พัทยาเดลีนิวส์

24 ธันวาคม 2550 :: 17:12:14 pm 37073

เปิดใจ!! สะใภ้เศรษฐี โต้ไม่ฮุบสมบัติ ขอศักดิ์ศรีหญิงไทย

เปิดใจอดีตสะใภ้เศรษฐีระดับโลก โต้กลับ ไม่ได้หวังฮุบสมบัติ แต่ขอทำเพื่อศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง ความเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย และความเป็นแม่ที่ถูกกีดกัน
สนใจโฆษณา

จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจทองเที่ยว และ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำหมายศาลอาญา ลงพื้นที่เมืองพัทยา จับกุมตัว นายโรเบิร์ต เฮนรี่ โจฮานส์ ( Mr.Robert Henry Johnnes ) อายุ 44 ปี สัญชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นลูกชายเศรษฐี ติดอันดับโลก ที่ร่วมกับ นางพรหม นวนก หรือทนายแคช อายุ 46 ปี ผู้ต้องหา ก่อคดีปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงทรัพย์ มูลค่าหลายสิบล้านบาท จากภรรยา ของ นายโรเบิร์ตฯ ซึ่งผู้ต้องหามีทั้งหมด 3 คน โดยถูกจับกุมตัวได้ที่ ถนนชายหาดจอมเทียน ม.12 ต.หนองปรือ จ.ชลบุรี ส่วน นายปรีดา กุลปรีดา อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาอีกร้ายหลบหนีไปได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจะคุมตัวผู้ต้องหาส่งไปดำเนินคดีที่กองปราบปราม เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 14 ธ.ค. 50 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมา วันที่ 17 ธ.ค. 50 นายไพศาล ไชยพรรค ทีมทนายความ ของนายโรเบิร์ต ฯ ผู้ตกเป็นผู้ต้องหา ได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวประจำเมืองพัทยาให้เดินทางไปที่ ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ ศาลจังหวัดพัทยา ก็พบกับ นายไพศาล ทนายความ พร้อมกับ นายโรเบิร์ต ฯ ลูกชายมหาเศรษฐี ติดอันดับ โลก และ น.ส.แบ๊งค์ (นามสมมุติ) แฟนสาว โดย นายไพศาล ชี้แจงว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจกองปราบปราม ได้จับกุมตัว นายโรเบิร์ตฯ พร้อมกับ นางพรหม นวนก หรือทนายแคช ไปดำเนินคดี ผู้ต้องหาได้แจ้งให้ทีมทนายความทำการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ด้วยวงเงินประกัน 3 แสนบาท เพื่อสู้คดี ซึ่งคดีดังกล่าว จะทำเบิกความกันที่ศาลอาญาอีกครั้ง ปีหน้า คือ ประมาณ ต้นเดือน กุมพาพันธ์ ปี 2551 ส่วนวันนี้ ตนพร้อมกับ นายโรเบิร์ตฯ ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อขึ้นเบิกความต่อหน้าศาล ในคดีที่ นายโรเบิร์ตฯ ได้แจ้งความฟ้องกลับในคดีที่ นางนงค์ลักษณ์ เจริญสุข อายุ 31 ปี ผู้เป็นอดีตภรรยา (คู่กรณีอีกฝ่าย) ในข้อหา แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ นางนงค์ลักษณ์ อดีตภรรยา ได้แจ้งฟ้องหย่า นายโรเบิร์ต ฝ่ายสามี เพื่อต้องการจะครอบครองทรัพย์สินที่ นางนงลักษณ์ อดีตภรรยาที่เป็นฝ่ายครอบทรัพย์สินที่ได้มาจากเงินของ นายโรเบิร์ตฯ ทั้งหมด มีทั้ง โครงการหมู่บ้าน และ บ้านพร้อมที่ดิน ในพื้นที่เมืองพัทยา และ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่มีมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท ซึ่งฝ่าย นายโรเบิร์ตฯ ก็แจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเป็นเท็จ เรื่องหลักฐานสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมด ทันที ซึ่งศาลเบิกความวันนี้เป็นครั้งแรก พิเคราะห์แล้วระบุว่า ?มีมูลหลักฐานตามคำร้องจริง? จึงรับฟ้อง และ ได้นัดให้ฝ่ายโจทย์ไปรวมหลักฐานมาชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อเบกความสู้คดีกันอีกครั้ง ในวันที่ 20 ม.ค. 2551

พัทยาเดลินิวส์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คู่กรณีฝ่ายหญิงและทนายความ โดยได้บันทึกวีดีโอ ซึ่งได้คัดย่อมาเพียงบางส่วนที่สำคัญ ด้วยข้อจำกัดในการอัพโหลด

ปัจจุบันอายุเท่าไรคะ
32 ค่ะ

ขอโทษนะคะ คุณหนิงเคยแต่งงานมาก่อนไหม
เคยอยู่กินกับสามีคนไทย แล้วก็เลิกกันไป

ตอนแต่งงานกับคุณโรเบริ์ตอายุเท่าไรคะ
ประมาณ 22 ค่ะ

10 ปีมาแล้วนะคะ ขอโทษนะคะถามส่วนตัวนิดนึงเจอกันที่ไหนคะ
เจอกันที่ภูเก็ตค่ะ

ตอนนั้นคุณหนิงทำงานที่ไหนคะ
เต้นอะโกโก้ อยู่ที่ภูเก็ต

แล้วคุณโรเบริ์ต เป็นลูกค้าประจำหรือคะ
ก็คือเขามาเที่ยวเมืองไทยครั้งแรกแล้วก็เดินเข้าไป ก็เหมือนกับตกหลุมรักอะไรแบบนั้น คือเจอ เราครั้งแรกเลย

