พัทยาเดลีนิวส์

08 พฤษภาคม 2553 :: 15:05:59 pm 17565

เอ็ม79ถล่มสวนลุมตร.ทหารเจ็บอื้อ นปช.ปัดเอี่ยว

กทม.ป่วน! เย้ยยิงเอ็ม79ถล่มสวนลุมทหารตำรวจเจ็บเพียบ ปชป.เรียกร้องแดง 5 ข้อ นปช.เชื่อเป็นฝีมือของผู้ไม่หวังดีสร้างสถาณการณ์ป่วนการปรองดอง
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (8 พ.ค. 53) เมื่อเวลา 01.30 น. ได้เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณทางเข้าสวนลุมพินี ประตู 4 ถ.พระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร บริเวณดังกล่าวเป็นด่านตรวจความมั่นคงสนธิระหว่างตำรวจกับทหาร โดยระเบิดได้เกิดขึ้น 3 ครั้งในจุดดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าเป็นชนิดเอ็ม 79 เบื้องต้นมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ถูกนำตัวส่งรพ.จุฬา ทราบชื่อ ด.ต.เกียรติศักดิ์ อินทรัพย์ทวี ,ส.ต.ต. ณัฐกานต์ โพธิ์น้อย ,จ.ส.ต. เกษม แก้วกุล และจ.ส.ต.วิทยา พรหมสาลี ได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการเป็นตายเท่ากัน เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณหน้าอกขวา เลือดตกใน ทีมแพทย์ของรพ.จุฬา กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือชีวิตอยู่ และที่รพ.รามาธิบดี 1 ราย ทราบชื่อ ด.ต.ชูศักดิ์ แสงเย็น ทั้งหมด เป็นชุดปราบจลาจล สภ.หางน้ำสาคร จ.ชัยนาท มีเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บอีก 3 นาย ประกอบด้วย จ.ส.อ.มงคล บุเมืองปัก ,พลทหารพีระศักดิ์ บุราธานี ,พลทหารณรงค์ชัย นิตยกุล ทั้งหมดเป็นทหารจากค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ร.23 พ.1 จ.นครราชสีมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่งรพ.กรุงเทพคริสเตียน และจะถูกดำเนินการส่งไปยังรพ.พระมงกุฎเกล้า จากการตรวจสอบวิถีกระสุนในเบื้องต้น คนร้ายน่าจะยิงวิถีโค้ง ข้ามสะพานลอย น่าจะเป็นการยิงมาจากทางด้านแยกศาลาแดง ที่เกิดเหตุระเบิด ทางเข้าสวนลุมพินี ประตู 4 นั้นพบรอยระเบิด 3 แห่ง จุดแรกบริเวณกำแพงรั้วของสวนลุมพินี จุดที่สอง บริเวณกลางถนน จุดที่ 3 บนเสาไฟฟ้าใกล้ทางขึ้นสะพานลอยคนข้าม โดยเสาไฟฟ้าบิ่น แตกตรงจุดที่โดนระเบิดสูงจากพื้นประมาณ 7 เมตร โดยแรงระเบิดดังกล่าว ทำให้มีตำรวจ หทารได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุดเมื่อเวลา 05.00 น. จ.ส.ต.วิทยา พรหมสาลี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดที่บริเวณทางเข้าสวนลุมพินี ประตู 4 โดยถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณหน้าอกขวา เลือดตกใน ได้เสียชีวิตลงแล้ว ขณะนี้ศพอยู่ที่รพ.จุฬา กรณีเหตุระเบิดที่สวนลุมพินีเมื่อเวลา 01.30 น. นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ส.ส.สัดส่วน โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นการกระทำของกลุ่มที่ไม่ต้องการให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)เข้าร่วมกระบวนการปรองดองที่รัฐบาลเสนอ โดยหวังให้มีทหาร ตำรวจ ประชาชนเสียชีวิตเพื่อสร้างเงื่อนไขการเผชิญหน้าครั้งใหญ่เป็นสงครามก่อการร้ายเต็มรูปแบบ สอดรับกับก่อนหน้าที่มีขบวนการไม่ต้องการให้ผู้ชุมนุมปรองดองกับรัฐบาล โดยมีการช่วงชิงการนำในหมู่แกนนำนปช.

