร้านสูงๆมาแต่ไกล ภายนอกเป็นที่จอดรถซึ่งแน่นอนว่ามีขนาดที่มากพอสำหรับกรุ๊ปทัวร์แน่ๆ เพราะร้านพวกนี้ต้องอาศัยทัวร์มาลงอยู่แล้ว เดินเข้าต้องสะดุดตากับอาคารรูปแบบ Modern Chinese ที่ดูเรียบง่าย สวยงามแต่บ่งบอกรูปลักษณ์จีนไว้อย่างชัดเจน 

            อาคารวาง เป็นแนวแกน Axis โดยมีบ่อน้ำทั้งสองข้างอยู๋ด้านหน้าอาคาร เวลาเดินผ่านแกนกลางจงต้องเดินผ่านน้ำเข้าไป เพื่อเข้าถึงร้านค้าภายในอาคาร ผู้คนมากมาย เดินดูสถาปัตยกรรมภายนอกก่อน สวยดีครับลักษณะอาคารแบบจีน ที่แสดงออกด้วยรูปทรงหลังคาที่โค้งงอน การเล่นระดับหลังคาที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ เสริมเน้นด้วยสันหลังคาคอนกรีตที่ดูน่าสนใจอาคารดูเรียบง่ายและอาจดูหนักไป บ้างแต่การใช้ต้นหลิวที่ดูอ่อนไหว พริ้วลมก็ช่วยให้ดูอ่อนโยนขึ้นมาบ้าง อีกทั้ง “ต้นหลิว” ยังช่วยเสริมลักษณะของความเป็นภูมิสถาปัตยกรรมจีนได้ดี 

            เมื่อ ผ่านเข้ามายังตัวอำเภอบางคล้า อย่าพลาดไปชม ค้างคาวแม่ไก่ที่วัดโพธิ์ เมื่อแหงนมองไปตามต้นไม้จะเห็นค้างคาวแม่ไก่ นอนห้อยหัวเกาะอยู่ตามกิ่งไม้เต็มไปหมด (หากมาเที่ยวบางคล้าในตอนเย็นจะเห็นค้างคาวเหล่านี้ทยอยบินออกไปหากินเป็น ฝูงใหญ่) หรือใครจะแวะไปไหว้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในบางคล้า ได้แก่ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ศาลหลักเมืองบางคล้า วัดแจ้ง วัดปากน้ำโจโล้ และสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินก็น่าสนใจยิ่ง 

            ค้างคาวแม่ไก่ วัดโพธิ์ บางคล้า 

            หลัง จากไปฝ่าฝูงชนที่มากมายมาแล้ว ไหว้พระเสร็จก็รีบออกมาจากวัดทันที เพื่อไปดูฝูง “ค้างคาวแม่ไก่” ที่วัดโพธิ์ บางคล้า กันดีกว่า ภาพแรกที่นึกถึงคือฝูงค้างคาวในถ้ำที่เราจะสามารถเห็นได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปดู ข้างในหรือรอจนเย็นตอนที่ค้างคาวบินออกไปหาอาหาร ระหว่างเดินทางไปใจก็คิดไปวาดภาพว่าคงประมาณนั้น รถมาจอดที่ภายในวัดที่มีคนพอสมควรแต่ก็ไม่มากมายเท่าวัดโสธรฯ 

            เดิน ผ่านจากลานที่จอดรถก็ต้องตะลึงกับฝูงค้างคาวมากมายที่เกาะห้อยหัวอยู่เต็ม ต้นไม้ ดูแล้วแปลกใจว่าทำไมมาเหาะกลางแจ้งอย่างนี้ บางตัวเหมือนจะมาอาบแดด เกาะกิ่งไม้เปล่าๆที่ไม่มีใบไม่สักใบเดียว 

            ค้าง คาวแม่ไก่ : เป็นค้างคาวที่มีปีกสีดำ หน้าตาเหมือนสุนัขจิ้งจอกคือ มีจมูกและใบหูเล็ก ตาใหญ่ ขนสีน้ำตาลแกมแดง ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากิน 

            เดินผ่านประตูวัดเข้าไปในส่วนของศาลาที่มีพระพุทธรูปที่มีรูป ร่างไม่คุ้นตาเท่าไหร่เพราะแต่ละองค์จะมีฐานและผนังด้านหลังแบบพระนูนต่ำ ไม่ลอยตัวไหว้พระเพียงแค่พนมมืออย่างนอบน้อมเท่านั้นเพราะคนมากมายอยู่ใน ศาลา ขี้เกียจไปเบียดฝูงชน เดินต่อไปทางซ้ายของศาลาจะพบกับวิหารเล็กๆ ผมก็ไม่ทราบประวัติแต่ดูเก่าน่าจะมีอายุเทียบเท่ากับวัดแห่งนี้เป็นแน่ 