ก่อนหน้านั้นเขาเคยไปเที่ยวที่ไหนมาก่อนไหมคะ
ไม่เคยค่ะเขามาเที่ยวภูเก็ตวันนั้นเป็นวันแรกก็มาเจอกัน

เหมือนนิยายรักมากเลยนะคะ ตอนนั้นคุณโรเบริ์ตอายุเท่าไรคะ
42 ค่ะ

 

มีลูกไหมคะ
มีลูก 3 คน

ไปทำงานที่ภูเก็ตนี่ใครแนะนำไปคะ เพื่อนชวนเหรอ
ไม่ค่ะไปเอง เพราะอยู่ที่บ้านลำบากไม่มีใครช่วยเลี้ยงลูก ต้องเลี้ยงลูกเอง เพราะหย่ากับสามีคนไทย

หลังจากเจอกันวันนั้นแล้วก็ตกหลุมรักกัน อีกนานไหมคะกว่าจะแต่งงานกัน
ประมาณ 4 เดือนก็แต่งงานกัน

แต่งงานแล้วยังอยู่ที่ภูเก็ตต่อหรือคะ
ไม่คะ พอเจอกันครั้งแรกเขาถามว่าคุณจะแต่งงานกับผมไหม ใช้เวลาคิดอยู่ 3 วัน ก็เลยตกลง พอตกลงก็เข้ากรุงเทพ ฯ ทำวีซ่าแล้วก็ไปอยู่ที่สเปนเลย

คุณหนิงทราบมาก่อนไหมว่าคุณโรเบริ์ตเป็นคนฐานะดี
ไม่ทราบค่ะ

เขาบอกมาก่อนไหมคะตอนช่วงที่รักกันอยู่
ไม่ค่ะ ไม่เลย รู้แต่ว่าเป็นฝรั่งคนหนึ่งที่รักเรา

เคยไปเมืองนอกมาก่อนไหม
ไม่เคยค่ะ

ตื่นเต้นไหมคะไปครั้งแรก
ตื่นเต้นค่ะกลัวว่าจะโดนหลอก

ตอนนั้นมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับฝรั่งหลอกผู้หญิงมีไหม
มีเยอะมากค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงคะ
ทีแรกคุณพ่อคุณแม่ก็ห้ามไม่อยากให้ไป แต่เราตัดสินใจแล้วก็ไป ไปอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน วีซ่าหมดก็กลับมาทำวีซ่า แล้วก็กลับไปจดทะเบียน
ทำไมไม่คิดถึงเงินหนึ่งล้านเหรียญ เงินหนึ่งล้านเหรียญตอนนั้นนี่เยอะนะ คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 52 ล้านบาท ทำไมไม่รับเงิน 52 ล้านบาท แล้วกลับบ้านเรา
ตอนนั้นก็คือรักเขา อยากใช้ชีวิตอยู่กับเขาอย่างมีความสุขเพราะกำลังท้อง แต่แม่เขายังไม่รู้ว่าหนูท้อง พอเขารู้ว่าท้องเขาก็อนุญาตให้แต่งงานกัน

แล้วหลังจากนั้นเข้ากันได้ไหม ตอนเราท้องไส้ เขาดูแลเราดีไหม พ่อแม่เขายอมรับเราไหมคะ
ยอมรับคะ พอกลับมาอยู่เมืองไทย เขายิ่งเชื่อใจหนูมากกว่าลูกชายเขาเองอีก อย่างเวลาที่เขาต้องโอนเงินมาให้ลูกชาย เขาก็ให้หนูเป็นคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย และเงินทั้งหมด

ตกลงคลอดน้องที่โนนทั้ง 2 คนเลยหรอคะ ก็ได้เชื้อชาติของเขา ประเทศอะไรนะคะ
ประเทศสเปนค่ะ

อยู่ที่โน่นไม่ได้ทำอะไร เพราะสามีเองก็ไม่ต้องทำอะไร แล้วมีเงินเก็บของตัวเองไหมคะ
ก็มีบ้างค่ะ

เขาดูแลเราเรื่องเงินทองอย่างไงคะ ขอโทษนะคะเป็นเงินเดือน หรือเป็นโบนัส
ก็เป็นโบนัส เป็นของขวัญวันเกิด เป็นของขวัญที่มีหลานชายให้เขาบ้าง เป็นเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายประจำวัน

ขอโทษนะคะเป็นเงินเยอะไหม
ก็เยอะเหมือนกันค่ะ (ยิ้ม ๆ )

ตอนกลับมามีเงินเป็นของตัวเองไหมหรือว่าใช้เงินร่วมกัน
ใช้เงินร่วมกันค่ะ เปิดแบงค์ร่วมกันที่สเปน

แล้วเวลาเบิกจ่ายเงินต้องเซ็นต์ด้วยกันไหมคะ
ใครเซ็นต์ก็ได้ค่ะ

พอกลับมาเมืองไทย ทำไมคุณพ่อคุณแม่ของคุณโรเบริ์ตถึงยอมให้กลับ เขาเป็นลูกชายคนเดียวทำไมยอมให้กลับมาเมืองไทย(ไม่ตอบคำถาม)…. พูดได้ค่ะอยู่ที่นั้นกี่ปีคะ
ประมาณ 5-6 ปีค่ะ

