พัทยาเดลีนิวส์

24 ตุลาคม 2553 :: 12:10:24 pm 41500

เอเชีย น้ำตาตก เจอธรรมชาติถล่ม เข้าแถวรับสภาพ !

ฤทธิ์พายุไต้ฝุ่นนากี ที่กำลังแผลงฤทธิ์ทั่วภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายมหาศาล หลายประเทศอยู่ในภาวะเลวร้ายสุดในรอบปี รวมทั้งประเทศไทยที่ยังสาหัส "มาร์ค" เตรียมแนวทางรับมือ
สนใจโฆษณา

‘เวียดนาม’คลื่นน้ำ ถล่มบ้าคลั่ง กลืนรถบัสทั้งคัน

เหตุร้ายแรงเกิดขึ้นกับรถผู้โดยสารบนทางหลวงนอกกรุงฮานอย ถูกกระแสน้ำมรณะซัดหายลงแม่น้ำในจังหวัดฮาตินห์ มีผู้โดยสาร 18 คน รวมทั้งคนขับ เอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่อีก 14 รายประสบเคราะห์ ในจำนวนนี้มีเด็กด้วย 3 รายในพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมหนักทั้ง 4 จังหวัดภาคกลางของเวียดนามมียอดผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย

จังหวัดฮาตินห์นั้นได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในบรรดา 4 จังหวัดภาคกลางของเวียด นาม ตามด้วยจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ เงียอาน กวางบิงห์ ตานห์ฮัว จากห่าฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ กระทั่งมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงถึง 1.4 เมตร ที่พักอาศัยจมอยู่ใต้น้ำกว่า 280,000 หลังคาเรือน ส่งผลให้มีผู้ที่ต้องอพยพลี้ภัยกว่า 170,000 คน

คณะ กรรมาธิการควบคุมพายุและอุทกภัยแห่งชาติของเวียดนาม ระบุว่า อาจต้องใช้เงินสูงราว 4,500 ล้านบาท รวมทั้งข้าวอีกราว 15,000 ตัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ฟิลิปปินส์ผงะสถิติ ไต้ฝุ่นรุนแรงสุดของปี

ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศแรกที่เจอไต้ฝุ่นเมกี ที่มีความแรงระดับ “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” เล่นงาน ด้วยความเร็วลมรุนแรงกว่า 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สูงสุดของโลกในปีนี้ ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 36 ราย หลังไต้ฝุ่นดังกล่าวเคลื่อนที่ขึ้นชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะลูซอน ความ เสียหายปรากฏในภาพที่เสา ไฟฟ้าล้มระเนระนาด แรงพายุฉีกกระชาก หลังคาตามอาคารบ้านเรือนปลิวว่อน บางหมู่บ้านถูกกวาดไปทุกสิ่งจนแทบราพณาสูร สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 5,280 ล้านบาท

ดีที่ทางการฟิลิปปินส์ไหวตัวทัน เตรียมรับมือไว้แล้ว หลังจากเคยเข็ดเขี้ยวจากไต้ฝุ่นทุเรียนเมื่อปี 2549 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1,000 ราย จึงมีการอพยพประชาชนกว่า 32,000 คน จากทางเหนือของเกาะลูซอน เส้นทางของพายุไปยังค่ายผู้อพยพ นอกจากนี้ยังเตือนให้ประชาชนกว่า 12 ล้านคนในกรุงมะนิลาเตรียมพร้อม แม้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

จีนว่าเมกีจะเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 50 ปีของจีน

จีนอพยพคนเรือนแสน หลังจากไต้ฝุ่นเมกีเคลื่อนออกจากฟิลิปปินส์ ศูนย์ควบคุมอุทกภัยจีนสั่งอพยพฉุกเฉินชาวบ้านกว่า 160,000 คน ในมณฑลฝูเจี้ยน และมณฑลกวางตุ้ง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน รวมทั้งเรียกเรือประมงหลายหมื่นลำกลับเข้าฝั่งอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นพื้นที่ที่พายุเคลื่อนเข้าหา สำนักงานแห่งรัฐเพื่อการบริหารมหาสมุทรแห่งชาติของจีน ประกาศเตือนวาตภัยขั้นสีเหลือง ด้วยเกรงว่าเมกีจะเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 50 ปีของจีน

ไต้หวัน ชั้นหินถล่มลงมาบนทางด่วน รถยนต์ 32 คัน และผู้คนกว่า 400 คน ติดอยู่บนทางหลวง

ไต้หวัน เส้นทางผ่านของพายุโดนฤทธิ์เข้าไปก่อน ลมกระโชกแรงและฝนตกหนัก ถล่มชั้นหินลงมาบนทางด่วน มีรถยนต์ราว 32 คัน และผู้คนอีกกว่า 400 คน ติดอยู่บนทางหลวง เมือง อี้หลาน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ รถทัวร์บรรทุกผู้โดยสารชาวจีนแผ่นดินใหญ่ 2 คันประสบเหตุด้วย คันแรกช่วยไว้ได้ 19 คน แต่อีกคันหายไปพร้อมกับ 19 ชีวิต ส่วนที่วัดเมฆขาวในเมืองสืออ้าว ภาคตะวันออก ถูกโคลนถล่มทับทั้งวัด พบผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 7 ราย

