พัทยาเดลีนิวส์

09 พฤศจิกายน 2553 :: 14:11:40 pm 42883

เที่ยว “เลย” รับลมหนาว ถึงคราวสัมผัส 4 ภูสวยรวยเสน่ห์

ย่างเข้าหน้าหนาวอีกครั้ง ก็ถึงฤดูกาลที่จะต้องออกไปรับลมหนาวตามเขาสูง ด้วยอากาศที่หนาวเย็นจับใจ อย่างที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง และบรรยากาศสวยงามเขียวขจี ที่มองไปแล้วสบายตาสบายใจ คล้ายกับได้เพิ่มพลังงานให้กับตัวเอง
สนใจโฆษณา

สำหรับที่จังหวัดเลย หน้าหนาวคือช่วงโอกาสทองในการออกท่อง 4 ภูสูงสวย อันรุ่มรวยเสน่ห์ของเมืองนี้ ซึ่งความโดดเด่นของแต่ละภู มีอะไรบ้าง ขอเชิญทัศนากันได้

เที่ยวภูยอดฮิต พิชิตภูกระดึง

แม้ว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตตลอดกาลของเมืองไทยไปแล้ว แต่ภูกระดึงในวันนี้ก็ยังมีเสน่ห์ให้ได้เข้าไปสัมผัสกันอีกมาก เพราะภายหลังจากที่หยุดพักฟื้นปิดพื้นที่ไป 4 เดือน ผืนป่าเขียวขจีแห่งนี้ ก็ได้เริ่มเปิดฤดูกาลต้อนรับนักท่องเที่ยวขึ้นอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 53 – 31 พ.ค. 54

แม้จะเป็นภูที่ต้องเดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขาสูง ในระยะทางประมาณ 7 กม. และระยะทางที่ไกลสูงชัน โดยเส้นทางจะผ่านซำต่างๆ อาทิ ซำแฮ่ก ซำแคร่ ไปจนถึง “หลังแป”หรือยอดภูกระดึง ที่เป็นหน้าผาตัดกว้างใหญ่ ลักษณะรูปหัวใจ จากนั้นก็จะได้พบกับที่ราบท่ามกลางทุ่งหญ้าป่าสนเขา อันกว้างใหญ่ ซึ่งก็ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูแล้ว ก็พลาดไม่ได้ที่จะไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าตรู่ ที่ “ผานกแอ่น” ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับลานกางเต็นท์ และชมพระอาทิตย์ตกดินในยามพลบค่ำ ที่ “ผาหล่มสัก” ซึ่งถือได้ว่าเป็นผาที่มีคนไปรอชมมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ด้วยองค์ประกอบของความงามยามอาทิตย์อัสดงที่ลงตัว ทั้งต้นสนเดียวดายที่มีกิ่งยื่นออกไปรับกับชะง่อนหินที่ยื่นไปยังหน้าผา หรืออาจจะไปรับความเย็นฉ่ำกันในเส้นทางสายน้ำตก อาทิ น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกถ้ำสอเหนือ

นอกจากนี้ยังจะได้พบต้นเมเปิ้ลที่เปลี่ยนใบเป็นสีแดงสวยงาม ในช่วงเดือนธันวาคม ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่น่าภาคภูมิใจ ของเหล่านักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปบนภูกระดึง ก็คือ การได้เป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึง ที่ระดับความสูง 1,288 เมตรจากระดับน้ำทะเล และได้ถ่ายรูปเคียงคู่กับป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” บริเวณหลังแป ที่หลายคนบอกว่าเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

หนาวสุดแดนสยาม สัมผัสได้ที่ภูเรือ

ยอดภูเรือ ในอุทยานแห่งชาติภูเรือ อ.ภูเรือ เป็นดินแดนแห่งทะเลภูเขา ที่จะได้เห็นภาพทิวทัศน์กว้างไกลสุดสายตา มีทะเลหมอกลอยในหุบเขาสลับซับซ้อน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสรวงสวรรค์บนดินเลยทีเดียว

สาเหตุที่ขนานนามกันว่า “ภูเรือ” ก็เพราะมีภูเขาลูกหนึ่ง มีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือ ด้วยจินตนาการของคนในยุคก่อน จึงกลายมาเป็นภูเรือในทุกวันนี้ ซึ่งบนยอดภูเรือนั้นถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นชั้นดี ที่ในหน้าหนาวอย่างนี้ จะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปตั้งกล้องเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นกันเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ภูเรือยังมี เส้นทางศึกษาธรรมชาติลานหินพานขันหมาก ที่นอกจะได้ชมก้อนหินประหลาดน่าสนใจอย่าง หินพานขันหมาก หินศิวลึงค์ หินเต่าแล้ว บริเวณนี้ยังมีตำนานพื้นบ้านเกี่ยวพันกับบรรดาหินรูปทรงประหลาดเหล่านี้ให้ฟัง และจินตนาการเพิ่มอรรถรสการท่องเที่ยวอีกด้วย

ในขณะที่ในส่วนของอำเภอภูเรือ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอำเภอที่หนาวที่สุดในเมืองไทยนั้น ก็มีหลากหลายสถานที่ชวนให้ไปสัมผัสเที่ยวชม อาทิ สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ แหล่งศึกษาค้นคว้าและทดลองไม้ดอกไม้ผลทั้งของเมืองหนาว และพืชสวนของท้องถิ่น ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม และยังมีเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร อาทิ สวนเห็ด สวนผลไม้ ไร่องุ่น ที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด

ไปดูรอยเท้าไดโนเสาร์-กล้วยไม้ป่าที่ภูหลวง

ภายในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ที่สูงที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก โดยเฉพาะกล้วยไม้ป่า ที่ทยอยออกดอกบานสะพรั่ง หมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี เส้นทางการดูดอกไม้เริ่มกันตั้งแต่ จุดตั้งต้นที่จะพบกล้วยไม้ที่เกาะอยู่ตามกิ่งก้านต้นไม้ เช่น ครั่งแสด เอื้องสิงโตสยาม

และเมื่อเข้าสู่โคกนกกระบา ซึ่งเป็นชื่อของสวนหินธรรมชาติ ที่เรียกตามหินใหญ่ลักษณะเหมือนกับนกตบยุง หรือนกกระบาในภาษาอีสาน ก็มักพบเอื้องตาเหิน เอื้องคำเกาะอยู่ตามโขดหิน นอกจากนั้น บริเวณลานหินก็ยังมีกุหลาบแดงและกุหลาบขาว ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะออกดอกสีแดงสีขาวเต็มทั่วลาน มีไม้พุ่มเล็ก ๆ อย่างส้มแปะ และสนทราย ก็ออกดอกเล็ก ๆ เป็นช่อสีขาว และหากเดินชมธรรมชาติไปเรื่อย ๆ ก็จะได้เห็นใบเมเปิ้ล เปลี่ยนสีแดง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน

ส่วนเรื่องของทิวทัศน์ของภูหลวงแห่งนี้ ก็ไม่เป็นรองใครเช่นกัน คนที่ชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ไปกันได้ที่ ผาช้างผ่านหรือผาสมเด็จ หรือจะสัมผัสกับธรรมชาติกันในแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ผากบ ผาชมวิว โหล่นช้างผึ้ง ซุ้มงูเห่า และน้ำตกสายทอง หรือจะเดินป่าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ก็จะได้พบพรรณไม้ที่หาได้ยากหลายชนิด

และที่นี่ก็ยังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์อีกด้วย เพราะได้พบรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่บริเวณผาเตลิ่น เป็นรอยของไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินสองขา อายุประมาณ 120-130 ล้านปี มีทั้งหมด 15 รอย ส่วนใหญ่มุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นป่าภูหลวงในยุคหลายล้านปีมานั้น ก็ยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วย

ปัจจุบันเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ยังไม่ได้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ แต่ได้ผ่อนผันให้บางจุดเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติ และพรรณไม้ ซึ่งจะเปิดให้เที่ยวได้ในช่วงเดือน ต.ค.-เม.ย. เฉพาะบริเวณที่กำหนด และต้องติดต่อขออนุญาตจากทางเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้า

ภูสวนทราย ภูน้องใหม่เมืองเลย

อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย หากไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนอาจจะคิดว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่ประกาศจัดตั้งใหม่ แต่ความเป็นจริงแล้ว อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย ก็คือ อุทยานแห่งชาตินาแห้ว (เดิม) ซึ่งได้มีการเปลี่ยนชื่อเมื่อปี 2549 เนื่องต้องการเน้นให้เห็นถึงความโดดเด่นของภูสวนทราย ซึ่งเป็นภูเขาสำคัญในพื้นที่อุทยานฯ และเพื่อให้สอดคล้องกับแหล่งท่องเที่ยวประเภทภูเขาในจังหวัดเลย ที่เดิมนั้นมีภูชื่อดังอยู่ 3 ภูด้วยกัน คือ ภูกระดึง ภูหลวง และภูเรือ

ความน่าสนใจของที่นี่ เริ่มจากการเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ เคยเป็นฐานที่มั่นของทหารไทยในศึกยุทธภูมิร่มเกล้า ปี พ.ศ. 2530 ปัจจุบัน ยังปรากฏร่องรอยของหลุมหลบภัย บังเกอร์ ให้ระลึกถึงกลิ่นอายสงครามในอดีต และปัจจุบันกลายเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งอีกด้วย

ที่ภูสวนทรายแห่งนี้ อยู่ติดกับชายแดนประเทศลาว ทำให้มีน้ำตกรอยต่อ 2 แผ่นดิน หรือ “น้ำตกตาดเหือง” ที่ไหลคร่อมแผ่นดินไทย-ลาว ถ้ามองเข้าไปในตัวน้ำตก ประเทศไทยจะอยู่ฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายก็คือประเทศลาว แต่ก็ไม่ได้มีเขตคั่นแบ่งสองประเทศให้เห็นด้วยตาเปล่า มีเพียงสายน้ำสีขาวไหลตกกระทบแอ่งเบื้องล่างอย่างสวยงาม

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ จึงทำให้ภูสวนทรายกลายเป็นแหล่งดูนกชั้นดีอีกแห่งหนึ่ง โดยมีทั้งนกประจำถิ่น และนกอพยพ นกที่เด่น ๆ คือ นกมุ่นรกคอแดง นกพญาปากกว้างอกสีเงิน นกกะลิงเขียดสีเทา นกขุนแผนหัวแดง และนกปากนกแก้วหางสั้น ซึ่งเป็นนกประจำถิ่นหายาก และถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายอีกด้วย

และนี่ก็คือ 4 ภูสูงใน จ.เลย ที่น่าชวนกันไปรับลมหนาวกันให้สุขใจในฤดูหนาวปีนี้

** ปัจจุบันมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน 5,000 คน/วัน และต้องจองการเข้าพักล่วงหน้าที่เว็บไซต์กรมอุทยานฯ **

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อช.ภูกระดึงโทร. 0-4287-1333, 0-4287-1458 ,อช.ภูเรือ โทร. 0-4280-7624, 0-4280-7625,
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง โทร. 08-6220-3560, 08-4280-1955 อช.ภูสวนทราย โทร.0-4280-7616

ที่มา manageonline และ อุทยานแห่งชาติ ภูกระดึง

Photo : Internet   Category : ท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com