งั้นถามย้อนกลับไปที่นั่นอีกทีนะคะ ตอนนั้นในแต่ละวันคุณหนิงทำอะไรบ้าง มีเพื่อนคนไทยไหม
ไม่มีค่ะ ก็อยู่บ้านดูแลสามี ตอนนั้นเขาเป็นแอลกอฮอล์ลิค คือ ดื่มมาก หนูก็ช่วยปิดบังไม่ให้พ่อแม่เขารู้ จนหนูทนไม่ได้แล้วก็เลยบอกพ่อแม่เขา จริง ๆ แล้วอยู่ที่โน่นก็สบายไม่ได้ทำอะไร มีแม่บ้านทำทุกอย่างให้

เริ่มทะเลาะกันเรื่องอะไรคะ
เขาโกรธหนูที่หนูบอกพ่อกับแม่เขา เรื่องเขาเขาไม่ช่วยทำอะไร เอาแต่ดื่ม

ก็เป็นปัญหาเดิม ๆ  เขามีปัญหาเรื่องเซ็กต์ไหมคะ
ไม่ค่ะไม่มีนะ ก็ปกติ ความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาก็เหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่อึดอัดที่เขาดื่มจัด

แล้วทำไมถึงกลับมาเมืองไทย
คือทีแรกหนูบอกว่าหนูจะกลับเมืองไทย เขาบอกว่าเขาจะกลับมาด้วย เขาเลยสัญญาว่าจะพาหนูกลับเมืองไทย กลับมาได้ประมาณ 3 เดือน ทีแรกพักอยู่ในมหาโชค แล้วก็ตระเวนหาซื้อบ้าน ก็เลยมาเจอที่สัตหีบ

ใครเป็นคนแนะนำให้คะ ไปหาเองหรือยังไง
ตี๋ใหญ่เป็นคนแนะนำ พอดีมีโอกาสได้ไปนั่งที่บาร์แห่งหนึ่งเลยได้รู้จักกับตี๋ใหญ่ ก็เลยบอกว่าต้องการหาซื้อที่ดินสร้างบ้าน ตี๋ใหญ่เลยพาไปดู ไปดูที่ของคุณยายของคุณเสาวนีย์

คุณเสาวนีย์เป็นใครคะ
ตอนนั้นยังไม่รู้จักเขา แต่ตอนนี้เขาอยู่ในคดีด้วย

เนื้อที่เยอะไหมคะ
เนื้อที่ 13 ไร่ ทีแรกว่าจะซื้อนิดเดียว แต่ถ้าซื้อนิดเดียวเ ดี๋ยวที่อื่นเขาจะมาสร้างบ้านบังวิว ก็เลยต้องซื้อเยอะ

เป็นเงินเท่าไรคะ ประมาณ
ไร่ละ 7 แสนค่ะ ก็ประมาณเกือบสิบล้าน

คิดจะทำบ้านจัดสรรใช่ไหมคะ
ไม่ค่ะ ไม่คิดว่าจะทำบ้านจัดสรร คิดว่าจะทำบ้านอยู่เอง

13 ไร่นะคะ น่าจะบอกว่าทำวังมากกว่า แล้วทำไมถึงเปลี่ยนโครงการไม่สร้างบ้าน
ก็พอดีลูกต้องเข้าโรงเรียนนานาชาติ คิดว่ามันอยู่ไกล ก็เลยเปลี่ยนใจ หาซื้อบ้านที่ลูกไป มาโรงเรียนได้สะดวกกว่า พอดีไปเจอหมู่บ้านพาราไดซ์ 2 ก็เลยตัดสินใจว่าจะซื้อที่พาราไดร์จะอยู่ตรงโน้น แต่เนื่องจากต้องใช้เวลาหนึ่งปีในการก่อสร้าง ในที่สุดก็เลยซื้อบ้านหลังนี้ในหมู่บ้านวิวพอยท์ อยู่รอไปก่อนแล้วค่อยย้ายไปที่พาราไดซ์

คือเรียกว่าบ้านหลังนี้ที่อยู่ในวิวพอยท์ ยังเล็กไปสำหรับครอบครัว บ้านหลังนี้ราคาเท่าไหร่ค่ะ
ประมาณ 4 ล้านกว่าบาทค่ะ

แล้วที่หมู่บ้านพาราไดซ์ ราคาประมาณสักเท่าไรคะ
เฉพาะซื้อที่ดินนี่ก็ไร่ละ 10 ล้าน ซื้อไว้ 2 ไร่

แล้วสร้างไปเยอะหรือยังคะ
ตอนนี้ได้ 70 เปรอ์เซ็นต์แล้ว บ้าน 2 หลัง

ก่อนที่จะมีเรื่องกันใช่ไหมคะ
ใช่ค่ะ

ขอถามนิดนึ่งว่าทำไมตัดสินใจซื้อที่ดินตั้งเยอะแยะ อย่างรวดเร็ว ไม่ได้คิดไว้ก่อนหรือคะว่าลูกเราก็ต้องเข้าโรงเรียนที่นี่ ทำไมไม่ซื้อบ้านก่อนที่จะไปซื้อที่ดินตรงนั้น
ก็คิดไม่ถึง หนูไม่มีใครที่จะปรึกษาได้ เห็นแล้วก็ชอบ ชอบวิวสวย คือหนูตัวคนเดียวโรเบริ์ตไม่เคยช่วยอะไร มีแต่ดื่มแล้วเมาคิดอะไรหนูก็ต้องทำคนเดียว ต้องตัดสินใจ เอง ตอนนั้นเชื่อใจคนที่แนะนำค่ะ

ชีวิตช่วงนั้นเป็นยังไง ยังคงอยู่ด้วยกัน มีทะเลาะกันไหมคะ
ก็ไม่ค่อยทะเลาะกัน หนูก็ปล่อยเขา แล้วแต่เขา หนูก็อยู่บ้านมีความสุขกับลูก

