พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
24 กุมภาพันธ์ 2553 :: 15:02:25 pm 8202

แกรนด์แคนยอนแห่งสยามที่ “สามพันโบก”

หลังจากเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในภาพยนตร์โฆษณาชวนเที่ยวเมืองไทยของ ททท.พี่เบิร์ดนำแสดง ชื่อของ “สามพันโบก” ก็โด่งดังในพริบตาพร้อมๆ กับการเปิดโลกอันชวนตื่นตะลึงของดินแดนแห่งนี้สู่สาธารณะชน นั่นทำให้“ตะลอนเที่ยว” อดหัวใจเต้นแรงตุ๊มๆ ต่อมๆ ไม่ได้เมื่อรู้ว่าจะได้มีโอกาสไปเยือนสามพันโบกดินแดนที่ได้รับฉายาว่า“แกรนด์แคนยอนแห่งสยาม”

“สามพันโบก” ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเมื่อมาถึงที่นี่ เราเลือกใช้บริการที่พักแบบโฮมสเตย์ของ อ.เรืองประทิน เขียวสด ที่บ้านสองคอน หนึ่งในผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนบุกเบิกสามพันโบก ด้วยความรีบร้อนเพราะใจไปอยู่สามพันโบก จึงอยากรีบลงไปชมโบกโดยเร็วทั้งที่แดดเปรี้ยงๆ นายอำเภอเรืองประทิน รีบห้ามไว้พร้อมแนะนำว่า “การลงดูสามพันโบกคนฉลาดไม่ไปตอนเที่ยงหรอก ต้องดูตอนพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้าไปจนถึง10โมงเช้า แล้วเว้นวรรคมาดูอีกทีช่วงเย็นตั้งแต่บ่าย 3 โมงไปจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตกดินจึงจะไม่ร้อน”

พวกเราต้องรอเวลาชมโบกในช่วงเย็นตามคำแนะนำของ อ.เรืองประทิน เมื่อถึงเวลาอันสมควรแดดร่มลมตกแล้ว จึงเดินทางไปที่ “หาดสลึง” บริเวณบ้านสองคอน หาดทรายที่ทอดยาวจากปากห้วยกะหลาง มีความยาวประมาณ 700- 800 เมตร หาดแห่งนี้ได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวว่าเป็น “ พัทยาแห่งโพธิ์ไทร ”

นักท่องเที่ยวมาเที่ยวสามพันโบกส่วนใหญ่จะนิยมล่องเรือจากหาดสลึงไปสามพันโบก พวกเราก็ขอลองนั่งเรือกับเขาบ้าง เรือท่องเที่ยวที่นี่ จะเป็นเรือเหมาเที่ยวละ 1,000 บาท ลำหนึ่งนั่งได้ 20-30 คน ทีเดียว ฉะนั้นมาเป็นแก๊งก๊วนจะคุ้มค่ามากกว่า หากต้องการนั่งเรือจากจุดนี้ เรือพาล่องพร้อมมีมัคคุเทศน์น้อยอีกหนึ่งชีวิต ไว้คอยชี้บอกข้อมูลในแต่ละจุดให้ มัคคุเทศน์น้อยที่นี่ไม่มีค่าตัว แล้วแต่เมตตาที่นักท่องเที่ยวจะให้

เรือพาล่องมาที่จุดแรกคือที่ “ปากบ้อง” ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุดตลอดระยะทางยาวกว่า 700 กิโลเมตร โดยมีความกว้างของแม่น้ำเพียง56 เมตร เท่านั้น ชาวบ้านในละแวกนั้น มีอาชีพจับปลาซึ่งยังคงใช้วิถีชีวิตและเครื่องมือจับปลาแบบโบราณอยู่ ในช่วงประมาณปลายเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ จะมีประเพณีแข่งตักปลาซึ่งเป็นสีสันแห่งสายน้ำของที่นี่ จากปากบ้องล่องเรือผ่าน แก่งหินใหญ่กลางลำน้ำโขง ที่เรียกขานว่า“หินหัวพะเนียง” หินที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือสองคอนในภาษาท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อบ้านสองคอนในละแวกใกล้เคียงกับหินหัวพะเนียงนั้นยามที่น้ำโขงลดต่ำยังมี “ถ้ำ” ที่มีความสวยงามโผล่พ้นให้ชมอีกหลายแห่ง อาทิ ถ้ำนางเข็นฝ้าย ถ้ำนางต่ำหูก เป็นต้น

แล้วล่องเรือผ่านสามพันโบกไปก่อนเพื่อไปชม “ศิลาเลข” ที่ฝรั่งเศสมาทำเอาไว้ เพื่อบอกระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองลาว ฝรั่งเศสมีความพยายามที่จะเปิดเส้นทางสัญจนและขนส่งทางแม่น้ำโขง แต่ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะติดที่ระหว่างทาง มีแก่งหินใหญ่น้อยมากมายเหลือเกินขวางกั้นอยู่ เมื่อใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกดิน คนขับเรือก็มาล่องวนมาที่ “สามพันโบก” ก่อนด้วยเกรงว่าหากแวะจุดอื่นต่อไปเราอาจจะพลาดการชมความงานของสามพันโบกยามเย็นได้ หากสงสัยว่าโบกคืออะไร โบก หมายถึง หลุม แอ่ง บ่อ ในที่นี้คือ บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เป็นภาษาของลาวที่มักนิยมเรียกกัน หรืออีกสมญานามหนึ่ง ที่ได้รับขนานนามคือ “แกรนด์แคนยอนน้ำโขง” และยังถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ใน “โครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน”ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สามพันโบกมีอาณาบริเวณราว 10 ตร.กม. ไฮไลท์ คือ “สระมรกต” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “บุ่งน้ำใส” สระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่กลางโบกเนินแก่งหินลึกราว 3 เมตร ที่ไม่ว่าจะเป็นฤดูใดก็จะมีสีเขียวมรกตตลอดทั้งปี แต่น้ำใสที่สุดในเดือน ธ.ค. ที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่าก็คือไม่ว่าระดับน้ำโขงจะเพิ่มจะลดอย่างไร น้ำในสระก็จะคงที่อยู่ในระดับเต็มโบกเสมอ

สามพันโบกยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศสมดุล เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดในลำน้ำโขงตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เดิมสามพันโบกมีชื่อว่า “ปู่จกปู” จากตำนานพื้นบ้านเล็กๆ ที่เล่าเรียงถึง ปู่กับหลานคู่หนึ่งลงเรือลอยลำหาปลากลางลำน้ำโขง และได้มาแวะพักยังโบกแห่งนี้ ฝ่ายหลานเกิดอาการหิวขึ้นมา ปู่จึงเอามือล้วงเข้าไปในหลุมโบก จับได้ปูมาทำเป็นอาหารมื้อโอชะให้หลานได้อิ่ม

สามพันโบก โด่งดังจากการถูกคัดเลือกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ในภาพยนตร์โฆษณาของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้วยสีสันของโบกที่มีรูปร่างลักษณะแล้วแต่จะจินตนาการ ทั้ง โบกมิกกี้เม้าส์ โบกส่องดาว โบกรูปหัวใจ โบกที่ใหญ่สุดและลึกที่สุด โบกหัวสุนัข โบกสะพานโค้ง ความงดงามของสามพันที่ยากจะลืม คงเป็นช่วงที่แสงทอประกายกระทบกันโขดหินจนทำให้โขดหินเปลี่ยนเป็นสีส้มนี่แหละจับตาจับใจยิ่งนัก

มหัศจรรย์และแสนจะงดงามแบบนี้ ก็ยังมีปัญหาที่ทำให้ต้องมีการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย ลาว กัมพูชา ในการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักทางตอนล่าง 11 โครงการ มี 2 โครงการอยู่บริเวณพรมแดนไทย – ลาว ประกอบด้วยเขื่อน ปากชม และเขื่อนบ้านกุ่ม เขื่อนบ้านกุ่ม ซึ่งมีแผนการสร้างบริเวณบ้านท่าล้ง ถ้าหากการก่อสร้างสำเร็จขึ้นมาเมื่อใด สามพันโบกก็จะเป็นหนึ่งในพื้นที่บริเวณหลังเขื่อน พูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อเขื่อนสร้างเสร็จ สามพันโบกก็จะจมหายไปกับสายน้ำหลังเขื่อนคงเป็นที่น่าเสียดายมากหากต้องเสียสามพันโบกไป

อยากย้ำความงดงามกันอีกครั้งด้วยแสงยามเช้าที่สามพันโบก เลยต้องตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วเดินทางมุ่งสู่หน้าสู่สามพันโบกแต่เช้ามืด เร่งรีบมาเพื่อแสงแรกของวันใหม่และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โบกยามเช้างดงามไม่ต่างจากยามเย็น แถมยังเป็นส่วนตัวเหมือนสามพันโบกเป็นของเรา

อิ่มหนำกับสามพันโบกแล้วกลับมาเช่าเรือชาวบ้าน ที่มีให้เช่าที่ริมฝั่งสามพันโบกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้พาไปชมสถานที่ซึ่งพลาดในเมื่อวาน โดยการล่องเรือจากสามพันโบกนี้สนนราคาอยู่ที่ 300-400บาทแล้วแต่ขนาดเรือ เรือจะเป็นเรือลำเล็กกว่าเรือที่ล่องมาจากหาดสลึง และจะล่องในส่วนที่เป็นลำน้ำนิ่งที่ขนานกับลำน้ำโขง

เราปล่อยให้เราพาล่องไปจนสุดสายที่ “บุ่งพระลาน” แล้วขึ้นชม “ลานหินสี” หินสีอันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติสีที่เด่นๆก็เห็นจะเป็นสีแดง ไกด์ชาวบ้านที่พามา บอกว่าหินเหล่านี้เชื่อกันว่าเป็นหินอุกกาบาตมีมุมพิเศษที่ใครๆชอบกันมากก็คือ หินรูปโซฟา

แล้วลงล่องเรื่อต่อเพื่อมายัง “หาดหงส์” กองภูเขาทรายที่สูงใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในทะเลทรายก็ไม่ปาน จนไม่อยากจะเชื่อว่ากำลังเดินย่ำทรายที่อุบลฯในเมืองไทย ที่นี่นอกจากหาดทรายแล้วยังมีรอยเท้าหนูตัวใหญ่กับการปลูกถั่วฝักยาวแบบไร้สารพิษของชาวบ้าน ดังนั้นจึงจะเห็นภาพวิถีชีวิตที่มีชาวบ้านล่องเรือมาเก็บถั่วฝักยาวกันที่นี่ด้วย เดินเที่ยวจนทั่วหาดหงส์แล้วก็ลงเรือกลับสามพันโบกแบบเต็มอิ่มหัวใจ แต่ไม่เคยพอต้องขอมาใหม่อีกหลายๆ หน

สนใจท่องเที่ยว”สามพันโบก”และการเดินทาง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

อบต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร โทร.0-4533-8057, 0-4533-8015

และสามารถสอบถามแหล่งท่องเที่ยวในจ.อุบลฯ เชื่อมโยงกับสามพันโบกได้ที่

ททท.สำนักงานอุบลฯ โทร. 0-4524-3770, 0-4525-0714

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com