พัทยาเดลีนิวส์

09 พฤษภาคม 2553 :: 14:05:02 pm 17697

แกะรอยจอมโจรในตำนาน “โรบินฮู้ด”

คงไม่เกินเลยเกินไป ที่จะกล่าวว่า คนทั่วโลกรู้จัก "โรบินฮู้ด" จอมโจรที่มีชื่อเสียงที่สุด ในฐานะคนนอกกฎหมาย ที่ปล้นคนรวย เอาเงินไปช่วยคนจน ทำให้โรบินฮู้ดยังเป็นบุคคลที่ตรึงใจผู้คนเรื่อยมา แม้เวลาจะผันผ่านไปหลายศตวรรษ
สนใจโฆษณา

อย่างไรก็ตาม แม้จอมโจรคนนี้จะเป็นบุคคลที่มีผู้ให้ความยกย่องเขามากที่สุดคนหนึ่ง แต่ “ตัวตน” ที่แท้จริงของโรบินฮู้ดมีหรือเปล่า หรือว่าจะเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริง ๆ นอกจากลำนำ บทละคร และเรื่องเล่าแบบปากต่อปากแล้ว ก็แทบไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นใด ที่ยืนยันการมีตัวตนของเขา แต่ถึงกระนั้น เรื่องเล่าต่าง ๆ ก็ดูเป็นจริงเป็นจังเกินกว่าที่จะมองข้าม ทำให้โรบินฮู้ดเป็นหนึ่งในบุคคลจากตำนานที่มีผู้พยายามค้นหาตัวจริงมาก ที่สุดคนหนึ่ง มากขนาดไหน ต้องไปถามมหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮม ในประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยซึ่งมีชื่อเดียวกันกับแถบที่เล่าในตำนานว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของโรบินฮู้ด ซึ่งได้ตัดสินใจเปิดสอนวิชา “โรบินฮู้ดศึกษา” ขึ้นในระดับปริญญาโทตั้งแต่ปี ค.ศ.2006 นั่นแสดงให้เห็นว่า โรบินฮู้ดมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมของอังกฤษกันขนาดไหน และในปีต่อมา คือ ค.ศ.2007 สโมสรฟุตบอลนอตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ สโมสร ชื่อดังของแดนผู้ดี ก็ตัดสินใจเลือกโรบินฮู้ดมาเป็นสัญลักษณ์ หรือมาสคอตของทีม

นอกจากใน อังกฤษที่เป็นสถานที่กำเนิดตำนานโรบินฮู้ดแล้ว ในอเมริกาก็มีผู้ให้ความสำคัญถึงกับมีการตั้งมูลนิธิโรบินฮู้ดขึ้นที่ นิวยอร์ก ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ทำงานคล้าย ๆ กับโรบินฮู้ด นั่นคือ ทำการกุศล ช่วยเหลือคนยากจนต่าง ๆ ตามเจตนารมณ์ของโรบินฮู้ด ผู้เป็นสัญลักษณ์ของการให้ แล้วโรบินฮู้ดมีตัวจริงหรือเปล่า ถ้ามีจริง เขาเป็นใคร งานนี้นักโรบินฮู้ดวิทยาได้ศึกษากันมานาน และมีหลายความเชื่อ แต่โดยทั่วไปมักจะมีการสร้างโครงเรื่องกันว่า โรบินฮู้ดมีชีวิตอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 ในยุคที่อังกฤษปกครองโดยพระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ ที่ครองราชย์ในปี ค.ศ.1189-1199 หรือไม่ก็สมัยของกษัตริย์จอห์น ผู้ครองบัลลังก์ ตั้งแต่ ค.ศ.1199-1216 และก็อาจเป็นไปได้ที่โรบินฮู้ดอยู่ในทั้งสองรัชสมัย และมีอีกบางทฤษฎีที่เชื่อว่าโรบินฮู้ดอายุน้อยกว่านั้น คือน่าจะอยู่ในสมัยของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 ในคริสต์ศตวรรษที่ 14

แต่ ที่แน่นอนก็คือ เมื่อพิจารณาจากระยะเวลาของการขับลำนำ และการเขียนบทละครต่าง ๆ แล้ว ตำนานของโรบินฮู้ดเกิดขึ้นหลังคริสต์ศตวรรษที่ 12 แน่ ๆ และเมื่อจำกัดห้วงเวลาให้แคบลง ประกอบกับ มีการค้นหาทางประวัติศาสตร์ ก็พบคนที่อาจจะเป็นโรบินฮู้ดได้หลายคน เช่น บันทึกแรก ๆ ในเบิร์กเชียร์ ที่มีการกล่าวถึงคนนอกกฎหมายคนหนึ่งใน ค.ศ.1262 ชื่อโรบฮ็อด หรือโรบี้ฮ็อด (Robehod) ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทางการจับกุมเพราะการกระทำผิดบางอย่าง และด้วยชื่อและสถานภาพที่สอดคล้องกัน ก็ทำให้นักโรบินฮู้ดวิทยาบางคนเชื่อว่า โรบินฮู้ดอาจจะเป็นต้นกำเนิดของตำนานจอมโจรใจบุญคนนี้ก็ได้