แล้วปัญหามันเริ่มที่ตรงไหนคะ
เริ่มตอนเราจะทำอะไรดีกับที่ดิน 13 ไร่ ตี๋ใหญ่ก็เลยแนะนำว่ามาสร้างบ้านจัดสรรขายกันดีไหม เราก็บอกเราไม่อยากลงทุนเยอะ เขาบอกไม่ต้องลงทุนเยอะหรอกประมาณ 5 ล้าน เราสร้างหลังหนึ่งเสร็จก็ขายหลังหนึ่งไปเรื่อย ๆ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็ต้องทำทั้งหมดเลย

ต้องใช้เงินเยอะนะ เงินที่ลงทุนนี่เงินใครคะ
เป็นเงินที่เจียดจากเงินใช้จ่ายในครอบครัว และเงินที่พ่อเขาโอนมาช่วย ขายได้แล้วค่อยคืนต้นให้ กำไรไว้ใช้จ่ายในครอบครัว

พ่อเขาทราบไหมว่าเราทำโครงการ
ทราบค่ะ เพระปรึกษาเขาหมดแล้ว เขาดีใจเขาบอกว่าอยู่เฉย ๆก็เบื่อแล้ว การอยู่เฉย ๆ มันสบายไป หัดทำงานทำธุรกิจบ้างก็ดี

แล้วตอนนั้นหนูทำอะไรคะ ในส่วนความรับผิดชอบของหนู
ตอนที่ทำโครงการบ้านจัดสรรหนูเป็นผู้จัดการ ดูแลบริหารด้วยตัวเอง เป็นชื่อหนูทั้งหมด

ชื่อบริษัทอะไรก็เป็นชื่อหนูเหรอโครงการทั้งหมดมีหนึ่งหรือสองโครงการคะ
โครงการเดียวคะที่ทำอยู่ บริษัทก็ชื่อหนูกับโรเบิร์ต

ที่เราพูดกันทั้งหมดนี้ จำนวนทรัพย์สินทั้งหมดประมาณสักเท่าไร ถึงพันล้านไหมคะ
ไม่ถึงคะ

ก็เห็นระบุว่าคุณโรเบริ์ตเป็นลูกชายเศรษฐี อันดับสิบเอ็ด ก็เลยคิดว่าเงินนี้มันเกี่ยวข้องถึงพันล้านไหม ประมาณเท่าไรคะโครงการนี้รวมบ้านด้วย รวมทรัพย์สินทั้งหมดประมาณเกือบ 200 ล้านค่ะหรืออาจจะมากกว่าหน่อย

แล้วยังไงคะปัญหาถึงเกิดหลังจากสร้างแล้วเรามีปัญหาเรื่องการเงินหรือยังไงคะ
ไม่ใช่เรื่องการเงินค่ะ ลำพังตัวหนูคนเดียวทั้งบริหารและไม่มีที่ปรึกษา ก็รู้มาว่าโดนโกงอย่างโน้นอย่างนี้ก็คิดอะไรไม่ออก พอปรึกษาโรเบริ์ตก็ไม่เชื่อว่าจะโดนโกง ก็เชื่อทางโน้นมากกว่าแล้วก็เริ่มทะเลาะกัน

แต่จริง ๆ แล้วทีมงานคุณตี๋ใหญ่ หนูเป็นคนพาเขามาให้เขาดูแลไม่ใช่หรือคะ
ค่ะคือคุณตี๋ใหญ่เป็นผู้จัดการเงินเดือน สองหมื่น ทีแรกแล้วหลัง ๆ มาก็อัพขึ้นตลอด คุณเสาวนีย์ให้เป็นอาคีเทคเงินเดือน 4 หมื่น หนูก็จำไม่ค่อยได้

แล้วเขามีอำนาจในการจ้างงานคนงานคนอื่นไหมคะ หรือว่าหนูเป็นคนทำ
ก็ต้องถามก่อน เพราะทุกอย่างจะเบิกอะไร จะทำอะไรต้องมาเบิกที่หนูคนเดียว

แล้วการตลาดละคะ การขายบ้านขายอะไรใครดูแ
เขาทำกัน เขาว่าถ้าขายได้เขาจะโอนเข้าบัญชี แต่ว่าตอนที่มีปัญหากันแล้วยังไม่ได้ขายได้สักหลัง

คือเริ่มจะขาย
ค่ะคือเริ่มจะขาย เริ่มจะมาวางมัดจำ ที่ขายบ้านได้มีอยู่แสนหนึ่งที่เข้าบัญชีหนู

จริง ๆ เงินจากการขายบ้านได้ยังมีไม่เกินหนึ่งแสนเลยใช่ไหมคะทั้งหมดที่พูดมา แล้วหนูคิดว่ามันมีรายได้มาที่มันไม่ถึงบัญชีหนูมีบ้างไหมคะ
คิดว่านะคะ

แล้วคุณโรเบริ์ตเขาเข้ามาบริหารด้วยไหมคะช่วงนั้น
ก็มาบ้างแต่เขาก็ไม่ค่อยสนใจ หมายถึงเขาไม่สนใจเรื่องรายละเอียด

ทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน เกิดการฟ้องร้องกัน เริ่มจากยังไงก่อนใครฟ้องใครก่อน
คือโรเบริ์ตฟ้องหย่าโดยที่หนูไม่รู้เรื่อง ตอนนั้นหนูโดนขู่ด้วย ตอนที่ทำหมู่บ้านจัดสรรอยู่หนูเคยเตือนโรเบริ์ตแล้วว่าเราโดนโกง หนูก็ไม่รู้ว่าใคร อะไร ยังไง หนูโดนขู่หนูก็เลยหายตัวไป ไปหลบก่อนพอกลับมาอีกทีหนูก็รู้ว่าโดนฟ้องหย่าแล้ว

