พัทยาเดลีนิวส์

09 มิถุนายน 2552 :: 11:06:47 am 1176

เสียงดนตรีข้างถนน?

ข้างถนนในเมืองหลวงแห่งหนึ่ง มีตึกสูง บ้านช่องเรียงราย เช่นเดียวกับเมืองหลวงในประเทศอื่นๆ บางช่วงรกร้างเต็มไปด้วยวัชพืช มีเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ ถังขยะ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ และหมาจรจัดวิ่งผ่านตามแนวทางเท้า รถราบนถนนวิ่งแล่นสวนทางกันพลุกพล่าน เสียงคำรามเครื่องยนต์ดังกระหึ่มสลับเสียงแตรดังก้องหู ควันพิษสีดำพวยพุ่งอบอวลในบรรยากาศ แดดยามบ่ายร้อนจัดจ้านจนแสบผิวหนังและนัยน์ตา
สนใจโฆษณา

รถบนถนนเริ่มติดขัด บางคันชะลอความเร็วลงเพื่อเหลียวมองเหตุการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดช่องทางการเดินรถซ้ายขวา เพื่อความปลอดภัยต่อการจราจร ปล่อยรถวิ่งทางเดียวเท่านั้น ในไม่ช้าถนนบริเวณนั้นก็โล่งจากยานพาหนะ กลับเปลี่ยนเป็นฝูงชนที่มารุมเร้าสังเกตการณ์สิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัย ต่างปรึกษาหารือกันว่าจะทำเช่นใดดี กับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ต่างฝ่ายต่างแสดงทัศนคติ

แต่กระนั้นก็ยังไม่มีใครลงมือ ทำอะไร นอกจากจับตามองไปที่ข้างถนน บนเสาป้ายโฆษณาขนาดสูงใหญ่ ประกอบด้วยเหล็กเชื่อมต่อกันเป็นโครงสร้าง ชายคนหนึ่งปีนขึ้นสู่จุดสูงสุด สายตาของเขาหวาดระแวง มือทั้งสองตะเกียดตะกายจับเหล็กอย่างเหนียวแน่น อยู่ในอาการเสมือนหนีอะไรบางอย่าง ที่ทุกคนก็ไม่สามารถรู้ได้ นอกจากเขาเพียงคนเดียว ด้านหลังของเขาสะพายกีต้าร์ตัวโปรดคู่กายขึ้นไปด้วย เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ชายคนนี้ได้ยืนข้างเสาโฆษณาอยู่เงียบๆ เขานุ่งผ้าขาวม้าสีแดงเพียงผืนเดียว เสื้อไม่ใส่ รองเท้าไม่ใส่ หัวล้าน เนื้อตัวสกปรก เหม็นกลิ่นสาป มือเท้าดำสกปรก ยืนยิ้มคนเดียว ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นคนบ้า

ชาย บ้าผู้นี้ยิ้มให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ยิ้มให้แม้กระทั่งหมา แมว ที่อยู่บริเวณนั้น จู่ๆ ชายบ้าหันหน้าตรงไปที่เสาป้ายโฆษณา จับกีต้าร์คู่กายไว้ด้านหลัง มือเท้าเริ่มปีนป่ายเหล็กขึ้นไปทีละขั้นๆ จนถึงจุดสูงสุด ชายบ้าตะโกนโห่ร้องออกมาอย่างสุดเสียงอย่างไม่รู้ตัว แม่ค้าขายข้าวแกงข้างถนนได้ยินเสียงโห่ร้อง มันมาจากฟากฟ้า หล่อนจึงเงยหน้ามองไปยังต้นเสียง หยิบโทรศัพท์มือถือกดหมายเลขเร็วรี่ เพื่อแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเครื่องแบบเต็มยศก็กระโดดลงจากรถ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย ตรงเข้าล้อมชายบ้าบริเวณจุดเกิดเหตุ ฝูงชนบริเวณนั้นต่างเข้ามามุงดู ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์สารพัด ทุกคนต่างลงความเห็นว่า ชายบ้าผู้นี้เป็นภัยต่อสังคม โดยไม่ปรากฏหลักฐานมาก่อนว่าชายบ้าเคยทำร้ายใคร หรือให้ความรักใคร เจ้าหน้าที่ตำรวจปรึกษากับหน่วยกู้ภัย ว่าควรลงมือทำอย่างไรดี หากปล่อยไว้ชายบ้าคงตกลงมาตายเปล่าแน่ๆ เพื่อช่วยชายบ้าและลดปัญหาสังคม แสงแดดอันร้อนระอุ ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิให้เหตุการณ์ร้อนเดือดขึ้นทุกที มันต้องรีบคลี่คลาย แต่ก็ไม่สามารถกระทำผลีผลามได้ เพื่อให้ชายบ้าได้รับความปลอดภัยและเกิดความเสียหายน้อยที่สุด