แต่เมื่อ ค้นคว้าลึกลงไป ก็ยังมีคนที่ชื่อพ้องกัน อีกหลายคน เช่น กระทาชายนอกกฎหมายอีกคนหนึ่งคือ ร็อบบิน ฮูด (Bobyn Hode) ซึ่งมีบันทึกที่มาจาก ค.ศ.1323 ว่า แม้จะเป็นคนนอกกฎหมาย แต่ก็ทำงานลับบางอย่างให้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 รวมถึงอีกทฤษฎีหนึ่งว่า โรบินฮู้ดน่าจะมีที่มาจากพฤติกรรมของโรเจอร์ ก็อดบรีด (Roger Godberd) ที่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงทศวรรษที่ 1260 รวมๆ แล้ว นักโรบินฮู้ดวิทยามีหลายทฤษฎี แต่ก็มักจะปักธงส่วนใหญ่ไปที่ว่า โรบินฮู้ด “เคย” มีตัวตนจริง แต่จะเป็นใครกันแน่นั้น ยังต้องศึกษากันอีกมาก ซึ่งความไม่ชัดเจนเหล่านี้อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเป็นคนนอกกฎหมาย เป็นโจรที่ทางการต้องการตัว ดังนั้น บันทึกจริงๆเกี่ยวกับโรบินฮู้ดจึงไม่มีเหลือให้เห็น เนื่องจากชีวิตส่วนใหญ่ของเขาคือการหลบซ่อนตัว ไม่ให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริง

และ เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง มีบทความจากการวิจัยล่าสุดของจอห์น พอล ดาวิส นักประวัติศาสตร์ที่เปิดเผยผลการศึกษาของเขาว่า โรบินฮู้ดน่าจะเป็น “เจ้าพ่อเงินกู้” โดยอ้างอิงจาก บทละครเก่าแก่ที่มีบันทึกว่า โรบินฮู้ดได้ให้อัศวินเทมพลาร์รายหนึ่งยืมเงินไป 400 ปอนด์ และที่อัศวินต้องบากหน้ามายืมเงินจากโรบินฮู้ดก็เป็นเพราะเขาติดหนี้นักบวช หน้าเลือดรายหนึ่งก็เลยต้องมากู้ไปใช้หนี้ และในเวลาต่อมา เมื่ออัศวินผู้นั้นสามารถหาเงินได้ครบตามจำนวนและเอามาคืนแก่โรบินฮู้ด พ่อหนุ่มกลับไม่ยอมรับเงินนั้น เนื่องจากโรบินฮู้ดได้แอบเข้าไปขโมยเงินจำนวนดังกล่าวมาจากพระนักปล่อยกู้แล้ว เพื่อเป็นการลงโทษพระผู้ละโมบ เขาจึงไม่อาจเอาเงินคืน 2 ครั้งได้ สรุปว่า หนี้นั้นยกให้อัศวินไปดื้อ ๆ และนั่นก็ทำให้ชื่อของโรบินฮู้ดกลายเป็นจอมโจรที่ปล้นคนรวยช่วยเหลือคนจน

และจากทฤษฎีนี้ ก็มีการแตกหน่อต่อไปอีกว่า โรบินฮู้ดก็อาจจะเป็นหนึ่งในบรรดาอัศวินเทมพลาร์ ผู้ออกรบในสงครามครูเสดเพื่อคริสเตียน และเนื่องจากในยุคนั้นไม่มีธนาคาร โรบินฮู้ดจึงอาจจะทำตัวเป็นประหนึ่งสถาบันการเงินของเหล่าอัศวิน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อีกว่า งานใหญ่ระดับนี้ไม่อาจจะทำคนเดียวได้ ดังนั้น โรบินฮู้ดจึงไม่น่าจะเป็นคนคนเดียว แต่อาจจะเป็นชื่อของกลุ่มที่ทำหน้าที่รับฝาก และให้ยืมเงินก็เป็นได้ และ นอกจากการค้นคว้าเพื่อสืบหาโรบินฮู้ดตัวจริงแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่นักโรบินฮู้ดวิทยาเชื่อว่า จะช่วยพิสูจน์การมีอยู่จริงของโรบินฮู้ดได้แน่นอน ก็คือหลุมศพ ด้วยความเชื่อที่ว่า หากพบหลุมศพก็จะบอกได้ชัด ๆ ว่าโรบินฮู้ดเป็นคนจริง ๆ หรือเป็น เพียงจินตนาการของคนยุคก่อน ๆ