ตอนนั้นไปที่ไหนคะ
กลับไปภูเก็ตไปหาเพื่อนแล้วก็มีเงินอยู่ในบัญชีแค่แสนเดียว ที่ว่าได้มาจากค่าบ้านนั่นแหละ เพราะก่อนไปหนูก็สั่งของสั่งอะไรไว้ จ่ายค่าสร้างบ้านที่พาราไดซ์งวดสุดท้ายไป 9 แสน เสร็จแล้วหนูก็ลงไปภูเก็ต ไปหาเพื่อนกะว่าจะไปพักสักพักนึง แต่ก็ยังกลัวอยู่เลยไม่กล้ามา

ช่วงนั้นคุณโรเบริ์ตอยู่ที่บ้านนี้ไหมคะ
ก็ยังอยู่ค่ะ อยู่กับลูกแล้วก็พ่อแม่

พ่อแม่เขาหรือคะ
ไม่คะพ่อแม่เรา

อ๋อก็อยู่ด้วยก็เรียกว่าครอบครัวใหญ่อยู่ด้วยกัน แล้วไปนี่บอกเขาไหมคะ
ค่ะทะเลาะกันด้วย คือหนูบอกว่าถ้าพูดแล้วไม่ฟังไม่เชื่อ เชื่อคนอื่นมากกว่าเมียตัวเอง หนูก็ไม่อยู่
แล้วไม่คิดหรือคะว่าถ้าเรากลับมาเขาจะไม่อยู่แล้ว และพ่อแม่เราต้องย้ายออก
ก็ไม่เคยยคิดเลยค่ะ ก็บ้านก็เป็นชื่อหนูทุกอย่าง ก็ไม่คิดว่าใครจะทำอะไรได้

แล้วตอนนั้นออฟฟิตก็รันต่อไปกับทีมงานคนเดิมหรือคะ
ก็รันต่อค่ะ เพราะหนูฝากพี่ชายหนูดูแลต่อ เพราะมีพี่ชายหนูอยู่

อ๋อตอนนั้นมีญาติคุณหนิงมาทำงานอยู่ด้วยหรือค่ะ
ค่ะพี่ชายหนูอยู่ แต่พอหนูกลับมาพี่ชายก็เล่าให้ฟังว่าหนูไปได้ไม่นานเขาก็ไล่พี่ชายหนูออก แล้วเขาก็ทำกันเอง

การที่เราถูกฟ้อง เราไม่ได้รับหมายศาลอะไรเลยหรอคะ
ไม่ได้รับค่ะ เพราะว่าที่อยู่ในหมายศาลเป็นที่อยู่ที่สำนักงานขายที่สัตหีบ แล้วเขาก็อยู่ในออฟฟิต เขาก็เป็นคนรับ

ตอนนั้นหนูหายไปกี่เดือน
ไม่ถึงปีนะคะประมาณ 7-8 เดือน

พอมาถึงก็ทราบว่าถูกฟ้องหย่า แล้วศาลก็สั่งให้หย่าหรือคะ
ค่ะสั่งให้แบ่งทรัพย์สินแล้ว เขาบอกว่าเขาจะฝากเงินไว้ที่ศาลประมาณ 2 ล้าน 5 แสน หนูก็งงเพราะทรัพย์สินมีตั้งเยอะ แต่เขาตีราคาบ้านหลังนี้แค่ล้านกว่าบาท

ปัจจุบันบ้านหลังนี้ก็ยังเป็นชื่อคุณหนิงหรือคะ
ยังเป็นอยู่คะ

สรุปแล้วเขาตีราคาทรัพย์สินทุกอย่างแล้วก็ฝากเงินไว้ให้ 2 ล้านกว่าบาท เป็นเงินสดหรือคะ
เขากะว่าจะขายได้แล้วก็จะฝากไว้ที่ศาล แต่ยังไม่ได้ทำ หนูกลับมาทันเสียก่อน

แล้วคุณหนิงเคยเปลี่ยนทนายไหมคะ

ไม่เคยค่ะ มีทนายคนเดียว ไม่เคยเปลี่ยน

แล้วความคิดที่จะฟ้องกลับนี่คิดขึ้นเอง หรือมาจากทนาย
คือทีแรกไม่คิดว่าจะฟ้องกลับแต่จะขอความเป็นธรรม

เคยคุยกับโรเบริ์ตตรงๆไหมคะ
เคยค่ะ เคยคุยกันสองสามครั้ง

ทุกครั้งที่คุยกับโรเบริ์ตนี่มีบุคคลที่สามไหมคะ มีคนอื่นอยู่ด้วยไหม
ก็มีค่ะ ก็เคยคุยกันเองเหมือนกัน เคยกลับมาอยู่ด้วยกันอาทิตย์หนึ่ง หลังจากมีเรื่องฟ้องหย่ากันแล้ว

แล้วยังไงคะ คุยกันไม่รู้เรื่องหรือไงคะ?
ไม่ใช่ค่ะ เราอยู่กันตลอดเวลาที่คอนโดของเขา เป็นเวลาตั้งหนึ่งอาทิตย์ไม่ออกไปไหนเลย อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็รับโทรศัพท์ แล้วบอกว่าจะออกไปข้างนอก หนูก็ขอออกไปด้วย เราไปนั่งที่บาร์แห่งหนึ่งในจอมเทียน หลังจากนั้นสักครู่หนึ่งก็มีคนทางฝ่ายนั้นขับรถมารับตัวเขาไป แล้วหนูก็ไม่เคยได้เจอเขาอีกเลย หนูสืบทราบและตามเขาไปทุกที่ เขาเปลี่ยนไปมากเขาพาผู้หญิง บางทีก็เป็นกะเทย มานั่งด้วย ต่อหน้าต่อตาหนู หนูก็นั่งมันอยู่ยังงั้น

