พัทยาเดลีนิวส์

24 เมษายน 2550 :: 13:04:12 pm 5021

เมล์นรก หมวยยกล้อ

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนขับรถเมล์จอมซ่ากับคู่อริกระเป๋ารถเมล์จอมกวน ปะทะกับผู้โดยสารสติแตก พกปืนมาจี้รถเมล์สายรังสิต-สนามหลวงในวันสงกรานต์ พร้อมด้วยผู้โดยสารร่วมสิบที่ต้องตกบันไดพลอยโจรเป็นตัวประกัน
สนใจโฆษณา

            แต่เป็นตัวประกันที่ชวนน่าปวดหัวมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น แม่ค้าปากร้ายที่เอาแต่หาเรื่องหมอสวยเซ็กซี่ หมอผู้น่าจะถนัดทางนวดมากกว่า สามีขี้บ่นกับภรรยาท้องแก่ที่พร้อมจะคลอดทุก และหนุ่มแว่นบ้ากาม กับสาวสวยที่ต้องการเข้าห้องน้ำตลอดเวลา ผลลัพธ์ก็คือความโกลาหลที่ตลกบ้าง หลงทางบ้าง แต่สุดท้ายก็พาคนดูถึงที่อย่างปลอดภัย 

            “เมล์ นรก” มีคอนเซปต์ที่น่าสนใจเช่นกัน ทั้งเรื่อง (ยกเว้นตอนท้าย) เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์คือตามเวลาจริง 90 นาทีตามบทก็คือ 90 นาทีบนจอ แถมทั้งเรื่องมีโลเคชั่นเดียวคือรถเมล์สาย 39 (คงจะประหยัดดี) และตัวละครแทบจะไม่มีชื่อเลย ถึงมีก็ถูกเอ่ยขึ้นไม่บ่อยจนพอจะจำได้ สามีขี้บ่นก็ถูกเรียกสั้น ๆ ว่า เฮีย 

            แม้ค้าปากร้ายก็ถูกเรียกว่า เจ๊ แม้กระทั่งตัวคนจี้รถเมล์เอง ผมก็จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร คิดๆ ไปก็เหมือนกับชีวิตจริง บางทีเราก็ไม่ได้สนใจว่าคนอื่นที่อยู่ร่วมสังคมด้วยนั้นชื่ออะไร แต่เรารู้จักเขาแค่ในฐานะ คนขายของ คนขับรถ คนบริการในร้านอาหาร ฯลฯ 

             แต่ คอนเซปต์แหวกแนวก็ไม่ได้กลายเป็นหนังที่สมบูรณ์เสมอไป เรื่องนี้มีปัญหาอยู่ที่พล็อต ซึ่งดำเนินเรื่องไปอย่างตะกุกตะกัก เดี๋ยวลงจากรถได้ เดี๋ยวไม่ได้ เดี๋ยวเรื่องเหมือนจะคลี่คลาย เดี๋ยวก็ปะทุขึ้นมาอีก สาเหตุที่ทำให้ผู้โดยสารคนหนึ่งสติแตกก็ไม่สมเหตุสมผล (คนขับทะเลาะกับรถคันอื่น และพยายามขับแซงซ้ายปาดขวาจนเลยมาหลายป้าย ทำให้ผู้โดยสารคนนั้นพลาดรถที่จะกลับบ้านไปหาลูกที่โคราช) หนังพยายามให้เหตุผลว่า เรื่องที่ดูเล็กดูน้อยสำหรับคน ๆ หนึ่ง อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนอื่น มันก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี เป็นเหมือนคำแก้ตัวของคนสิ้นคิดมากกว่า 

            เอ หรือว่าผู้กำกับจะพาดพิงไปถึงสถานการณ์การเมืองหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ 