จึงต้องทำด้วยความรอบครอบที่สุด “ปาน นี้ จะเป็นอย่างไร จากมาไกลแสนนาน คิดถึง คิดถึงบ้าน จากมาตั้งนาน เมื่อไรจะได้กลับ แม่จ๋าแม่รู้บ้างไหม ว่าดวงใจ ดวงนี้เป็นห่วง จากลูกน้อยที่แม่ห่วงหวง อยู่เมืองหลวงศรีวิไล ไกลบ้านเรา…” นี่คือเสียงแรกที่คนในนั้นได้ยิน ชายบ้าร้องออกมาเป็นเพลงได้อย่างไพเราะ

เมื่อ ฝูงชนตีวงล้อมเข้ามามากขึ้น ชายบ้าลุกขึ้นยืน ห้อยโหนกับคานเหล็ก ดูแล้วชั่งหวาดเสียวยิ่งนัก เหมือนโชว์การแสดงบางอย่าง

“สงสัยไอ้บ้านี่เป็นนักร้องเก่า ร้องใช้ได้” คนหนึ่งแสดงความเห็น

“คุณตำรวจจะทำอะไร ก็ทำสักทีเถอะครับ” คนหนึ่งกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่รีบช่วยเหลือ

“ใจเย็นๆ ครับ เราวางแผนกันอยู่” นายตำรวจตอบ

สิบ ตำรวจนายหนึ่ง ได้ถือโทรโข่ง เกลี้ยกล่อมชายบ้าที่ห้อยโหนอยู่บนเสาโฆษณาขนาดใหญ่ ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยก็กำลังรีบเร่งเป่าลมผ้ายางไว้สำหรับรองรับเมื่อ ชายบ้าเกิดพลัดตกลงมา แต่กระนั้นไทยมุงไม่มีวี่แววสลายตัว จนกว่าเหตุการณ์จะดำเนินไปจนยุติ ทุกคนทนต่อแสงแดดที่ร้อนระอุ จดจ้องกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องหน้า ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคิดหนัก หากให้ล่วงเลยนานกว่านี้ ต้องทำอะไรสักอย่างในอีกไม่กี่นาทีนี้ โรงเรียนใกล้เลิก

เด็ก นักเรียนต้องเดินผ่านจุดเกิดเหตุ พวกแกบริสุทธิ์เกินกว่าจะรับรู้สิ่งร้ายๆ นี้ได้ สิ่งเดียวที่จะทำได้เมื่อเด็กเดินมาถึงจุดเกิดเหตุนี้ ต้องไม่มีชายบ้าอยู่ข้างถนน ขณะนี้ชายบ้าไม่ส่งเสียงร้องหรือพูดจาใดๆ เขาทำเพียงห้อยโหนตัวอยู่กับโครงเหล็กในท่าทางเมื่อยล้าเต็มที แต่ชายบ้าก็ไม่ยอมลงจากเสาโฆษณา สายตาลอย ทันใดนั้นเอง ร่างชายบ้าก็ลอยละลิ่ว แหวกสายลม ลงสู่เบาะผ้าใบยางที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการไว้ เสียงดังแอก กีต้าร์พังกระจาย เศษไม้แทงเข้าที่ด้านหลัง เลือดไหลอาบแดง

ฝูง ชนต่างกรูประชาทัณฑ์ด้วยมือ ด้วยเท้า ต่างๆ นานา ชายบ้าร้องครวญครางไม่เป็นภาษา ถูกชายฉกรรจ์หลายคนรั้งไว้ เขาร้องเพลงออกมาสั้นๆ แล้วเงียบหายไป ตำรวจคุมตัวชายบ้าออกจากฝูงชน แล้วเหตุการณ์ก็กลับสู่สภาพปกติ ฝูงชนสลาย การจราจรใช้งานได้ตามปกติ ที่ข้างถนนนั้น นอกจากมีเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ ถังขยะ ป้ายโฆษณา และหมาจรจัดวิ่งผ่านตามแนวทางแล้ว ก็หลงเหลือแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น

เด็ก นักเรียนชายคนหนึ่ง แบกกระเป๋าใบโต กระโดดโลดเต้น ร้องเพลงไปตามประสา เขาเดินมาจุดตรงที่ชายบ้านั่งอยู่ประจำ ดีดกีต้าร์ร้องเพลง อย่างสนุกสนาน แต่วันนี้ชายบ้าคนนั้น…… ไม่มีใครร้องเพลงให้เขาฟัง… ไม่มีใครสอนเล่นกีต้าร์ให้เขา… เขาไม่มีเพื่อนร้องเพลงก่อนกลับบ้านเพียงชั่วครู่ชั่วยาม… เด็กชายละสายตาจากข้างถนน ก้มหน้าก้มตาเดินกลับบ้าน ด้วยใบหน้าที่บริสุทธิ์ แต่เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง จากนี้คงไม่มีเพื่อนร้องเพลงต่อไปดังเช่นทุกวัน

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com