พัทยาเดลีนิวส์

03 พฤษภาคม 2553 :: 12:05:42 pm 16893

เทือกลั่น ปราบหนัก”ม็อบแดง” ป.ป.ช.สอบภาษี

"เทือก"ส่งสัญญาณปราบหนัก"ม็อบแดง" ไม่การันตีความปลอดภัยแกนนำ ลั่นไม่ยอม"ทหาร-ตร."ตายอีก "เรืองไกร" ยื่นป.ป.ช.สอบ "สุเทพ" งุบงิบเงินศรีสุบรรณฟาร์มจ่ายภาษี 5.44 แสนบาท ผิดพ.ร.บ.มาตรา103
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (3 พ.ค. 53) ที่รัฐสภา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณแยกราชประสงค์ ภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุได้ตัดสินใจทุกอย่างแล้ว เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสมว่า ขณะนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ สันติและอหิงสาตามที่กล่าวอ้าง แต่ในการปฏิบัติการจำเป็นต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง เพื่ออธิบายให้ผู้บริสุทธิ์ทราบว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ขอให้เลิกเป็นโล่ห์มนุษย์ป้องกันผู้ก่อการร้าย และถอยออกจากพื้นที่ราชประสงค์เสีย ให้เหลือแต่พวกฮาร์ดคอร์เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ

“ขณะนี้มีกองกำลังติดอาวุธนำอาวุธสงครามมาเข่นฆ่าทหารและประชาชน หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเมืองการปกครองของประเทศไทย เพราะต้องการสร้างสถานการณ์ให้รุนแรง ประชาชนพวกนี้เป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งต้องดำเนินคดี ภายในสัปดาห์นี้จะทยอยออกหมายจับผู้ก่อการร้าย” นายสุเทพกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้รัฐบาลพร้อมสลายการชุมนุมแล้วใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ถ้าบอกแล้ว ขอร้องแล้วยังไม่ยอม เราก็ต้องใช้กำลัง อย่างกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รัฐบาลได้ส่งคนไปเจรจาอ้อนวอนอย่างไร ก็ยังยโสโอหัง ฮึกเหิม ทำตัวเป็นเจ้าของแผ่นดินคนเดียว ไม่คิดถึงความทุกข์ยากคนอื่น อย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการ

เมื่อถามว่า การสลายการชุมนุมจะใช้กำลังทหารเป็นหลักใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องสนธิกำลังทั้งพลเรือน ทหารและตำรวจ ซึ่งระดมมาจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคต่าง ๆ ก็คิดว่ามีกำลังเพียงพอ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมครม. นัดพิเศษเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม มีมติให้เตรียมนำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหมออกมาใช้ในการสลายการชุมนุมนั้น ขอยืนยันว่า จะใช้กำลังทุกส่วนเท่าที่จะสามารถทำให้เกิดความสงบสุขได้

เมื่อถามว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความหนักใจหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยการสลายการชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะจะทำตามขั้นตอนสากลทุกอย่าง เริ่มจากการประกาศแจ้งเตือน ทำจากเบาไปหากหนัก แต่เมื่อถึงที่หนักก็จะหนักจริง ๆ หนักเพราะไม่ยอมเสี่ยงให้ลูกหลานประชาชนที่เป็นข้าราชการพลเรือน ตำรวจและทหารต้องมาเสียชีวิตจากมือผู้ก่อการร้ายอีก

เมื่อถามว่า หากมีการสลายการชุมนุม บรรดาแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจะถูกจับตายตามที่มีแกนนำได้การกล่าวอ้างไว้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ก็ถ้าเขามีอาวุธต่อสู้ ก็ว่ากันไปตามเรื่องตามราว” เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่การันตีความปลอดภัยของแกนนำใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า “ผมจะไปการันตีชีวิตแกนนำเขาได้อย่างไร ถ้าแกนนำเขาพกเอ็ม 16 แกนนำของเขาเอาปืนทราโวมายิงทหาร แกนนำของคุณ (สื่อ) มันไม่ใช่คนธรรมดาแล้วนี่ครับ เดี๋ยวนี้”

