พัทยาเดลีนิวส์

28 เมษายน 2554 :: 12:04:28 pm 61934

เปิดชีวิตสองเพศในร่างเดียวของ สิริลดา โครตพัฒน์

รายการ คนค้นฅน ออกอากาศวันอังคารที่ 26 เมษายน นำเสนอเรื่องราว ของบุคคลที่ต้องต่อสู้กับความผิดปกติของเพศสภาพ ที่ถึงแม้ว่าจะมีคำนำหน้าว่า นาย แต่ “สิริลดา” มีอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งเพศชายและหญิงในจุดเดียวกัน เรียกได้ว่า “มี 2 เพศในร่างเดียว”
สนใจโฆษณา

ทุกคนบนโลกใบนี้ย่อมพบเจอปัญหาชีวิตด้วยกันทั้งนั้น หากจะแตกต่างกันก็ตรงที่เจออะไร มากน้อยแค่ไหน และแก้ปัญหาอย่างไร แต่สำหรับบางกรณี บางคนต้องเจอกับสิ่งที่แก้ไขและตั้งรับได้ยากยิ่ง เป็นความยุ่งยากในชีวิต เพราะต้องอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อเกิดมาถูกเลือกให้เป็น “ผู้ชาย” แต่โตขึ้นพร้อมกับร่างกายและจิตใจที่บ่งชัดว่าแท้จริงเป็น “ผู้หญิง”

“กะเทย จริง ๆ จะมีเพศชายเพศหญิงอยู่ในคนเดียวกัน แต่เราเป็น กะเทยเทียม คือมีทั้งเพศชายและเพศหญิงอยู่ในคน ๆ เดียวกัน แต่อวัยวะเพศหญิง ช่องคลอดไม่มี ส่วนอวัยวะเพศชาย ก็ไม่มีอัณฑะ มีเหมือนองคชาตเล็ก ๆ ออกมา แต่ไม่สามารถใช้การได้ แล้วก็มีช่องปัสสาวะตรงบริเวณอวัยวะเพศหญิง” สิริลดา โคตรพัฒน์ หรือ น้องดา เริ่มต้นกล่าวถึงความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ของตัวเอง

ในวัยเด็ก น้องดา สิริลดา ถูกกำหนดจากทางการแพทย์ให้เป็นผู้ชาย เนื่องจากมีอวัยวะเพศกำกวม ทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่ ปักใจเชื่อเช่นนั้น เพราะพวกเขาต่างก็อยากได้ลูกคนแรกเป็นผู้ชาย เพื่อหวังให้มาช่วยงาน และดูแลครอบครัวได้ในอนาคตข้างหน้า

“ก็ตะลึง เห็นลูกเกิดมา มี 2 เพศ แต่ในความคิดเราด้านผู้หญิงจะเยอะกว่า ประมาณ 80% แต่พอมาแจ้งเกิดตอน 6 ขวบ ทางอำเภอบอกว่าเป็นผู้ชาย เราก็ว่าตามนั้น เพราะเราก็อยากได้ผู้ชายอยู่แล้ว ก็เลยเลี้ยงดูเขาแบบเด็กผู้ชาย เสื้อผ้า ของใช้ทุกอย่างจะเป็นของเด็กผู้ชายทั้งหมด” แม่ของ สิริลดา กล่าว

แม้ว่าการเติบโตขึ้นของ น้องดา สิริลดา จะมีสัญญาณบ่งบอกอยู่รำไรมาตลอดว่าเธอมีกิริยาท่าทางคล้ายผู้หญิง ทว่าทางครอบครัวก็ยังปิดหูปิดตา และพยายามสอนให้ลูกเป็นผู้ชาย เพราะยังไม่อาจยอมรับได้ที่ลูกชายของพวกเขาถูกมองว่าเป็น กะเทย ซึ่งแรงกดดันนั้นเอง สร้างปมด้อยอยู่ในใจของ สิริลดา มาโดยตลอด

“เราพยายามบอกว่า เราไม่ใช่ เราเป็นผู้หญิง พ่อแม่ก็ไม่ยอมรับ ดุเราว่าอย่าสำออย อย่าร้องไห้ เราก็กดดัน พยายามจะเป็นคนเรียบร้อย ทำงานบ้านทุกอย่างที่พ่อแม่สั่ง”

 

ด้วยความเป็นเด็กดีและสิ่งต่าง ๆ ที่น้องดา สิริลดา ทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน และการช่วยเหลือการงานของครอบครัว ทำให้ในท้ายที่สุดแล้ว พ่อแม่ก็ใจอ่อนในสิ่งที่ลูกขอ และเปิดใจยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น ทั้งยังคอยเอาใจช่วยให้ สิริลดา ได้เป็นอย่างผู้หญิงทั่วไป และได้เปลี่ยนคำนำหน้าจาก “นาย” เป็น “นางสาว” อย่างที่ลูกหวัง

เมื่อมีพ่อแม่คอยสนับสนุน การผ่าตัดเพื่อรักษาอากาศผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์จึงเกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ จนกระทั่งมีโครงการแปลงเพศฟรี ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2553 และ น้องดา สิริลดา ได้เป็น 1 ใน 3 คนที่ถูกคัดเลือก เนื่องจากคณะกรรมการเห็นว่าปัญหาของเธอมีมากกว่าคนอื่น และต้องผ่านการทรมานมาหลายครั้ง จึงอยากสร้างฝันให้เป็นความจริง ทำให้ความหวังในการจะเป็นนางสาวของ สิริลดา โคตรพัฒน์ สุกสว่างขึ้นอีกครั้ง