“คนกลุ่มดังกล่าวก็เคยออกมาทำนายว่า จะเกิดเหตุระเบิดที่นั่นที่นี่ และเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุก่อนเกิดเหตุระเบิดทุกครั้ง เช่น เหตุระเบิดที่พรรคประชาธิปัตย์ และที่สีลมเมื่อคืนวันที่ 22 เมษายน และทุกครั้งเป็นระเบิดเอ็ม 79 และกลุ่มบุคคลภายใต้การนำของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ล่าสุดยังเข้าไปจัดการหน้าเวทีปราศรัย มีการขึงตาข่ายตั้งแต่ราชประสงค์ถึงประตูน้ำ และตัดต้านปาล์มโดยรอบ อาจเป็นการสร้างเงื่อนไขเพื่อให้รัฐเข้าสลายการชุมนุม พรรคจึงขอให้รัฐบาลดำเนินคดีอย่างเข้มข้นกับผู้สั่งการ ผู้ให้ที่พักพิง และผู้ก่อการ และเชื่อว่า ขบวนการล้มการปรองดองจะไม่สัมฤทธิ์ผล แต่จะโดนไล่ล่าเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจนไม่มีที่ยืน เพราะปัจจุบันทางการขยายผลการสืบสวนจากการจับกุมเบื้องต้นแล้ว”

นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคขอเรียกร้อง 5 ข้อเพื่อนำไปสู่กระบวนการปรองดองได้แก่ 1.เมื่อแกนนำนปช.ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ก็ต้องใช้เวลาในวันนี้พรุ่งนี้ถอนผู้ชุมนุมจากสวนลุมพินี และราชประสงค์ เพื่อแสดงการปฏิเสธความรุนแรง และป้องกันการใช้คนเป็นโล่มนุษย์ และไม่ให้เป็นการป้องกันการจับกุมผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวในนั้น เพื่อไม่ให้มีการทำร้ายกันเองในหมู่ประชาชน และให้ทางการเข้าไปคุ้มครองผู้คนระหว่างถอนตัวกลับบ้านรวมถึงแกนนำนปช.ด้วยที่อาจเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้าย

2.การถอนการชุมนุมให้ทำตอนกลางวันก่อนที่จะมีผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดมาสมทบในวันที่ 8 -9 พฤษภาคม

3.พรรคเพื่อไทยต้องทบทวนตนเองว่า จะเป็นอุปสรรคหรือจะช่วยคลี่คลาย ที่พรรคประชาธิปัตย์ผิดหวังที่พรรคเพื่อไทยปฏิเสธบทบาทในการหาทางออกให้บ้านเมือง แถมโฆษกพรรคเพื่อไทยยังแถลงมีท่าทีจงใจยั่วยุให้ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ฉะนั้นส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องช่วยเจรจาประชาชนจากภาคอีสานที่จะมาเพิ่มเติมโดยขอให้ไม่ต้องมา

4.แกนนำนปช.ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามหมายจับ และขอให้ช่วยให้เบาะแสผู้ใช้ความรุนแรงที่พยายามช่วงชิงแกนนำ

5.กระบวนการปรอดดองที่ยังชะงัก เพราะท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ไม่ชัดเจน ไม่ยอมบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ที่การเปิดทางให้แกนนำฝ่ายใช้ความรุนแรงเข้าช่วงชิงการนำจะไม่ทำให้เข้าสู่กระบวนการปรองดองได้

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าววันที่ 8 พฤษภาคมว่า การที่คนร้ายก่อเหตุลอบใช้อาวุธปืนและระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และประชาชน บริเวณย่านสีลมและสวนลุมนินี จนส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และมีผู้บาดเจ็บอีกรวม 13 ราย เป็นการกระทำของผู้ที่ไม่ต้องการให้เกิดกระบวนการสร้างความปรองดอง

“ใครก็ตามที่คัดค้านการคลี่คลายความขัดแย้งนี้ด้วยวิธีการปรองดอง รัฐบาลต้องตามจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้อยู่ในภาวะไร้รัฐขอเรียกร้องให้รัฐบาลและศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เร่งคลี่คลายสถานการณ์และติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็ว กระบวนการสร้างความปรองดอง(โรดแมป) นั้นแกนนำกลุ่ม นปช.ยังเดินหน้าหารือกันต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนเย็นนี้”

เลขาธิการกลุ่ม นปช.กล่าวว่า ไม่รู้ว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่ปรึกษากองทัพบก มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าวหรือไม่ แต่ขอยืนยันกลุ่ม นปช.ไม่ยินยอมให้มีการกระทำในลักษณะดังกล่าว อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังมีพฤติการณ์ที่แสดงถึงความไม่จริงใจต่อกระบวนการสร้างความปรองดอง เช่น การสกัดกลุ่ม นปช.ขอนแก่น ไม่ให้เดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมที่บริเวรแยกราชประสงค์

ที่มา ข่าวสด , มติชน
ภาพ มติชน , ไทยรัฐ

วีดีโอ จาก 76.nationchannel.com

Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com