            หาก ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติบรรยากาศริมแม่น้ำ ที่ตลาดน้ำมีบริการ เรือท่องเที่ยวรอบเกาะลัด ที่จะพานักท่องเที่ยวล่องไปตามแม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานที่ต่าง ๆ และจอดให้นักท่องเที่ยวแวะซื้อหาผักผลไม้สดสดจากชาวสวนที่ ตลาดบ้านเกาะลัด ก่อนมาจอดแวะพักผ่อนเดินเล่นที่เกาะลัดรีสอร์ท ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น หากมาพักค้างคืนที่บางคล้าสามารถเช่าเรือชมหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้อีกด้วย 

            ส่วน ถ้าไปในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ที่บางคล้ามี ตลาดน้ำบางคล้า เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ ตลาดแห่งนี้เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น มีผู้คนมาเที่ยวกันคึกคักตลอดวัน ส่วนใหญ่มาหาซื้อของกินของฝากที่ล้วนเป็นสินค้าโอทอปของแปดริ้ว รวมทั้งพืชผักผลไม้จากสวน 

            ตลาดน้ำบางคล้า
 
            ตลาดน้ำ บางคล้า จัดตั้งขึ้นภายใต้นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของคณะผู้บริหารเพื่อเป็น การกระตุ้นเศรษฐกิจของอำเภอบางคล้า โดยส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งทางเทศบาลตำบลบางคล้าได้เตรียมการรองรับตลาดน้ำบางคล้าโดยจัดมีการฝึก อบรมอาชีพแก่ประชาชน เช่น บริการนวดเพื่อสุขภาพ การทำอาหารและทำขนม การประดิษฐ์ของที่ระลึก เป็นต้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพจริงและสร้างรายได้จริง 

            ตลาด น้ำบางคล้า มีลักษณะเป็นโป๊ะที่ยื่นลงสู่แม่น้ำบางปะกง และมีการค้าขายสินค้าทางเรือโดยส่วนมาก โดยมีการจัดจำหน่ายสินค้าอย่างหลากหลายทั้งยังเป็นสินค้าที่ผสมผสานความเป็น ไทยในอดีตกับปัจจุบันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นหีบห่อของอาหารที่ทำจากใบตอง ภาชนะใส่เครื่องดื่มทำจากดินปั้นเป็นต้น ตลาดน้ำบางคล้ายังมีความพิเศษในเรื่องทัศนียภาพที่สวยงามริมฝั่งแม่น้ำบางปะ กง ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นป่าชายเลนที่มีทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากมายไม่ว่า จะเป็นกุ้ง ปลา พันธุ์ไม้ต่าง ๆ หรือแม้แต่วิถีชีวิตของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำที่มีการดักลอบปลา หรือพายเรือจับปลา จับกุ้ง เป็นต้น และถ้าออกนอกตัวอำเภอบางคล้าไปเล็กน้อย มีหมู่บ้านน้ำตาลสด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโดยตรง ชมกรรมวิธีการผลิต และซื้อหาผลผลิตที่ชาวบ้านทำมาขายเรียงรายสองฝั่งถนนบริเวณหมู่บ้าน ทั้งน้ำตาลสด น้ำตาลงบ และขนมจาก 

            หมู่บ้านน้ำตาลสด 

            ตั้ง อยู่ที่บ้านปากน้ำ หมู่ที่ 11 ถนนวนะภูติ ตำบลปากน้ำ เป็นแหล่งผลิตน้ำตาลสดพร้อมดื่มแห่งเดียวในภาคตะวันออก ชมขั้นตอนการผลิตน้ำตาลสดจากต้นตาลโตนด และสัมผัสวิถีชีวิตของเกษตรกรที่ผลิตน้ำตาลสด ชมกระบวนการผลิตน้ำตาลสด เริ่มด้วยการปีนต้นตาลสูงระฟ้าเพื่อรองน้ำตาลยามเช้าและเย็น ต่อด้วยขบวนการต้มน้ำตาลสด ก่อนที่จะส่งไปขายทั่วประเทศ การทำน้ำตาลปึก และชิมน้ำตาลสดหอมหวาน ก่อนเดินทางกลับเลือกซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์เป็นของฝากกลับบ้าน เช่น น้ำตาลสดพร้อมดื่ม น้ำตาลปึก หมวกกุ้ยเล้ย งวงตาลตัวผู้ที่ชาวบ้านเชื่อว่ารักษาโรคเบาหวานได้ 