            หนัง เรื่องนี้เด่นที่มุขตลก ที่ไม่ได้เน้นคำหยาบ (ถึงแม้จะมีเยอะก็เถอะ) แต่เน้นที่คำเสียดสีและท่าทาง เช่น หญิงใกล้คลอดที่ต้องสูดอากาศเป็นพิษจากกลิ่นตดของสวยท้องเสีย หรือฉากโกลาหลในการแย่งไม้ช็อตตบยุง

            ตัวละครที่มีสีสัน ต่างๆ ก็เพิ่มเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย ทุกคนเล่นบทบาทของตัวเองได้ดี ไม่ว่าเป็น โน้ส-อุดม แต้พานิช ในบทกระเป๋ารถเมล์ ป๋าเทพ โพธิ์งาม ในบทคนขับรถ ซูโม่กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ ในบทคนจี้รถเมล์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ในบทแม่ค้าปากร้าย คมสัน นันทจิต ในบทหนุ่มแว่นบ้ากาม อริศรา วงษ์ชาลี ในบทหมอหรือหมอนวด และ อิม-อชิตะ ธนาศาตนันท์ ในบทสวยท้องเสีย 

            แต่ น่าเสียดายที่ตัวละครมีมิติเดียวมากไปหน่อย สาวสวยท้องเสียก็ผายลมทั้งเรื่อง แม่ค้าปากร้ายก็ทะเลาะกับหมอนวดทั้งเรื่อง แว่นบ้ากามก็ปัดความรับผิดชอบทั้งเรื่อง แม้กระทั่งคนจี้รถเมล์ก็ไม่ได้สื่อความรู้สึกอะไรมากนัก นอกจากอยากกลับไปหาลูก มีเพียงแต่กระเป๋ารถเมล์เท่านั้นที่คนดูพอจะเข้าถึงได้ เพราะเราได้เห็นถึงเรื่องราวส่วนตัว ความผิดพลาด ความรู้สึกผิด และการกลับใจ คู่สามีภรรยาก็มีปัญหาแต่จบง่ายและเร็วไปหน่อย 

            จะ ว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้จบง่ายไปนิดหนึ่ง เพราะการเปลี่ยนแปลงของตัวละครและปัญหาทุกอย่างคลี่คลายอย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรจะมองข้ามธีมหลักของหนัง ซึ่งเหมือนกับจะบอกว่า ไม่มีใครถูก 100 % หรือผิด 100% ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำให้เหตุการณ์แย่ลง สุดท้ายแล้วการแก้ปัญหาอาจไม่ใช่การตัดสินว่าใครคนใดคนหนึ่งชนะหรือแพ้ แต่ forgive and forget ให้อภัยและดำเนินชีวิตต่อไป 

            ซึ่งก็ ทำให้ผมอดคิดไม่ได้อีกละ ว่าจริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้จงใจจะบอกอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันหรือ เปล่า อันนี้ให้ผู้กำกับมาเคลียร์เองละกัน

โดย แชมป์ สรดิเทพ 
_____________________________________________________________________________________________________            

เรื่องย่อ (Synopsis) 

ผมชื่อ “ โก๋” ( โน้ส-อุดม แต้พานิช ) อาชีพ กระเป๋ารถเมล์ จะเรียกให้หรูดูดีก็คือ พกส. หรือ พนักงานเก็บค่าโดยสาร เส้นทาง “ สนามหลวง-รังสิต” วิ่งเส้นทางเดิมทุกวัน ใครอยากเจอไปดักรอขึ้นรถได้ 

            แค่ งานโหนรถเมล์ เก็บตังค์ผู้โดยสาร ชีวิตผมก็ครึกครื้นพอแล้ว ยั๊งอุตส่าห์มี “ วันสงกรานต์” เทศกาลอยากสาดน้ำ ใครๆ ก็สาดได้ สาดน้ำตำรวจยังไม่โดนจับเลย แล้วก็ชอบสาดกันนัก รถเมล์เนี้ย… แถมเอาแป้งมาปะรถเมล์อีก ผมนะ…ขี้เกียจล้างรถ จริง ๆ 

