พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
22 มีนาคม 2553 :: 12:03:02 pm 11891

แฉแก๊งค์ “LONE BROTHERS” อันธพาลข้ามชาติ

สโมสร LONE BROTHERS MC แก๊งค์ชมรมชาวต่างชาติก่อคดีท้าทายอำนาจกฏหมายไทย กักขังทำทารุณเพื่อนร่วมแก็งค์ปางตาย หวาดผวาจนไม่เป็นอันทำมาหากิน

สืบเนื่องมาจาก ข่าวดังเมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกรวบ 5 สมาชิกแก๊งสิงห์ช๊อปเปอร์ต่างชาติ เหิมตั้งตัวเป็นมาเฟีย อุ้มเรียกค่าไถ่เพื่อนร่วมแก๊ง จับขังนานกว่า 9 ชม. รุมตื๊บอ่วม ทรมานร่างกายทุกรูปแบบ ภรรยาหอบเงิน 1.2 แสนรุดไถ่ตัว ก่อนแจ้งตำรวจรวบยกแก๊ง

ต่อมาผู้เคราะห์ร้ายและเพื่อนได้รับการข่มขู่จากทุกทาง แถมปล่อยข่าวทางเว็บบอร์ดต่าง ๆ บิดเบือนว่าเป็นผู้กระทำผิด สมควรจะที่จะถูกทำร้าย เพราะข่มขืนเมียเพื่อน และเบี้ยวไม่ยอมจ่ายหนี้สิน ร้อนถึงทนายความพาเจ้าตัวโร่เข้าพบ พัทยาเดลินิวส์ ชี้แจงข้อเท็จจริง

LONE BROTHERS MC ยิ่งใหญ่ หรือ เส้นใหญ่?

Mr. Michel Spindler อายุ 37 ปี (ผู้เคราะห์ร้าย) หนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม LONE BROTHERS เปิดเผยความเป็นมาของแก๊งนี้ว่า LONE BROTHERS MC แก๊งช๊อปเปอร์ต่างชาติ ก่อตั้งมานาน และมีสมาชิกอยู่พอประมาณ โดยฐานทัพใหญ่ก่อตั้งขึ้นในประเทศกัมพูชา นอกเหนือการตั้งแก๊งเป็นกลุ่มก้อน ยังมีการเปิดบาร์ในประเทศดังกล่าวอีกด้วย หลังจากก่อตั้งไม่นาน ได้ขยายฐานเข้ามาในเมืองไทย โดยเลือกฐานที่มั่นใหม่ในเมืองพัทยา จัดตั้งเป็นแก๊งสโมสรของตนเอง คือ สโมสร LONE BROTHERS MC (www.Lonebrothers.com) ตั้งอยู่ภายใน ซ. นาเกลือ 18 โดยฉากหน้าอาจเป็นเพียง Club เพื่อให้ความบันเทิงกับพวกคอเดียวกัน

แต่ในมุมมืดของ Club แห่งนี้ มีที่ตั้งลึกลับยากต่อการค้นหา โดยจะปล่อยสุนัข Rod wildler ขนาดใหญ่อีก 4 ตัว เฝ้าอยู่ตลอดเวลา ในวันที่ไม่เปิดคลับ Michel เปิดเผยว่า “คลับนี้จะเปิดทุกวันพุธ ในช่วงเวลาตั้งแต่ 21:00 – 22:00 น. จะมีกลุ่มสมาชิกมาร่วม club นี้ โดยมี Mr. Gabriel Frey เป็นหัวหน้าแก้งค์ และ Mr. Sven Venma เป็นคนดูแล ทุกคนมาเพื่อมั่วสุมกัน ”

ชนวนเหตุ การทารุณ

ย้อนหลังไปเมื่อ 7-8 เดือนก่อน ปัญหาเริ่มต้นเกิดขึ้นจาก ” ลี ” เมียสาวไทยของ Gabriel (หัวหน้าแก๊ง) มักจะบ่นให้เพื่อน ๆ ของสามีเธอฟังเสมอ ว่าเธอถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำ หลายคนเข้าใจและเห็นใจ แต่ก็รู้ว่าหล่อนหนีไปไหนไม่ได้ เพราะยังต้องพึ่งพา การเลี้ยงดูจาก Gabriel อยู่นั่นเอง