งานนี้มีการทำกันเป็นเรื่องเป็นราวทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของที่ดินในย่านเคิร์กเลส ซึ่งมีตำนานว่าเป็นสถานที่ตั้งของสำนักชีที่โรบินฮู้ดไปพักอาศัยอยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต และก่อนที่จะสิ้นใจ จอมโจรในตำนานผู้เชี่ยวชาญการยิงธนูได้ยิงลูกศรออกไปดอกหนึ่ง และบอกกับผู้ดูแลเขาว่า ณ จุดที่ลูกศรไปปักลงนั้น เป็นพื้นดินที่กำหนดให้เป็นที่พักผ่อนนิรันดร์ของโรบินฮู้ด และใน ย่านเคิร์กเลสก็มีสถานที่ซึ่งได้รับการจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่า เป็นที่ตั้งของอารามชี แห่งหนึ่งจริง ๆ อารามแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่พำนักของแม่ชีในช่วง ค.ศ.1155-1538 ซึ่งก็ตรงกับห้วงเวลาที่คาดกันว่าโรบินฮู้ดมีชีวิตอยู่ แถมบริเวณใกล้ ๆ กันนั้น ยังมีหลุมศพหลุมหนึ่งที่มีแผ่นศิลาสลักไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่ทอดร่างอยู่ใต้แผ่นหินนี้คือ โรเบิร์ต เอิร์ลแห่งฮันท์ทิงตัน ที่คนทั่วไปขนานนามเขาว่าโรบินฮู้ด และเสียชีวิตลงในวันคริสต์มาสอีฟปี ค.ศ.1247

เจอเข้าอย่างนี้ ท่านผู้อ่านคงจะคิดว่าเจ๋งเป้ง เจอโรบินฮู้ดกันจริง ๆ แล้ว แต่อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่เห็น เพราะที่แท้แล้วจารึกศิลาหลุมศพนี้เป็นของทำขึ้นใหม่ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ไม่ช้าไม่นานมานี้เอง โดยเจ้าของที่ดินซึ่งเป็น คนในตระกูลอาร์มี่เทจ ซึ่งก็เป็นกลุ่มคนที่พยายามค้นหาโรบินฮู้ดกันมานาน ตั้งแต่ ค.ศ.1607 นู่นแล้ว แต่ก็ไม่เจอะอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถึงกระนั้น ที่ดินย่านนี้ก็ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีการพาผู้คนออกทัวร์ตั้งแต่อาคารนางชี ไปถึงหลุมศพที่อยู่ห่างออกไปราว ๆ 650 เมตร

ถึงตรงนี้ นักโรบินฮู้ดวิทยาบางคนออกโรงมาบอกว่า ด้วยระยะทางก็เป็นไปไม่ได้แล้วที่ตรงนั้นจะเป็นหลุมศพของโรบินฮู้ด เพราะตำนานบอกว่า ก่อนสิ้นลมนั้น โรบินฮู้ดอยู่ในวัยชรา 70 กว่าแล้ว แถมยังป่วยหนัก ก็ไม่น่าจะมีเรี่ยวมีแรงยิงลูกศรไปได้ไกลขนานนั้น ว่าแล้ว ริชาร์ด รัทเธอร์ ฟอร์ดมัวร์ นักวิชาการผู้หลงใหลในเรื่องของโรบินฮู้ด ก็ทดลองยิงธนูแบบโบราณดู โดยกะน้ำหนักแบบคนชราที่ป่วยเอาการ ทำให้คะเนว่า ลูกศรน่าจะไปได้ไม่เกิน 5 เมตร และตั้งทฤษฎีว่า กระดูกที่แท้จริงของโรบินฮู้ดน่าจะถูกขุดออกไปแล้ว ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 ที่มีการปรับปรุงเมือง และเกิดการขุดวางท่อครั้งใหญ่ ดังนั้น จึงจะไม่มีใครหาหลุมศพของจอมโจรเรืองนามผู้นี้เจอไปตลอดกาล เพราะสถานที่นั้นได้สูญหายไปจากผืนแผ่นดินเสียแล้ว จึงเป็นการย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่ว่า ไม่มีใครหาตัวตนของโรบินฮู้ดพบ

แต่ ไม่ว่าโรบินฮู้ดจะเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงตำนาน สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดและยืนยงก็คือ แนวคิดในการสร้างวีรบุรุษผู้ช่วยเหลือคนจน ยังเป็นสิ่งที่ต้องการกันเสมอทุกยุคทุกสมัย แม้ในปัจจุบันนี้ที่ความเหลื่อมล้ำทางสังคม เศรษฐกิจ และชนชั้น ไม่เคยจางหายไป ชายอย่างโรบินฮู้ดจึงเป็นความหวังที่ผู้คนจำนวนมากมองหา และตั้งตารอเขาอยู่เสมอ สำหรับในตอนนี้ ใครที่คิดถึงโรบินฮู้ด ก็คงต้องไปชื่นชมชีวิตและการต่อสู้ของเขาจากภาพยนตร์ “ROBIN HOOD” ที่ดูแล้วอาจจะอยากเป็นวีรบุรุษอย่างโรบินฮู้ดขึ้นมาบ้างก็เป็นได้ ส่วนตัวจริงของโรบินฮู้ดจะเป็นใครนั้น บางทีอาจไม่สำคัญเท่ากับแรงบันดาลใจในการทำความดีที่เขาได้ฝากไว้ให้กับ ผู้คนบนโลกใบนี้

ที่มา ไทยรัฐ

Photo : Internet   Category : หนัง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com