อยากจะถามถึงเรื่องคดีนะคะ พอหลังจากถูกฟ้องหย่าโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวแล้วศาลก็สั่งให้หย่าแล้วเนี่ย ตอนนั้นติดต่อหาทนายอย่างไงคะ
คือช่วงที่หนูไม่อยู่บ้านแม่หนูถูกไล่ออกจากบ้าน และลูกๆ ของหนูก็ถูกไล่ออกจากบ้านหนูก็ไม่รู้จะทำยังไง

ตอนนั้นลูกของหนูกับโรเบริ์ตอยู่ที่ไหนคะ
เขาเอาไปฝากพ่อแม่เขาไว้

เพราะฉะนั้นพ่อแม่หนูกับลูกของหนูก็อยู่กับเขา
แต่ช่วงที่หนูจะไปลูกยังอยู่ พอหนูกลับมาได้เดือนหนึ่งแม่ก็มาเล่าให้ฟังว่าพอหนูไปเขาก็มาเอาลูกไป แล้วเขาก็ไล่แม่ไล่ทุกคนออกจากบ้าน

แล้วยังไงถึงมาจ้างทนาย

ทีแรกแม่เขาก็ไม่กล้าเล่าให้ฟัง ก็ไม่มีเงินจ้างทนาย หนูก็ไม่รู้จะเอายังไง แต่ทนายเขาก็เต็มใจช่วย โดยที่หนูยังไม่เคยจ่ายเงินให้เขาเลย

ก็คือทนายคนนี้ใช่ไหมคะ พอเจอกันก็เล่าให้เขาฟังหมดเลยเหรอคะ แล้วเขาเป็นคนแนะนำให้ฟ้องหรือไม่ฟ้องเหรอคะ
ไม่มีใครแนะนำคือหนูคิดของหนูเองว่าหนูต้องได้สิทธิของหนูบ้าง อยู่มาตั้งนานมาทิ้งหนูแบบนี้ได้ไง

สรุปว่าการฟ้องร้อง ใครฟ้องใครก่อนคะ มีหลายคดีไหมคะ
ตรงนี้หนูอยากให้ทนายเป็นคนเล่าดีกว่าค่ะ

จริงไหมที่ว่าโรเบริ์ต ชอบกะเทย อาจจะเป็นเพื่อนกันก็ได้
อันนี้หนูไม่ทราบค่ะ แต่รู้ว่าระยะหลังเขามีเพื่อนทั้งผู้หญิงทั้งกะเทย ตอนอยู่สเปนเขาก็มีเพื่อนมาก บางคนก็เป็นเกย์

ตอนนี้ทำยังไงกับชีวิตคะ ลำบากไหม
ลำบากมากค่ะ ต้องทำงาน ต้องระมัดระวังตัวเองด้วย อยู่อย่างไม่มีความสุข (เช็ดน้ำตา)

หากเลือกย้อนเวลาได้อยากกลับไปอยู่ตรงไหนคะ
อยากกลับไปอยู่กับลูกที่สเปนค่ะ

คุณต่อสู้เพื่ออะไรกันแน่ เพื่อเงินใช่ไหมคะ
เพื่อความถูกต้องค่ะ

ยังรักเขาไหม? หากเขากลับมาแล้วบอกว่า ผมยังรักคุณอยู่ เราดีกันนะ อะไรแบบนี้
(ยิ้ม) ก็ยังรักอยู่นะ แต่คงเป็นไปไม่ได้ ให้อยู่ด้วยกันอีกคงยาก

ถ้าย้อนเวลาได้ อยากกลับไปอยู่ช่วงไหนของชีวิตคะ ตอนก่อนเจอโรเบริ์ต หรือตอนอยู่สเปน
อยากกลับไปอยู่กับลูกที่สเปนค่ะ

อยากพูดอะไรอีกไหมคะ
ขอบคุณที่ให้โอกาสในวันนี้ค่ะ ก็อยากจะพูดว่า หนูเสียใจที่ตัดสินใจกลับมาอยู่เมืองไทย มาแล้วมีแต่ปัญหา เป็นคนไทยเหมือนกัน ทำไมไม่เห็นใจกันไม่รักกัน ทำไมทำร้ายกัน (ร้องไห้)

ถ้ามีปาฏิหาริย์ ให้เลือกหนึ่งข้อระหว่าง โรเบริ์ตยกสมบัติให้ทั้งหมด หรือ กลับไปอยู่ด้วยกันอีก เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง
หนูเลือกไปอยู่กับเขาในสเปนค่ะ.