            ถัด จากหมู่บ้านน้ำตาลสดข้ามสะพานแม่น้ำบางปะกงไปอีกไม่ไกลจะถึง สวนปาล์มฟาร์มนก แหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ เป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงนกแก้วหลากหลายสายพันธุ์ รวมทั้งนกกระตั้ว นกมาคอว์ ที่มีสีสันสวยงาม ด้านหน้าสวนจัดทำเป็นห้องนิทรรศการแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับนกแก้ว มีสวนปาล์มประดับที่สวยงามแปลกตา อาทิ อ้ายหมีมาโค มูลิไอ เบลียาน่า ฯลฯ จะเดินชมหรือเช่าจักรยานเที่ยวรอบสวนก็ได้ เปิดให้ชมทุกวันเวลา 9.30 – 16.30 น. 

            สวนปาล์ม ฟาร์มนก 

            สวน ปาล์ม ฟาร์มนก ตั้งอยู่เลขที่ 25 หมู่ 6 ตำบลบางตลาด ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทราประมาณ 7 กิโลเมตร (ผ่านเขื่อนทดน้ำบางปะกง ทางไปอำเภอบางคล้า) เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และจำหน่วยนกแก้วมาคอร์ (พันธุ์บลูแอนด์โกลด์ , สกาเล็ต , กรีนวิง , ไฮยาซิน) นกกระตั้ว สุนัขพันธุ์ต่างประเทศ (พันธุ์โอลด์อิงลิช มาสตีฟ , เฟรนซ์ มาสตีฟ , นีโปรลีแตน มาสตีฟ) และต้นปาล์มกว่า 10 สายพันธุ์ เช่น ตาลฟ้า มูลิไอ วิคตอเรีย โคราช ฟ็อกซ์เทล ริเวอร์ เพรชบุรี อินทผลัม เป็นต้น นักท่องเที่ยวจะเข้าเที่ยวชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในสวนได้ หากเข้าชมเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0-1218-8223 ค่าเข้า เด็ก 50 ผู้ใหญ่ 100 บาท 

            จากนั้นเดินทางต่อไปตามป้ายที่มี ติดไว้เป็นระยะ จะถึง คุ้มวิมานดิน ที่นี่เป็นอาณาจักรเครื่องปั้นดินเผา ในสวนธรรมชาติ มีของตกแต่งบ้านของฝากไอเดียเก๋น่ารักให้เลือกซื้อมากมาย แวะหามุมโปรดนั่งพักผ่อนจิบกาแฟ หรือจะแวะไปชมบ้านดิน หรือทดลองปั้นดินด้วยตนเอง เปิดให้เที่ยวชมเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดตามเทศกาล 

            มาเที่ยวที่ คุ้มวิมานดิน นั้นคุ้มแสนคุ้ม เพราะนอกจากคุณจะได้ ชมเครื่องปั้นดินเผาน่ารักๆในแหล่งผลิตที่เป็นธรรมชาติแล้ว คุณยังสามารถใช้เวลาพักผ่อนในช่วงวันหยุดนี้ เพื่อ ชมบ้านดิน จิบกาแฟหอมๆ ขี่จักรยานชมสวน หรือลองปั้นดินดูสักชิ้น ชมวิตชีวิตแบบเกษตรพอเพียง ของชาว อ.คลองเขื่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ และซื้อของฝากจากธรรมชาติกลับบ้าน ในดินแดนอันเงียบสงบ 
            หลังจากตระเวนเที่ยวมาทั้งวัน หากต้องการพักผ่อนในที่พักท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ที่บางคล้าและอำเภอใกล้เคียง มีที่พักสบาย ๆ ให้เลือกใช้บริการหลายแห่ง อาทิ เกาะลัดรีสอร์ท โฮมสเตย์เกาะลัด เรนโบว์อโรคยา และคุ้มบุญส่งรีสอร์ทแอนด์สปา เป็นต้น 
            และนั่น ก็เป็นเสน่ห์แห่งบางคล้าที่หากใครสนใจก็สามารถเดินทางไปพักผ่อนกันได้ตามแต่ สะดวก
 

 

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com