พัทยาเดลีนิวส์

02 กันยายน 2553 :: 15:09:38 pm 34973

เบื้องหน้า “ร่ายมนต์รัก” เบื้องหลัง “ลับมีดเชือด”

ความหลากหลายในสไตล์ ของนักการเมืองที่แพรวพราว ซึ่งมีตัวละคร เดิมๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยนตัวแสดง และได้ผ่านการเป็น “มิตร”และ “ศัตรู” กันมาแล้วหลายรอบ ต้องนับว่า ท่านเหล่านั้น คือผู้ที่สร้างสีสันให้กับแวดวงของการเมือง ภายใต้คำขวัญที่ว่า ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ขณะนี้ทั้งหมด ต่างก็อยู่ในซีก รัฐบาลมีความสุขพร้อมกันทั่วหน้า
สนใจโฆษณา

สุภาษิตที่บอกว่า “ไม่มีดินก็ก่อกำแพงไม่สำเร็จ” หมายความว่า หากเงื่อนไขไม่พร้อมงานก็ย่อมไม่อาจดำเนินการได้ บรรดานักการเมือง จึงทำทุกอย่างเพื่อ “เงื่อนไข” ที่ตนเองต้องการ และทุ่มทุกอย่างเพื่อ “ผลประโยชน์” ที่ตัวเองพึงได้เท่านั้น ไอ้ที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์เพื่อชาติ และผู้คนในชาติขอร้องอย่าหวัง ที่พูดออกมาทั้งหมด ก็เพียงเพื่อสร้างภาพ ให้ตัวเองสะอาดบริสุทธิ์เท่านั้น

เนวิน ชิดชอบ เจ้าของฉายา “ร้องไห้กับเดือน” เคยกระชาก “เทพเทือก” ให้ตกเวทีด้วย หยิบ สปก4/01 ขึ้นมาอภิปราย จน นายกฯ ชวน หลีกภัย รำคาญ ยุบสภาทิ้ง! บรรหาร ศิลปอาชา เจ้าของ สมญา “มังกรลากเกี๊ยะ” จึงได้ขึ้นมานั่งแป้นเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นคนต่อมา ในปี 2538 นั่นเอง

สุเทพ เทือกสุบรรณ หรือจอม “สับแขนหลอก” นำ ประชาธิปัตย์ กลับมาซัด “บรรหาร” ในอีกหนึ่งปีถัดมา เป็นที่รู้กันดีว่านี่คือ “สงครามแห่งการแก้แค้น” ครั้งนั้นเล่นหนักถึงขนาด นำเอา บรรพบุรุษ มาตีแผ่ในสภา เมื่อนึกถึงที่ไร ช่างสุดสะเทือนใจยิ่งนัก

สุดท้าย นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็หงอ เหี่ยว ยอมเขาทุกที รถเมล์เอ็นจีวี ๔ พันคัน ท่านก็เหยียบเบรกเพื่อให้ พรรคภูมิใจไทย หยุด ขืน ถอยกรูด ย่อมถูกครหา ว่าหากินกับโครงการนี้ จนปากมันส์เยิ้ม หลายครั้งว่าไม่ยอม พอเค้าขึ้นเสียงให้ได้ยิน ก็ยอมสิ้น เหมือนเดิม

ครั้น ความจริง แตกดังโพล๊ะ โดนเขาจับได้ไล่ทัน ก็ยัดความผิดให้กับ “ลูกน้อง” ได้อย่างสุดยอด ไม่เพียงแต่ “วอลล์เปเปอร์” ส.ส.ศิริโชค โสภา จะรับขี้เข้าไปเต็มกางเกงเมื่อ นายกฯ และ รองนายกฯ ออกมาบอกว่า การเดินเข้าเรือนจำ พบ “วิคเตอร์ บูท” เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล พอมีอะไรเสียหาย ลูกน้อง ปลายแถวรับไป ก็แล้วกัน

อีกเรื่องคือ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาด่าเสื้อแดงเป็นวรรคเป็นเวร พอพูดไม่เข้าเรื่อง เกี่ยวกับ “เสื้อแดง” วางบอมม์เมืองหลวง หัวหงอกหัวดำ หัวกะทิ ผู้เป็นคีย์แมนรัฐบาล ออกมาเฉ่ง เป็นการพูดในฐานะ ส่วนตั๊ว ส่วนตัว