_________________________________________________________________________________

คุณทนายรับทำคดีนี้เมื่อไรคะ
ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2549

รับทำคดีนี้เพราะอะไรคะ ใครเป็นคนติดต่อ

ผมไม่เคยรู้จักครอบครัวนี้มาก่อนเลย แต่ผมสนิทกับคนที่รู้จักกับครอบครัวของคุณนงค์ลักษณ์ เขามาเล่าให้ผมฟังว่า มีครอบครัวหนึ่ง ลูกสาวมีสามีฝรั่ง ต่อมาลูกสาวหาย ตัวไป หลังจากนั้นพ่อแม่พี่น้องลูกหลานของผู้หญิงคนนี้ ที่เคยพักกับฝรั่งโดนฝรั่งไล่ออกจากบ้านไม่มีที่อยู่แล้วก็ไม่มีเงิน ไม่รู้จะไปพึ่งพาอาศัยใคร เพราะสำนักงานทนายความในพัทยามีแต่เรียกเงิน คุณมีก่อนไหม 2 หมื่น 5 หมื่น หรือแสนหนึ่งเดี๋ยวผมทำคดีให้ เขาเลยไม่รู้จะไปหาใครเขาเลยมาหาผม ผมก็เลยบอกว่าอย่างนั้นก็เชิญมาคุยที่ออฟฟิตผม เขามาผมดูสภาพแล้วก็น่าสงสารมาก

เขาในที่นี้คือใคร
เขาก็มีคุณพ่อคุณแม่และก็พี่ชายของคุณนงค์ลักษณ์ เขาก็เล่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้ฟังแค่ว่า เมื่อก่อนนี้เขามาอยู่กับลูกสาวที่ได้สามีฝรั่ง แล้วลูกสาวเขาก็โดนขู่อะไรไม่รู้แล้วก็หายตัวไป ตอนที่แกมาหาผม ลูกสาวหายไปได้เกือบปีแล้ว แล้วอยู่ ๆ หลังจากนั้นสามีเขาที่เป็นฝรั่งที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ก็เก็บข้าวของเขาใส่ถุงดำเอาไปวางไว้หน้าบ้านให้ ออกไปจากบ้าน เขาไม่มีที่อยู่ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยมาหาผมก็บอกว่าเรื่องนี้มันแปลกดี ผมจะสืบให้ก็แล้วกัน

แล้วคุณทนายเริ่มต้นยังไง
หลังจากนั้นผมก็สืบว่าเพราะอะไรฝรั่งถึงทำอย่างนั้น ผมจึงถามสอบถามว่าผู้หญิงคนนี้เขามีทรัพย์สินอะไรไหม เคยมีที่ดิน เคยทำอะไรไว้บ้าง เขาก็บอกว่าเขาเคยมีชื่อถือ กรรมสิทธิ์อยู่ที่พัทยา อยู่ที่สัตหีบ

คุณทนายก็เลยรู้ว่ามันเป็นเรื่องเงินเกี่ยวข้องแน่นอน
ใช่ครับผมก็เลยเริ่มแกะรอยตั้งแต่สำนักงานที่ดินชลบุรี สาขาบางละมุงว่าที่ดินของผู้หญิงคนนี้ยังอยู่กี่แปลง ที่สัตหีบกี่แปลง ปรากฎว่าทรัพย์สินที่เคยเป็นชื่อของผู้หญิงคนนี้ได้มีการยักย้ายถ่ายเทไปเป็นของนาย ก. นาย ข. ผมก็เลยมาถามพ่อแม่ของคุณนงค์ลักษณ์ว่ารู้จักไหมคนพวกนี้ เขาก็บอกว่ารู้จักบางคนก็เป็นคนของนายตี๋ใหญ่ กับ น.ส.เอ๋ ซึ่งเป็นคนรอบข้างของนายโรเบริ์ต รวมถึงคนงานก่อสร้างแถว ๆ นั้น ซึ่งเมื่อก่อนมันเป็นทรัพย์สินของคุณนงลักษณ์ ผมก็สอบถามว่าเขาไปโอนให้กันได้ยังไง เขาก็บอกว่าก่อนที่คุณนงลักษณ์จะหายไปนั้นยังเป็นชื่อของคุณนงค์ลักษณ์อยู่เลย แล้วอยู่ ๆ มาเป็นชื่อของบุคคลเหล่านี้ได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน

ผมก็เลยไปสืบที่ศาลชลบุรี ศาลพัทยา  ศาลเยาวชน ว่ามีคดีอะไรที่เกี่ยวข้องไหม ก็ปรากฎว่ามีคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัวว่าฟ้องหย่าว่าคุณนงค์ลักษณ์ว่าได้ทิ้งร้างจากสามีคือนายโรเบริ์ตเกินกว่า 1 ปี แล้วศาลมีคำพิพากษาให้หย่าแล้ว ผมก็เลยเอาคำพิพากษากลับมาสอบถามว่า คุณนงค์ลักษณ์ได้มีการทิ้งร้างจากคุณโรเบริ์ตไปเมื่อไร เขาก็ บอกว่าทิ้งร้างกันเดือนกรกฏคม ปี 48 ตอนเขามาหาผมคือประมาณเดือนเมษา- พฤษภา 49 ก็ยังไม่ถึงปี แล้วคุณมีหลักฐานอะไรที่ยืนยันว่าไปตั้งแต่กรกฎา 48 ไหม เขาก็ได้ไปแจ้งความไว้ว่าลูกสาวเขาหาย เขาก็มีบันทึกประจำวันมาให้ผมดู

สรุปว่าก็ไม่ถึงปี
ใช่ผมก็ว่าไม่ถึงปีแล้วไปเบิกความที่ศาลว่าทิ้งไปตั้งแต่ปี 47

อย่างนี้ก็เป็นเบิกความเท็จ ทางคุณก็มีสิทธิ์ฟ้องว่าเขาเบิกความเท็จ
ใช้เบิกความเท็จนะได้ และถือว่ามันเป็นการเบิกความเท็จในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของคดี ตรงนั้นศาลหยิบมาพิพากษาเป็นความผิดทางอาญา

อย่างนี้เราฟ้องกลับว่าให้การฟ้องหย่านั้นเป็นโมฆะไหมคะ
ตอนนี้กำลังทำอยู่ครับ กำลังยืนคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งตอนนี้ศาลมีนัดฟังคำสั่งว่าจะให้พิจารณาคดีใหม่หรือไม่ ในวันที่ 22 ม.ค.51เวลา 9.00 น.