เหตุเกิดจากคืนหนึ่ง Michel ได้มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งกับ ลี หลังเมามายทั้งคู่ ซึ่ง Michel บอกผู้สื่อข่าวว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ และรู้สึกผิดมาก เหมือนทรยศต่อเพื่อนและภรรยาของตนเอง ต่อมาเขาได้สารภาพเรื่องนี้กับภรรยาชาวเยอรมันของเขา เพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ กับความผิดพลาดที่ได้กระทำลงไป และพยายามหลีกเลี่ยงการพบปะกับ ลี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตรงกันข้ามกับฝ่ายหญิง ที่ยังคงต้องการสานสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างผิดพลาดนั้น อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ Gabriel หัวหน้าแก้งค์ผู้เป็นสามี เริ่มระแคะระคาย แต่ Michel ก็ปฏิเสธ ด้วยหวังว่าเรื่องทุกอย่างจะเลือนหายไป ในขณะนั้นเกิดการซื้อขายรถช๊อปเปอร์ ระหว่าง Michel และ Gabriel ในราคา 120,000 บาท โดยมัดจำเพียง 70,000 บาท ซึ่ง Gabriel ก็ให้ Michel นำรถมาขับได้ก่อน โดยยังค้างชำระอีกจำนวน 50,000 บาท

เรื่องราวดำเนินไป จนในคืนวันพุธที่ 10 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา มีการสังสรรค์กัน Michel รวบรวมความกล้า สารภาพผิดกับ Gabriel ว่าเขาได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ลี เมื่อ 8 เดือนก่อน ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของตัวเขา เขาแสดงความเสียใจ และยื่นข้อเสนอ เพื่อลบล้างความผิดหาก Gabriel จะเรียกค่าเสียหายก็ยินดีชดใช้ให้ Michel เล่าว่า ” หลังจากผมสารภาพผิด Gabriel ไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองอะไรเลย แต่นัดให้ ผมเอาเงินค่ารถที่เหลือมาชำระ 50,000 บาท และคิดค่าเสียหายเรื่อง ลี อีก 70,000 บาท รวมเป็นเงิน 120,000 บาท โดยนัดชำระเงินกันที่บ้านของ Gabriel ”

วันที่ 12 มีนาคม 2553 Michel ถูกลวงให้ไปที่บ้านของ Gabriel ตั้งอยู่เลขที่ 316/33 ม. 13 สุขุมวิท 73  เมื่อไปถึงเขาได้ เอาเงิน จำนวน 120,000 บาท จ่ายให้แก่ Gabriel ต่อหน้าเพื่อน ๆ ร่วมแก้งค์ อีก 4 คน คือ Manfred Decker, Sven Venma, Peter Marzog และ นาย Heinz Adam ทั้งหมดถือสัญชาติ เยอรมัน ส่วนเพื่อน อีก 2 คน Michel ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ เพราะอีก 2 คนดังกล่าวอยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำร้ายเขา

Michel เล่าต่อว่า หลังจากเอาเงินยื่นให้ Gabriel แล้ว Manfred สมุนมือขวากลับพูดขึ้นว่า  “ เงินแค่นี้ เอามาทำไม จะพอแบ่งกันเหรอ ให้เมียมันเอามาให้อีก “ จากนั้น Gabriel ก็เริ่มต้นลงมือ ผลักเขาล้มลง ก่อนจะถอดรองเท้าที่พื้นเป็นไม้หนา ฟาดที่ศีรษะเขาหลายครั้ง ระหว่างที่เขาเอามือกุมหัว ด้วยแรงทุบตี ทำให้นิ้วกลางและนิ้วชี้ของเขากระดูกแตก เมื่อเลือดไหลเปื้อนพื้นก็ถูกบังคับให้ถอดเสื้อเช็ด และเอาโซ่มาล่ามคอ

การทารุณยังคงดำเนินต่อไป Michel ถูกซ้อมและทารุณด้วยวิธีป่าเถื่อน ที่บุคคลเหล่านั้นคิดขึ้นได้ ทุก ๆ 5 นาที บังคับให้เขานั่งคุกเข่า มัดมือ มัดเท้า ก้มหัวหน้าติดพื้น ถูกเอาเท้าเหยียบศีรษะ หากเงยหน้าขึ้นมาก็จะถูกของแข็ง เช่นที่เขี่ยบุหรี่ทุบศีรษะ ยังมีการกรอกน้ำกว่า 4 ลิตรใส่ในปากของเขา และบังคับไม่ให้เข้าห้องน้ำ ทารุณเขาอย่างต่อเนื่องด้วยการติดเครื่องรถมอเตอร์ไซด์จนท่อไอเสียร้อน แล้วบังคับให้เอาแขนแนบกับท่อไอเสียรถ โดยบอกว่าเพื่อเป็นการลบรอยสัก ทั้งยังเหี้ยมโหดกับการจุดไฟเผาหน้าอกที่มีรอยสัก ซึ่งตลอดเวลานำอาวุธปืนมาขู่ว่า จะฆ่าเขาและภรรยา อีกทั้งยังจะทำลายร้านอาหารของเขาที่ บ้านเพ ระยอง

