พัทยาเดลีนิวส์

10 สิงหาคม 2554 :: 10:08:47 am 71708

แก้กัดเซาะ! ชายหาดพัทยา คาดต้องลง 340 ล้าน

หน่วยศึกษาพิบัติภัยสรุปแม่บทเสริมทรายชายหาดพัทยา เตรียมดูดทรายจากปากน้ำระยองเติมทรายชายหาดพัทยา งบประมาณกว่า 340 ล้านบาท เบื้องต้นรออนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ก่อนลุยเต็มที่เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลับมา
สนใจโฆษณา

พัทยา-วานนี้ (9 ส.ค. 54) ที่ ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายทวิช ฉายสว่างวงศ์ ประธานสภาเมืองพัทยา และ ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัย และข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันประชุมสรุปโครงการศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเพิ่มเสริมทรายชายหาดพัทยา โดยมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการประชุมเป็นจำนวนมาก

ด้านศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยฯ กล่าวว่า แนวทางแก้ไขการกัดเซาะชายฝั่ง ทางที่ปรึกษาได้วิเคราะห์ผลกระทบต่างๆแล้ว มีข้อเสนอตรงกับขาวบ้าน คือ การแก้ไขจะดำเนินการใช้วิธีเสริมทราย ที่ 35 เมตรชายหาด โดยใช้ถุงใยสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติทนต่อแสงแดด ทนต่อการกัดกร่อนของน้ำทะเลเพื่อเป็นแนวกันชน (Buffer Zone) ป้องกันการกัดเซาะจากการกระทำของคลื่นลมช่วงมรสุม โดยทำเป็นแนวใต้หาดทราย ระยะแนวกันชนกว้าง 15 เมตร จากชายหาด โดยมีการดำเนินการตามระยะทางแนวหาดที่ 2,785 เมตร ตั้งแต่พัทยาเหนือ จรด หน้าทางเข้า วอล์คกิ้งสตรีท โดยปริมาณทรายที่ใช้ในการดำเนินงานคือ 351,900 ลูกบาศก์เมตร งบประมาณทั้งหมดในการดำเนินการรวมแล้ว 340 ล้านบาท

ซึ่งจากการวิเคราะห์หาดสมดุลแบ่งการวิเคราะห์ได้ 2 ส่วน คือ การเปลี่ยนแปลงระดับชายหาดสมดุล และความกว้างชายหาดในกรณีน้ำขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด คือจากการวิเคราะห์หาค่าระดับชายหาดสมดุลกรณีมีโครงการของหาดพัทยา พบว่าหลังจากที่มีการก่อสร้างเติมทรายชายหาดแล้วเสร็จ และชายหาดจะใช้เวลาในการปรับสภาพเข้าสู่สมดุล 3 ปี โดยเมื่อผ่านปีที่ 3 ไปแล้วความกว้างสันทราบชายหาดจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผลวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระดับชายหาดในแต่ละช่วงปี

ความกว้างชายหาดนับตั้งแต่แนวกันชนชายฝั่งถึงระดับน้ำทะเลภายหลังจากที่ชายหาดสมดุลแล้ว จะเปลี่ยนแปลงไปตามค่าระดับน้ำขึ้น-น้ำลง ภายหลังจากหาดสมดุลแล้วกรณีเมื่อมีโครงการในกรณีที่ค่าระดับน้ำลงเต็มที่เฉลี่ย (MLLW) เท่ากับ – 1.35 ม.รทก.ความกว้างชายหาดนับตั้งแต่แนวกันชนชายฝั่งถึงระดับน้ำทะเลจะมีความกว้างเท่ากับ 106 ม.และในกรณีที่ค่าระดับน้ำขึ้นเต็มที่เฉลี่ย (WHHW) เท่ากับ +0.95 ม.รทก.ความกว้างชายหาดนับตั้งแต่แนวกันชนชายฝั่งถึงระดับน้ำทะเลจะมีความกว้างเท่ากับ 40 ม.

ด้านศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวเสริมอีกว่า ผู้วิจัยได้ทำการเก็บตัวอย่างทรายบริเวณชายหาดพัทยาตั้งแต่พัทยาเหนือถึงพัทยาใต้ จำนวน 11 ตัวอย่างแหล่งทรายจากสันดอนทรายปากแม่น้ำระยองมีการเก็บทั้งสิ้นจำนวน 42 ตัวอย่างและตัวอย่างแหล่งทรายจากการเจาะสำรวจเนินทรายนอกชายฝั่งอ่าวพัทยาจำนวนที่งสิ้น 23 ตัวอย่าง โดยตัวอย่างทรายทั้งหมดได้ส่งเข้าห้องปฎิบัติการเพื่อวิเคราะห์การคัดขนาดของตะกอน แสดงผลการกระจายตัวของขนาดตะกอยทรายแหล่งทรายทั้ง 3 แหล่ง พบว่าแหล่งทรายจากปากแม่น้ำระยองมีการกระจายตัวของเม็ดตะกอนขนาดทรายหยาบถึงปานกลาง จากการวิเคราะห์ขนาดตะกอน Sand-Silt-Clay Fraction พบว่าทรายจากปากน้ำระยองมีความใกล้เคียงกับทรายชายหาดพัทยาจึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาเสริมทรายในอนาคต แต่แหล่งทรายจากเนินนอกชายฝั่งอ่าวพัทยามีปริมาณทรายแป้งและเม็ดดินมากเกินไป พบว่าหากนำมาเสริมทรายใก้หาดพัทยาจะต้องมีการแต่งแร่ก่อนซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้น้ำทะเลขุ่นได้ ผู้วิจัยจึงไม่แนะนำให้นำทรายจากแหล่งนี้มาใช้ ควรใช้ทรายจากแหล่งปากน้ำระยองซึ่งมีคุณภาพดีมากมาใช้ คาดระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง 12 เดือน แบ่งเป็นเตรียมงาม 3 เดือน ก่อสร้างแนวกันชน และเสริมทราย 9 เดือน

ทั้งนี้หลังจากนำเสนอโครงการดังกล่าวที่ใช้งบประมาณ 340 ล้านบาท แล้วนั้นขั้นตอนต่อไปเตรียมประชุมสรุปก่อนนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม เพื่ออนุมัติโครงการดังกล่าวและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเสริมชายหาด นอกจากนั้นหลังโครงการอนุมัติและก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว และส่งมอบให้เมืองพัทยดูแล ซึ่งทุกๆ15 ปี หรือแล้วแต่สภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและชาติ ทางเมื่อพัทยาจะต้องจัดสรรงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทเพื่อใช้ในการดูและซ่อมแซม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากมีพายุเข้ามาในอ่าวไทย และได้พัดพาทรายจากทะเลกลับที่ชายหาดพัทยาจำนวนหนึ่ง จึงทำให้ผู้ประกอบร่มเตียงชายหาดพัทยา สามารถปูเตียงผ้าใบให้นักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก และนักท่องเที่ยวก็กลับนอนเล่นพักผ่อนและสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนานที่ชายหาดเติ่มไปด้วยทราย แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการร่มเตียงกล่าวว่าอยากให้เมืองพัทยานำทรายมาเติมให้เต็มหาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวที่ชายหาดพัทยาอีกครั้งหลังจากที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากกับการกัดเซาะชายหาดจนทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลงทุกวัน

Reporter : จิรวัฒน์   Photo : จิรวัฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com