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นำภาพทหารสวมรองเท้าแตะถือปืนเตรียม พร้อมยิงกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาเปิดเผยนั้น นายสุเทพ กล่าวยอมรับว่า “มีทหารใส่รองเท้าแตะ ทหารนอนอยู่แล้วไปยิงเขา เขาก็ลุกขึ้นเอาปืนมาสู้” เมื่อถามว่า แสดงว่ามีทหารอยู่ตรงนั้นจริงใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ใช่จริง ทหารอยู่ที่ตึกชาญอิสระ วันนั้นเขายิงเข้าไปที่ตึกชาญอิสระ เขาก็ต้องคว้าปืนสู้ จะให้ทหารแต่งเครื่องแบบนอนทั้งคืนหรือ”

เมื่อถามย้ำว่า พท. อ้างว่ามีกองกำลังทหารในโรงพยาบาลจุฬาฯ นายสุเทพ กล่าวว่า “โกหก พรรคนั้นโกหกทั้งพรรค”

ด้าน นพ. วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์คาดการณ์ว่าจะมีการสลายการชุมนุมก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม ว่า ไม่คิดว่าจะเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์เกิดความรุนแรงขึ้น แต่เชื่อว่าเหตุการณ์น่าจะเบาบางลงได้

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ได้ทำหนังสือลงวันที่ 3 พ.ค.2553 ถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่อาจมีพฤติการณ์กระทำฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 103 จากการตรวจสอบแบบการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่นายสุเทพแจ้งไว้ที่ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี พบข้อสังเกตเบื้องต้นเกี่ยวกับการเสียภาษีว่าอาจมีการรับทรัพย์สินที่เป็นเงินหรือผลประโยชน์จากบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด เพื่อนำเงินมาชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เกิดจากเงินได้พึงประเมิน ประเภท สวนยาง เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) ที่แจ้งว่ามีภาษีต้องชำระตามการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2550 (ภ.ง.ด. 90) เป็นเงิน 544,830 บาท จากยอดภาษีที่คำนวณได้ทั้งสิ้น 2,248,671.29 บาท หักด้วยภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นจำนวน 1,514,733 บาท และหักด้วยภาษีที่ได้ชำระไว้ตามแบบ ภ.ง.ด. 94 จำนวน 189,108.18 บาท

นายเรืองไกรกล่าวต่อว่า โดยค่าภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม จำนวนเงิน 544,830 บาท มีการแจ้งว่าจ่ายเช็คธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยสหกรณ์สุราษฎร์ธานี เป็นเช็คของบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด เลขที่ 0028256 ลงวันที่ 28 มี.ค.2551 จึงมีประเด็นที่ชวนสงสัยว่ามีลักษณะเข้าข่ายที่ควรถือเป็นการรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นที่กฎหมายห้ามหรือไม่ เพราะนายสุเทพควรต้องชำระภาษีด้วยตนเอง ในฐานะบุคคลธรรมดา แต่จากหลักฐานที่แสดงไว้ทำให้เข้าใจว่าได้รับเช็คมาจากบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์มฯ ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล และจากข้อมูลที่ได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าใจว่านายสุเทพได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์มฯ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2550 โดยได้โอนหุ้นทั้งหมดให้กับบุตร 3 คน จึงไม่ควรได้รับประโยชน์ตอบแทนจากบริษัทอีก ได้เข้ามาเป็น ส.ส.เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2550 แม้ต่อมานายสุเทพ จะลาออกจาก ส.ส. แต่มิได้ทำให้การรับประโยชน์จากบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์มฯ ต้องพ้นจากความรับผิดตามมาตรา 103 ไปตามการลาออกแต่อย่างใด จึงขอให้ตรวจสอบการกระทำของนายสุเทพดังกล่าว.

ข่าวสด , เดลินิวส์
ภาพ www.talkystory.com

Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com