            วันสงกรานต์ปีนี้ … “ เฮียหลา” ( เทพ โพธิ์งาม ) ทะเลาะกับกระผมตามปกติ บวกกับโดนรถกระบะคันข้างๆ สาดน้ำอีก เฮียหลา พขร. เลยมีอารมณ์ ซิ่งไม่จอดป้ายที่ผู้โดยสาร “ ทรัพย์” ( กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ) จะต้องลง 

            คิดดู แค่รถเมล์ไม่จอดป้าย เป็นเรื่องเลยครับท่าน คุณผู้โดยสาร “ ทรัพย์” แกปี๊ดขึ้นมาพร้อมด้วยประโยคเด็ด “ มึงนึกว่ากูไม่กล้าใช่ไหม ?” ว่าแล้ว ก็ควักปืนมาจี้รถเมล์ 

            แล้วผู้โดยสารคนอื่น ๆ บนรถเมล์ล่ะครับ ท่าน แต่ละท่านก็มีป้ายรถเมล์ที่ตัวเองจะลงด้วยกันทั้งนั้น เจ๊ผ่อง – แม่ค้าจอมงก ( เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ) ที่กำลังจะเอาของไปขายตลาดนัดจตุจักร , ดอน ( คมสัน นันทจิต ) หนุ่มหน้าตาหื่นกาม, ปลา ( อริศรา วงษ์ชาลี ) สวยหุ่นดี แต่งตัวโป๊เซ็กซี่ 

           
            “ติ๊ก” ( อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ ) สาวท้องแก่ กำลังไปโรงพยาบาลมั้ง ? มากับผัวขี้บ่น “ ซ้ง” (ซ้ง – ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ ) พูดมากพอกัน , สวย ( อิม-อชิตะ ธนาศาตนันท์ ) สาวตดเหม็น หน้าตาก็ดี แต่ตดเหม็นขนาดนี้ พี่ว่าน้องไปอึ๊เลยดีกว่านะ น้องสวยเขามีสาวทอม ( อัญชนา เพ็ชร์จินดา ) ควงมาเป็นเพื่อนนั่งเบาะหลังอยู่ด้วยกัน 

            รถเมล์โดนจี้ วิ่งซิ่งขนาดนี้ โทรศัพท์ผมก็ดังไม่หยุด ก็ “ น้องหมวย” ( เฟิร์น-พิมพ์ชนก พลบูรณ์ ) แฟนสาวสวย ขาวหมวย น่ารักของผม โทรศัพท์มาจิกตัวผมให้ไปเจอพ่อแม่เธอในวันสงกรานต์ให้ได้ พอบอกไปไม่ได้ รถเมล์โดนจี้อยู่ ก็โกรธจะเป็นจะตาย คิดมากไปถึงไหน ๆ 

            บนรถเมล์มี หญิงท้องแก่ใกล้คลอด สาวสวยปวดอึ๊สุด ๆ มีผู้โดยสารคนหนึ่งถือปืน อีกคนขับที่ถือพวงมาลัย ( รถ ) ไว้กับผู้โดยสารทั้งหลายที่เอาแต่ร้อง “ จอดป้าย ฉันจะลง” … กระเป๋ารถ ชายไทยธรรมดาอย่างผมจะไปทำอะไรด้ายยยยย…. 

“เมล์นรก หมวยยกล้อ” จะซิ่งไปถึงปลายทางไหน เรื่องราวจะจบยังไง โก๋จะทำให้รถเมล์จอดได้หรือไม่ ? 

จับเบาะนั่งให้มั่น ๆ มาร่วมพิสูจน์ มหัศจรรย์แห่งวันสงกรานต์กับ “เมล์นรก หมวยยกล้อ” 

สงกรานต์มหัศจรรย์ ที่คุณจะต้องถามตัวเองว่า “อะไรคือความหมายของการเดินทาง??”

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com