พม่าขนหัวลุกไซโคลนกระหน่ำ หวั่นซ้ำรอย’นาร์กีส’

ภาพความเสียหายของพม่าในเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิส เมื่อปี 2551 ยังไม่เลือนหาย พายุนาร์กีส ซึ่งเคยคร่าชีวิตชาวพม่ามาถึง 130,000 ราย ทำลายบ้านเรือนกว่า 800,000 หลัง คราวนี้ เขย่าขวัญหนัก เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาและภัยพิบัติของพม่า แจ้งเตือนให้รับมือกับพายุไซโคลนกีรี ความเร็วลม 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีทิศทางขึ้นฝั่งที่รัฐยะไข่ ฝั่งตะวันตกของพม่า แม้ความแรงของพายุจะอ่อนกว่า แต่เที่ยวนี้ ทางการพม่ารีบเตือนภัยให้เร็วกว่าครั้งก่อนที่ถูกประชาคมโลกรุมด่าตำหนิที่รับมือไม่ดีพอ

คราวนี้มีความพร้อมมากขึ้นในเมืองสิตตะเวย์ ข้าราชการใช้เครื่องขยายเสียงประกาศเตือนชาวบ้านให้ย้ายไปอยู่ตึกที่แข็งแรง ขึ้นไปอยู่ที่สูง และสั่งปิดสนามบินในเมือง แต่ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลจะรับรู้หรือไม่ เรื่องนี้ยากที่ประชาคมโลกจะร่วมรับรู้ด้วย

ในไทยภาวะน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายองอาจ เดินทางด้วยเฮลิคอร์ปเตอร์ไปยังสนามกีฬาจ.ชัยภูมิ หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังบ้างกุดละลม ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วมและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม

เวลา 13.30 น. เดินทางกลับ เข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จากนั้น 14.40 น. ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางลงพื้นที่น้ำท่วม ในจ.ชัยภูมิว่า ขณะนี้การรายงานสถานการณ์น้ำและภาวะอากาศส่งตรงมาที่ตนทุกเช้า นอกจากนั้นยังมีอุปสรรคและปัญหาในการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานรายงานเข้ามาด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าตนพยายามใช้วิธีการกระจายอำนาจ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวเช่นการขยายวงเงินในการให้ความช่วยเหลือของแต่ละ จังหวัด ยกเว้นกรณีที่เกินความสามารถของจังหวัดก็ให้ทำเรื่องร้องขอมา นอกจากนั้นหน่วยงานต่างๆ ยังมีการประสานงานให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา
นายกอภิสิทธิ์ เผยสถานการณ์แนวกั้นน้ำ3-4วันนี้ น่าวิตกสุด ๆ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำกำชับให้จังหวัดที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำ เช่น ปทุมธานีต้องมีการเสริมแนวคันกั้นน้ำ เพราะหลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุน และในวันที่ 24 ต.ค.นี้ ตนจะเดินทางไปตรวจพื้นที่ตามแนวกั้นน้ำ เพราะคาดว่าสถานการณ์จะน่าเป็นห่วงที่สุดในช่วง 3-4 วันนี้ และจากการหารือกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และจะมีการออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีตั้งคณะทำงาน ที่น่าจะดำเนินการได้ภายในวันที่ 25 ต.ค. นี้โดยศูนย์ดังกล่าวจะเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานต่างๆ ที่จะทำให้มีความเป็นเอกภาพมากขึ้นและเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานและเครือ ข่ายต่างๆ ที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว เช่น www.pm.go.th/flood ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของนายกรัฐมนตรี หรือประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่สายด่วน 1111

กระทรวงมหาดไทยสรุปสถานการณ์น้ำท่วม 30 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 1,445,000 คน

จังหวัดที่ยังประสบปัญหาอุทกภัย คือ พิจิตร ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระแก้ว นครราชสีมา ปราจีนบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ชัยภูมิ สระบุรี เพชรบูรณ์ นครนายก ศรีสะเกษ ตาก สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นนทบุรี ปทุมธานี กำแพงเพชร นครปฐม อุทัยธานี สิงห์บุรี จันทบุรี เชียงใหม่ และลำพูน มีผู้เสียชีวิต 25 คน ผู้สูญหาย 1 คน โดยสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด คือ ระยอง และตราด ถนนไม่สามารถสัญจรได้ 23 เส้นทางใน 10 จังหวัด โดยประชาชนได้รับความเดือดร้อน 196 อำเภอ รวมกว่า 1,445,000 คน

สำหรับการให้ความช่วยเหลือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งเรือท้องแบน 747 ลำ ถุงยังชีพ 95,587 ถุง เต็นท์ 426 หลัง รถผลิตน้ำดื่มกว่า 71,000 ขวด เครื่องสูบน้ำ 136 เครื่อง รถกู้ภัยเกือบ 700 คัน และรถไฟฟ้าส่องสว่าง 6 คัน หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือโทร.สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

Photo : Internet   Category : ข่าวต่างประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com