พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
25 มกราคม 2556 :: 11:01:04 am 74926

เปิดปม 6 ปัญหาหลักอาชญากรรมอาเซียน

อาชญากรรม 6 ประเภทหลัก ถูกเวทีประชุมตำรวจอาเซียนหยิบยกเป็นปัญหาสำคัญ ที่ 10 ประเทศในกลุ่มกำลังร่วมมือกันแก้ไขเพื่อให้เกิดขึ้นน้อยลงที่สุด โดยมีการมอบหมายให้แต่ละประเทศเป็นเจ้าภาพในการจัดการกับปัญหาตามความถนัดของแต่ละประเทศ

สำหรับเมืองไทยได้รับมอบหมายให้เป็นพี่ใหญ่จัดการกับปัญหา “ยาเสพติดข้ามชาติ” ในขณะที่อเมริกันและออสเตรเลียนั้นให้ความสำคัญกับเทรนด์ใหม่อาชญากรรมในไทย เช่น กรณี “ตุ๋ยเด็ก” เป็นต้น

ในยุคโลกออนไลน์ ไม่เพียงแต่การติดต่อสื่อสารกันจะสะดวกมากขึ้น ในทางกลับกันก็ทำให้ก่ออาชญากรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น การประสานงานกันของตำรวจทั่วโลกจึงมีความสำคัญยิ่ง ในกลุ่มประเทศอาเซียนมีการประสานงานในการปราบปรามอาชญากรรมมาโดยตลอด และมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากที่ในทุกปีจะมีการประชุมร่วมกันในนามของ Senior Officer Meeting on Trans National Crimes หรือ SOMTC ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งนับเป็นการพบกันของตำรวจอาเซียนเป็นครั้งที่ 5 โดยมีประเทศจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เข้าสังเกตการณ์

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม (ผบก.ป.) หนึ่งในคณะตำรวจไทยที่เดินทางไปประชุมในครั้งนี้ เล่าว่า การประชุมมีขึ้นเพื่อสรุปนโยบายการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในกลุ่มประเทศอาเซียน รวมทั้งรับฟังปัญหาของแต่ละประเทศที่จะนำไปสู่การร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมอย่างเป็นระบบในภูมิภาค

ในที่ประชุมได้ขึ้นบัญชีอาชญากรรม 6 ประเภท ที่นับเป็นภัยคุกคามของภูมิภาค ประกอบด้วย ปัญหายาเสพติด ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาแรงงานสตรีและเด็กข้ามชาติ ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และปัญหาการก่อการร้าย

“ที่ประชุมนับมีการมอบให้แต่ละประเทศเป็นเจ้าภาพในการจัดการปัญหาแต่ละเรื่อง ไทยเราได้รับมอบหมายให้ดูแลปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลอยู่แล้ว” พล.ต.ต.สุพิศาล บอกอีกว่า ในส่วนของปัญหาอื่นๆ ไม่ว่าจะ การค้ามนุษย์ และแรงงานข้ามชาติ เป็นเรื่องใกล้เคียงกัน มีกัมพูชาเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนสิงคโปร์จะรับผิดชอบเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพราะมีความล้ำหน้าเรื่องนี้สูง ขณะที่ปัญหาการก่อการร้ายนั้นมีอินโดนีเซียรับเป็นเจ้าภาพในการจัดการ ส่วนเรื่องอาชญากรรมทางเศรษฐกิจนั้นยังไม่แน่ชัด

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า มีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องยาเสพติด “ต้องมาแบ่งงานกันภายในกองปราบปราม ถือว่าเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนอยู่แล้ว โดยในการประชุมมีการพูดคุยถึงเครือข่ายยาเสพติดตามลำน้ำโขง อันเป็นจุดแพร่ระบาดของยาเสพติดในภูมิภาค จึงต้องร่วมมือกันในรูปแบบ 4 แผ่นดิน คือ ไทย ลาว พม่า และกัมพูชา