ต่อมา Gabriel โทรหา Diana ภรรยาของ Michel ให้นำเงินสดมาเพิ่มอีก 200,000 ขู่กำชับว่าห้ามบอกตำรวจ ไม่เช่นนั้นจะฆ่าตายทั้งคู่ และให้ฟังเสียงร้องของสามีเธอขณะถูกทารุณ หลังจากที่ Diana ได้ทราบว่าสามีถูกทำร้าย จึงไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสามีชาวเยอรมันคนหนึ่ง เมื่อเพื่อนคนนั้นไปที่บ้าน Gabriel สอบถามถึงเรื่องราวทั้งหมด Gabriel กลับให้เพื่อนคนนั้นร่วมทำร้าย Michel ด้วย ซึ่งเขาปฏิเสธ แต่ได้แอบเอาโทรศัพท์มือถือให้ Michel โทรขอความช่วยเหลือจากตำรวจ โดยแอบเข้าไปโทรในห้องน้ำ หลังจากนั้นประมาณชั่วโมงกว่า ตำรวจจึงเข้าไปช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล อาการขณะนั้นสาหัสมาก ประสาทหลอน หวาดกลัวตลอดเวลา เนื่องจากถูกกระทำทารุณนานกว่า 9 ชั่วโมง

หลังหลุดรอดจากนรก

Michel ถูกนำส่งโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่เขาปฏิเสธเพราะค่าใช้จ่ายสูง จึงถูกนำไปรักษาที่โรงพยาบาลบางละมุงเพียง 1 คืน ด้วยความหวาดกลัว ไม่มั่นใจในความปลอดภัย เขากับภรรยาจึงตัดสินใจ ปรึกษาทนายความ และเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. บางละมุง ในขณะนั้น Gabriel และ Sven ได้โทรเข้ามาเพื่อข่มขู่เพื่อนที่ให้การช่วยเหลือ ว่าอย่ายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นจะฆ่าให้ตายด้วย ทั้งยังขู่ว่าตนมีลูกน้องเป็นหัวหน้าแก็งค์อยู่ที่ออสเตรเลียชื่อ Jerry และจะเรียกมือปืนจากประเทศกัมพูชาและอังกฤษ เพื่อมาฆ่าทุกคนที่บอกตำรวจ

หลังจากได้มีการแจ้งความในวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553 ซึ่งต่อมาทางศาลพัทยาได้ออกหมายจับ แก๊งโหด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง.ผกก.(ป.) ได้นำกำลังเข้าจับกุม โดยกล่าวว่า การจับกุมแก๊งมาเฟียอุ้มทำร้ายเพื่อนชาวต่างชาติด้วยกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมตามหมายจับได้ 4 คน เหลือ นายสเวน เวมา (SVEN VEHMA) อายุ 42 ปี ชาวเยอรมัน ไหวตัวทันหลบหนีการจับกุมไปได้ ในเบื้องต้น ทุกคนได้ให้การปฏิเสธทุกข้อหา และขณะนี้ ผู้ต้องหาพยายามบิดเบือนเรื่องราว ทั้งยังมีการกล่าวหาว่า Michel ข่มขืนภรรยาตน แถมเป็นหนี้ไม่ยอมจ่าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพิจารณาเรื่องการอนุญาตให้ประกันตัวแก้งค์ดังกล่าวอยู่

ด้าน Michel และ ภรรยา ซึ่งได้เปิดร้านอาหารที่ บ้านเพ ระยอง เมื่อวันที่ 6 มีนาคม หลังจากเปิดได้เพียง 3 วัน ก็ต้องปิดตัวร้านอาหารดังกล่าวลงเพราะ Michel ซึ่งต้องเป็นพ่อครัวของร้านได้รับบาดเจ็บ ทำอาหารไม่ได้ ที่ลงทุนไว้จึงถือว่าสูญเสียไปมาก และทั้งสองยังหวาดกลัวต่อกลุ่มคนพวกอ้างตัวเป็นมาเฟียนี้จะมาฆ่า มาทำร้ายผู้คนที่ร้านอาหารอีกด้วย

คดีดังกล่าวถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ สั่นสะเทือนวงการสีกากี อีกครั้ง จากบรรดามาเฟียข้ามชาติ ที่เข้ามาทำผิดกฎหมาย ในราชอาณาจักรไทย สมควรต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด หากจับแล้วได้รับการประกันตัวออกไป พวกมาเฟียต่างชาติเหล่านี้จะยิ่งเหิมเกริมหนัก ทำผิดกฎหมายโดยไม่เกรงกลัวใคร อีกต่อไป…

Reporter : วารีนา ปุญญาวัณน์   Photo : PDN staff   Category : กฏหมาย

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

พลเมืองดี