พัทยาเดลีนิวส์

03 พฤศจิกายน 2559 :: 05:11:50 am 199495

เรือท่องเที่ยวพัทยา ตัดพ้อแรงงานทยอยลาออกผลพวงเวลาจำกัดของภาครัฐ

ประธานชมรมเรือท่องเที่ยวพัทยา ตัดพ้ออาชีพคนเรือพัทยาประสบปัญหาวิกฤตจากปัญหาแรงงานที่แห่ทยอยลาออก หลังถูกกดดันให้ทำงานตลอด 24 ชม.ต่อเนื่อง จากผลพวงการกำหนดระยะเวลาการขึ้นลงเรือในเวลาจำกัดของภาครัฐ
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 2 พ.ย.59 นายสนิท บุญมาฉาย ประธานชมรมเรือท่องเที่ยวพัทยา เปิดใจเกี่ยวกับกรณีการจัดระเบียบท่าเทียบเรือพัทยาใต้ จ.ชลบุรี ว่า จากกรณีที่ คสช.มีนโยบายให้ย้ายเรือท่องเที่ยวกว่า 1,200 ลำออกจากลานจอดซึ่งเป็นที่สาธารณะขนาด 18 ไร่ บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ นั้น กรณีนี้ถือเป็นสิ่งที่คนเรือยอมรับได้ แต่ก็น้อมปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีการนำพื้นที่ดังกล่าวไปทำประโยชน์แก่ส่วนรวม อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความยากลำบากในการหาจุดจอดใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชนที่กระจัดกระจายไปหลายแห่งในเขตเมืองพัทยา รวมถึงระยะทางในการนำเรือขึ้นลงจากน้ำที่ต้องอยู่ไกลขึ้น หลังจากกำหนดให้มีการใช้จุดขึ้นลงใหม่ บริเวณซอยจอมเทียน 11 และ 14 ก็คงจะสามารถแก้ไขปัญหาไปได้ แต่ปัญหาเรื่องของระยะเวลาที่กำหนดให้ขึ้นลงเรือในช่วง 20.00-05.00 น.ในแต่ละวันนั้น พบว่า เกิดผลกระทบอย่างมาก

 

เนื่องด้วยเรือท่องเที่ยวส่วนใหญ่หลังลงน้ำเพื่อออกไปให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงเช้า และเสร็จสิ้นภารกิจการให้บริการในช่วงบ่าย ก็มีความจำเป็นต้องจอดเรือลอยลำอยู่ในทะเลเป็นเวลาหลายชั่วโมงจนกว่าจะถึงเวลาที่สามารถนำเรือขึ้นฝั่งได้คือช่วงเวลา 20.00 น. แต่เมื่อถึงเวลาก็พบว่ามีปัญหาในเรื่องของน้ำขึ้น-น้ำลง ที่ทำให้ชายหาดตื้นเขินจนไม่สามารถนำเรือขึ้นสู่ฝั่งได้อีก โดยเฉพาะท่าเรือใหม่บริเวณชายหาดจอมเทียน ซึ่งมีระดับน้ำไม่ลึกมากนัก เรือส่วนใหญ่จึงต้องจอดลอยอยู่ในทะเลเพื่อรอระดับน้ำให้อยู่ในสภาวะที่เอื้อต่อการนำเรือขึ้นสู่บกได้ กรณีนี้ทำให้แรงงานซึ่งเป็นลูกเรือส่วนใหญ่ทนความกดดันที่จะต้องอยู่เฝ้าเรือตลอด 24 ชม.ไม่ไหว และทยอยออกจากอาชีพไปอย่างต่อเนื่องจนน่าวิตก

 

นายสนิท กล่าวว่า ในอนาคตคาดว่าอาชีพเรือท่องเที่ยวคงจะมีน้อยลง เพราะผู้ประกอบการน่าจะทยอยขายเรือส่วนตัวออกไป และเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นแทน เนื่องจากคงไม่คุ้มต่อค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ขณะที่อัตราการให้บริการยังคงปกติ ทั้งเรื่องของเชื้อเพลิงของเรือที่สูงจากระยะทางที่ไกลต่อจุดรับส่ง รวมทั้งค่ารถลากเคลื่อนย้ายเรือซึ่งแต่เดิมจะอยู่ในราคาประมาณ 3,000 บาท แต่ปัจจุบันต้องจ่ายสูงถึง 6,000-9,000 บาท แต่เมื่อเกิดปัญหาก็คงต้องหาทางออกโดยนำเรื่องเข้าไปหารือกับส่วนราชการเพื่อผ่อนปรนในบางกรณีที่จะสามารถให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบอาชีพเพื่อความอยู่รอดต่อไปได้

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com