ซึ่งโจทย์ เป็นคุณนงค์ลักษณ์ใช่ไหม
คุณโรเบริ์ตเป็นโจทย์ คุณนงค์ลักษณ์เป็นจำเลยในคดีฟ้องหย่า เรายืนคำร้องในฐานะจำเลยว่าในขณะที่ฟ้องร้องกันจำเลยไม่ได้อยู่ที่ภูมิลำเนา

มองว่ามีเปอร์เซ็นต์ว่าจะชนะไหม
ถ้าถามว่าจะชนะหรือไม่ชนะนี้ ผมคิดอย่างนี้นะ คดีเกี่ยวกับครอบครัวน่ะโดยปกติแล้วมันเป็นเพิกถอนอำนาจในการเป็นสามีภรรยากัน และการเพิกถอนการปกครองบุตร ศาลน่าจะให้โอกาสจำเลยนำข้อเท็จจริงหรือนำข้อมูลต่าง ๆ เสนอต่อศาลเพื่อให้ศาลรับฟังทั้งสองฝ่ายเท่าเทียมกันมันจะเป็นผลดีมากกว่า

คุณทนายทราบหรือเปล่าว่าคุณโรเบริ์ตเป็นลูกชายของเศรษฐี
ผมไม่เคยทราบเลย

เพิ่งจะทราบตอนไหน
ผมเพิ่งมาทราบตอนที่มันมีข่าวเมื่อเร็ว ๆนี้ คิดแต่ว่าพ่อแม่เขามีฐานะ แต่ไม่เคยคิดว่าเขาเป็นเศรษฐีอันดับ 11- 12 อะไรนี้เลย ไม่เคยคิดเลยครับผมก็รู้ว่าเขามีทรัพย์สินกันอยู่ แต่ว่าเราทำคดีให้คุณนงค์ลักษณ์เราไม่ได้มองที่มูลค่าของทรัพย์สิน เรามองแค่ว่าผู้หญิงไทยคนหนึ่งมีทรัพย์สินที่ได้ก่อร่างสร้างตัวหรือซื้อได้มาในระหว่างที่เป็นสามีภรรยากับฝรั่งคนนี้ แล้วอยู่ ๆ ตัวเองหนีหายไป หรือมีเหตุให้ต้องหายตัวไปไม่ถึงปีกลับมาทรัพย์สินที่เคยเป็นของเขามันหมดไปเลย ผมก็บอกเขาว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม

คุณมองว่าคดีนี้มีความยาก หรือสลับซับซ้อนไหม
คืออย่างนี้นะครับผมก็เป็นนักกฎหมายคนหนึ่ง ว่าความมาก็เป็นสิบปีแล้ว คือคดีของคุณโรเบริ์ตไม่ได้เป็นคดีที่ยุ่งยากหรือสลับซับซ้อนอะไรโดยพื้นฐาน ขอมองกันในฐานะเป็นกลางเลยนะครับว่า ผัวเมียคู่หนึ่งในระหว่างที่เป็นผัวเมียกันมีทรัพย์สินอะไร ถ้าประสงค์จะหย่าขาดจากกันเนี่ยทรัพย์สินทีได้มาตอนนั้นก็แบ่งกันคนละครึ่งมันก็จบไปแล้ว แต่ถ้าคุณมองว่าจะไม่ให้หญิงไทยได้อะไรเลย มันก็ต้องถามว่ากับการที่เขาเป็นภรรยาคุณโรเบริ์ตมามีลูกด้วยกัน ตอนที่คุณเป็นสามีภรรยากันคุณมีความรู้สึกว่าคุณจะให้อะไรก็ให้ได้ แต่พอเวลาที่คุณจะทิ้งร้างหย่าขาดจากกัน คุณจะไม่ให้อะไรเขาเลย ผมว่าไม่ใช่ว่าแค่คุณนงค์ลักษณ์หรอก ผู้หญิงทั่วโลกก็ยอมรับไม่ได้ที่เราต่อสู่กันนี้ เรากำลังต่อสู้กันตรงนี้มากกว่า

ตอนนี้คุณทนายกังวลใจกับความปลอดภัยของตัวเองบ้างไหม เพราะดูเหมือนจะมีบุคคลอื่นเขามาเกี่ยวข้องเยอะแยะไปหมด
คือเรื่องความปลอดภัยนี่ผมบอกตรง ๆ เลยว่า ตั้งแต่วันแรกที่ผมมาทำคดีให้คุณนงค์ลักษณ์ ตั้งแต่ผมยังไม่รู้จักกับคุณนงค์ลักษณ์เลย รู้จักแต่พ่อแม่พี่น้องเขา ผมก็โดนแล้วครับ มีทั้งทหาร มีทั้งตำรวจ มีทั้งนักเลงอันธพาล โทรมาขู่ มาเจอหน้าผม บอกว่ามึงรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีๆ นะถ้ามึงคิดจะทำคดีนี้ทางที่ดีมึงกลับบ้านไปเลยไม่ต้องทำหรอก ผมโดนอย่างนี้มาบ่อยแล้ว บางครั้งนอนอยู่เฉย ๆ มีโทรศัพท์โทรมาบอกมึงรักษาเนื้อรักษาตัวหน่อยนะ เพราะว่ารู้สึกว่ามึงจะอายุไม่ยืน ผมโดนมาตลอด

Reporter : วารีนา ปุญญาวัณน์   Photo : PDN staff   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com