ในส่วนของประเทศลาวมีความตื่นตัวมาก อยากให้ไทยส่งตำรวจไปเป็นครูฝึก เพื่อฝึกฝนยุทธการตำรวจให้ ซึ่งที่ประชุมก็เห็นด้วย และพูดคุยกันว่าต้องมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในภูมิภาค”

ในปี 2015 จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และ SOMTC ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการจัดการกับอาชญากรที่ทุกวันนี้ไม่มีขอบเขต การเตรียมคนเพื่อการพัฒนาจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น “การร่วมมือกันสืบสวนคดีของแต่ละประเทศก็สำคัญ เมื่อเกิดอาชญากรรมในประเทศหนึ่ง อาจจะมีผลกระทบไปยังอีกประเทศก็ได้ จึงต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ซึ่งแต่ละประเทศรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความร่วมมือที่ยังไม่ต่อเนื่อง” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว

ทุกวันนี้เทรนด์ของการประสานงานเพื่อจับกุมคนร้ายเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่อเมริกา ประเทศในกลุ่มยุโรป และออสเตรเลีย ให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดมาก แต่ในช่วงนี้หันมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กและผู้หญิง โดยเฉพาะกรณีการละเมิดทางเพศต่อเด็กชาย หรือ “ตุ๋ยเด็ก” ที่อเมริกาและออสเตรเลียหันมาให้ความสำคัญมากขั้น

“ระยะหลังกองปราบปรามเองได้รับการประสานงานบ่อยครั้ง เกี่ยวกับคดีการละเมิดทางเพศต่อเด็กชาย อาจเป็นเพราะว่ามีการนำภาพถ่ายของเหยื่อมาใช้ในเชิงธุรกิจ มีการซื้อขายภาพกันทั่วโลก” พล.ต.ต.สุพิศาล เสริมว่า อาชญากรรมเช่นนี้ฝรั่งถือเป็นการทารุณทางเพศ และละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่สำคัญมีเด็กไทยอายุต่ำกว่า 10 ปี จำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งอาจมาจากปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัว ทำให้กลายเป็นเด็กเร่ร่อน และในที่สุดก็เข้าสู่วังวนการขายบริการทางเพศ ทั้งที่สมัครใจและไม่สมัครใจ

“คดีลักษณะเหล่านี้ตำรวจบ้านเรายังไม่ค่อยให้ความสนใจ การสืบสวนจับกุมยาก เนื่องจากแฝงอยู่ในธุรกิจท่องเที่ยว และผู้ที่กระทำความผิดส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยว ที่ไปๆ มาๆ ตำรวจไทยจึงต้องปรับตัวให้มาสนใจการกระทำความผิดในคดีลักษณะนี้มากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม คดีที่เรียกว่า “ตุ๋ยเด็ก” นี้ ในเมืองไทยถือว่ามีความผิดเพียงแค่คดีพรากผู้เยาว์เท่านั้น แต่ในบางประเทศถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและมีโทษหนักมาก พล.ต.ต.สุพิศาล เชื่อว่าคดีลักษณะนี้จะเกิดมากขึ้นในบ้านเรา ซึ่งกองปราบปรามเองกำลังประสานงานกับทั้งอเมริกาและออสเตรเลีย เพื่อให้การปราบปรามเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : โพสต์ทูเดย์

ปิดตำนานลุงแม๊กซ์ ลุงโม !! เจ้าพ่อเวป เครือข่าย “ตุ๋ยเด็ก”

เปิดโปง!! สินบน 12.7 ล้านบาทคดี “ตุ๋ยเด็ก” ในเมืองพัทยา

วาทยกรดัง โผล่ศาลพัทยา แสดงความบริสุทธิ์คดี “ตุ๋ย”

แฉ ธุรกิจ”ตุ๋ยเด็ก” เซ็กส์จิตทราม ทำให้ภาพพจน์เสื่อม

Photo : Internet   Category : กฏหมาย

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com