“ลูกพี่” มีพฤติการณ์ เช่นนี้ ลูกน้องยังภักดี? ประเทศนี้ ยิ่งมีแต่ความน่ากลัว

ถึงแม้กระแสข่าวเรื่อง ไทยเสียดินแดนให้เขมรจะร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ แต่เรื่องที่ได้รับความสนใจจากคนไทยไม่แพ้กันก็คือ เรื่องการปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่ ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่า จะเริ่มต้นปฏิรูปกันตรงไหน และจะปฏิรูปอย่างไร อะไรคือความเด่นของประเทศไทย หลังจากการปฏิรูปผ่านไปแล้ว

มองดูขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีที่น่ารักน่าชังของเรา ท่านมีปัญหาเสียเองคือ ท่านเป็นผู้นำก็ไม่ได้ เป็นผู้ตามก็ไม่ดี เพราะตั้งแต่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีจนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังไม่เคยเห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีที่น่ารักคนนี้ จะรู้จักปัญหาของประเทศไทยตรงไหนเลย เรื่องรถเมล์ฟรี ก็นายกฯสมัครทิ้งไว้เป็นมรดกดูต่างหน้า เรื่องการศึกษาฟรีก็มีความคิดมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลคึกฤทธิ์ เรื่องคอรัปชั่นที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ว่า จะจัดการอย่างจริงจังก็ไม่ได้เรื่องได้ราว โกงกันแบบสะบั้นหั่นแหลก ไม่มีวี่แววว่าจะทำอะไรได้เลย

มาดูแผนปรองดองก็ไม่มีอะไรคืบหน้า นอกจากมาไล่จับคนนั้นคนนี้ไปเข้าคุกบ้าง รายงานตัวบ้าง แต่พอเจอตัวแสบ กลับปล่อยให้ลอยนวลก่อบ้านกวนเมืองต่อไป เรื่องนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่ส่งสัญญาณในทางที่ดีเลย นี่คือ เหตุผลที่ว่าเป็นผู้นำไม่ได้

ท่านนายกรัฐมนตรีของเรา เก่งมากด้านภาษาอังกฤษด้านวิชาการ ไม่ควรเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ควรจะไปเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศหรือปลัดกระทรวงใดๆ ก็ได้ที่ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะถ้าท่านได้รับมอบงานจากใครให้ท่านทำ ท่านคงทำได้ดี เช่น การร่างหนังสือโต้ตอบ หรือร่างหนังสือสุนทรพจน์ เพราะท่านเก่งทางหนังสือ แต่ไม่รู้จักคนไทย และประเทศไทยดีพอ เพราะคนที่จะเป็นนักการเมืองและเป็นผู้นำต้องรู้จักคนไทยและประเทศไทยดีมากกว่าที่เป็นอยู่นี้

นอกจากนี้ท่านเป็นผู้ตามก็ไม่ได้ เพราะถือตัวว่าเก่งกว่าคนอื่นในปฐพี ท่านอยากจะสอนประชาชนมากกว่าฟังประชาชน ตัวอย่างที่ชัดคือ การเปิดให้ประชาชนโทรศัพท์เข้าไปคุยหนึ่งนาที เป็นกระบวนการที่สิ้นเปลืองที่สุด และไม่ได้เรื่องที่สุด อย่างน้อยต้องฟังเสียงจากทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด โดยจะต้องเจาะปัญหาถึงรากถึงโคนที่สุด เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้สะท้อนปัญหา และเสนอปัญหาอย่างเต็มที่ ปล่อยให้ประชาชนเขาระบายความทุกข์ นี่คือเหตุผลที่ว่า เป็นผู้ตามก็ไม่ได้

ถ้าเป็นผู้นำ ก็ประกาศออกมาชัดๆ ว่า อะไร คือ ปัญหาของประเทศ และประชาชนทุกคน ถ้าแก้ปัญหา จะแก้อย่างไร บอกมาเลย หนึ่งสองสามสี่ห้า และ ถ้าจะเป็นผู้ตาม ก็กำหนดกระบวนการรับฟังลงไปเลยว่าทำอย่างไร จึงจะเข้าถึงปัญหาของประชาชน ได้ทุกแง่มุม แล้วแก้ไปตามนั้น เมื่อแก้แล้วประชาชนต้องหลุดพ้นจากปัญหาให้ได้จริง ก็จะถือว่า การปฏิรูปประเทศไทยสำเร็จจริง

หากไม่สามารถทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ก็ปล่อยไปอย่างนี้ ให้กาลเวลาแก้ปัญหาด้วยตัวของมันเอง ซึ่งอาจจะตั้งอยู่บนความจริงมากกว่า ปล่อยให้คนไม่กี่คนฝันเฟื่องหลอกประชาชน ให้โจร ปล้นชาติไปวันหนึ่งๆ จนล้มสลายไปในที่สุด .

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

rabbit

โอมคับ ohmoo

เด็กมหาลัย