พัทยาเดลีนิวส์

27 พฤษภาคม 2553 :: 16:05:33 pm 20488

เปิดยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว ทะเลตะวันออก

จังหวัดระยอง มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งมีความสวยงาม และมีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ แต่ปัจจุบันมีพื้นที่บางส่วนยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โครงข่ายถนนที่ขาดการเชื่อมโยงกัน นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการพัฒนาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว
สนใจโฆษณา

ระยอง – วันนี้ (27 พ.ค. 53)  จังหวัดระยอง ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 15 ล้านบาท ให้สำนักงานทางหลวงชนบทระยอง กรมทางหลวงชนบท ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา มาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบรายละเอียดถนนท่องเที่ยวทะเลตะวันออก ช่วงหาดแหลมแม่พิมพ์ จ.ระยอง ไปจนถึงหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี

โดยมีรายละเอียดโครงการ คือ ก่อสร้างถนนผิวจราจร  แอสฟัลติกคอนกรีต ขนาด 2-4 ช่องจราจร ผิวจราจรกว้าง 6.00-12.00 เมตร ทางเท้า และทางจักรยานกว้าง 2.00-4.50 เมตร ระยะทางรวมทั้งหมดประมาณ 120 กิโล  เมตร จัดให้มีจุดอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมสำหรับถนน เพื่อการท่องเที่ยว อาทิ จุดพักรถ จุดชมวิว จุดแสดงศิลปวัฒนธรรม และจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น รวมทั้งปรับแต่งภูมิทัศน์ด้วยงานประติมากรรม ไม้ยืนต้น และไม้ดอก ไม้ประดับ ตลอดเส้นทาง เพื่อพัฒนายกระดับมาตรฐานทาง รวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว ต่าง ๆ ตามแนวถนนสายรอง เป็นเส้นเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ให้มีการเชื่อมโยงต่อเนื่องเกิดความสมบูรณ์ เพิ่มความสะดวกปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก

นายดรุณ แสงฉาย ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 3 กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องต่อเนื่องกับโครงการก่อสร้างถนนโครงข่ายสายรอง เลียบชายฝั่งทะเลระยอง เริ่มต้นโครงการที่แยกทางหลวงหมายเลข 3161 (สุขุมวิท-อ่าวไข่) บริเวณอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อ.แกลง แนวถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของ จ.ระยอง ข้ามปากแม่น้ำประแสร์ ปากแม่น้ำพังราด เข้าสู่ จ.จันทบุรี ไปหาดคุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน และปากแม่น้ำจันทบุรี สิ้นสุด โครงการเชื่อมทาง หลวงหมายเลข 3149 จ.จันทบุรี เขตต่อเนื่อง จ.ตราด รวมระยะทางประมาณ 111 กิโลเมตร ซึ่งกรมทางหลวงชนบทกำลังดำเนินการก่อสร้าง เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวกลุ่ม   ภาคตะวันออก

ผอ.ทางหลวงชนบทที่ 3 กล่าวอีกว่า ในการก่อสร้างโครงการพัฒนาถนนเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทะเลตะวันออก จากหาดแม่พิมพ์ จ.ระยอง ถึงหาดจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นั้น ทางสำนักงานทางหลวงชนบทระยอง กรมทางหลวงชนบทได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนมาเป็นบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม ทั้งทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุนของโครงการฯ พร้อมทั้งได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่โครงการ และดำเนินการสำรวจความคิดเห็นระดับครัวเรือน เพื่อนำความคิดเห็นร่วมกำหนดเป็นแนวทางการพัฒนาโครงการงานสำรวจออกแบบเบื้องต้น ดำเนินการรวบรวมข้อมูลเส้นทางสำรวจสภาพพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางเลือก และออกแบบเบื้องต้น เปรียบเทียบคัดเลือกแนวทางและรูปแบบที่เหมาะสมมีการศึกษาสภาพทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ที่มีความสัมพันธ์ต่อผลกระทบจากกิจกรรมของโครงการ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม

และมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสำรวจสภาพภูมิประเทศ ตลอดแนวถนนของโครงการ พร้อมดำเนินการออกแบบรายละเอียด โดยนำมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ด้านโครงการเศรษฐกิจและสังคม ที่กำหนดร่วมในการออกแบบรายละเอียดที่ได้เป็นแบบ นำไปใช้ในการก่อสร้าง พร้อมทั้งดำเนินการประมาณราคา

ด้าน ผศ.ทวีศักดิ์ เทพพิทักษ์ ผู้ศึกษาโครงการ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่เชื่อมโยงระบบโครงข่ายคมนาคมให้มีความสมบูรณ์ และสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออก เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาด้านการจราจร ประหยัดเวลาในการเดินทาง เป็นการเปิดพื้นที่สำหรับพัฒนาเมือง รองรับความเจริญเติบโตของเมืองในอนาคต

ส่วนประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการนี้ ได้แก่ มีถนนหนทางสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย สำหรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งทัศนียภาพสองข้างทางที่ร่มรื่นและมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกในแหล่งต่าง ๆ ทั้งที่มีอยู่เดิม และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีการกระจายรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น โดยไม่ส่งผล  กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันจะส่งผลประโยชน์ต่อเนื่องสู่การพัฒนาของประเทศโดยรวมอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ มีเส้นทางสำรองในยามจำเป็นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนถนนสายหลัก คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 หรือสุขุมวิทนั่นเอง

หลังจากเกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง นักท่องเที่ยวต่างชาติหดหาย ไม่กล้าเข้ามาเที่ยว ดังนั้น คนไทยคงต้องช่วยกันเอง งดไปเมืองนอก หันมาเที่ยวเมืองไทย เพื่อฟื้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีกครั้ง เชื่อว่าไม่นาน อะไรดี ๆ จะกลับมาเหมือนเดิม

ที่มา : เดลินิวส์

Photo : Internet   Category : ข่าวท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com