ต่อมา 2 ธันวาคม 2553 น้องดา สิริลดา เดินทางเพื่อเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรับการผ่าตัด ซึ่งหนนี้ เธอบอกว่า ไม่ตื่นเต้นสักเท่าไหร่ เพียงแต่เฝ้าภาวนาให้ผลการรักษาออกมาดี เพราะเธอยังจดจำความเจ็บปวด ของการผ่าตัดสองครั้งที่ผ่านมาได้ไม่เคยลืม โดยการผ่าตัดครั้งแรก แพทย์จำเป็นต้องตัดเอาเนื้อบริเวณต้นขามาใช้ และครั้งที่ 2 ก็ต้องผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่มาใช้ด้วย

ทั้งนี้ คุณหมอศัลยกรรมตกแต่ง กล่าวก่อนผ่าตัดครั้งที่ 3 ว่า ปัญหาของ สิริลดา คือช่องคลอดมีขนาดเล็กเกินไป ดังนั้น จะทำการขยายปากช่องคลอดให้เหมาะสม ซึ่งความยากในการผ่าตัดครั้งนี้ อยู่ที่การเคยผ่าตัดมาก่อน ทำให้ผิวหนังไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม และต้องระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากไม่ทราบว่าคุณหมอคนก่อนวางเส้นเลือดและเส้นประสาทไว้ตรงไหนบ้าง

หลังจากเข้ารับการผ่าตัด สิริลดา กลับมาพักฟื้นที่บ้านด้วยการนอนอยู่แรมเดือน โดยมีตัวช่วยลดความเจ็บเป็นยาแก้ปวด ที่เธอต้องกินทุก 2 ชั่วโมง แล้วเธอก็ต้องพบว่า แผลผ่าตัดของตัวเองฉีกขาด ซึ่งเป็นผลจากการเดินทางระยะไกล แบบทุลักทุเล ทำให้แผลผ่าตัดที่หวังว่าจะสมบูรณ์ กลายเป็นแผลขนาดใหญ่ที่เธอต้องคอยรักษาต่อไป

“เราคิดว่ามันอาจไม่สมบูรณ์ เพราะดูจากแผลแล้ว มีแต่รอยเย็บ และรอยฉีกขาด คิดว่ามันอาจไม่เหมือนเดิม หรือไม่ดีกว่าเดิม แต่ก็ทำใจแล้ว เพราะมันไม่ได้ทำให้ความเป็นผู้หญิงของเราลดลงเลย เพราะเราเจ็บตัวมามากแล้ว ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงฉันก็เป็นผู้หญิง”

เวลาผ่านไป 2 เดือนเศษ สิริลดา โคตรพัฒน์ กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติอีกครั้ง เธอลุกขึ้นมาพร้อมกับจิตใจที่ยอมรับกับสภาพของตัวเอง และคอยช่วยเหลือครอบครัวและสังคมเช่นที่เคยทำมาตลอด นอกจากนี้ เธอยังมีความมุ่งมั่นที่จะหางานทำเพื่อหาทุนสำหรับเรียนต่อ แต่ความย่อท้อก็มักแวะมาทักทาย เมื่อทุกครั้งที่ไปติดต่อราชการ หรือสมัครงาน สิริลดา ต้องนั่งอธิบายถึงสิ่งที่เธอเป็น และคำนำหน้า “นาย” ของตัวเอง อยู่นานนับชั่วโมง และนั่นเองทำให้เธอถูกจำกัดโอกาสในหลาย ๆ ครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น สิริลดา ก็ไม่ใช่คนที่จะนอนกอดความทุกข์ เธอยังยืนยันจะลุกขึ้นสู้อยู่เสมอ

“ก็ท้อบ้าง เรื่องคำนำหน้า เวลาเราไปติดต่อราชการ หรือไปหาหมอ จะมีคำถามตลอด เราต้องอธิบายตลอด เป็นชั่วโมง ๆ เพราะเค้ากลัวเราปลอมแปลงเอกสาร แต่ในใจก็คิดว่าเป็นเวรกรรมที่เราทำไว้ ต้องชดใช้ ก็พยายามทำชีวิตให้มีความสุข เวลาทำบุญจะขอว่า ชาตินี้ขอใช้กรรมเท่านี้ แต่ชาติหน้าจะขอเกิดเป็นผู้หญิง หรือผู้ชายก็ได้”

แม้ว่า สิริลดา โคตรพัฒน์ จะพึ่งมีดหมอให้ชีวิตของเธอปกติเช่นคนอื่นไม่ได้ แต่เธอก็ผ่าตัดใจให้กับตัวเอง ด้วยการทำใจยอมรับกับสิ่งที่เป็นอยู่ เพื่อที่จะมีชีวิตอย่างมีปกติสุขที่สุด และได้แต่หวังว่า สังคมจะเปิดโอกาสให้กับเธอ ผู้มีร่างกายเป็นหญิง แต่มี 2 เพศบ้าง

 

ที่มา : Kapook

Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com