พัทยาเดลีนิวส์

14 กรกฎาคม 2553 :: 14:07:56 pm 26702

แฉ ธุรกิจ”ตุ๋ยเด็ก” เซ็กส์จิตทราม ทำให้ภาพพจน์เสื่อม

พัทยาเป็นเหมือนแดนสวรรค์ของใครหลายคน แม้แต่เด็กเร่ร่อนที่หวังจะมีงานทำ แต่ด้วยความที่พวกเขาเป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ขาดความยั้งคิด อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่กำลังทำนั้น ไม่ว่าเต็มใจหรือถูกล่อลวง แม้จะเป็นสิ่งที่ทำให้ได้เงินมาครั้งละมาก ๆ อย่างง่ายได้ก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่สวรรค์ของเขา แต่เป็นสวรรค์ของใครบางคนที่ชอบล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก ที่พร้อมจะฉกฉวยโอกาสจากเหยื่อวัยเยาว์
สนใจโฆษณา

พัทยา คือเมืองเป้าหมายแรกที่เด็กเร่ร่อนออกจากบ้าน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ปรารถนาที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระที่นี่  มีเด็กจากทั่วประเทศหมุนเวียนเข้ามาในเมืองพัทยาจำนวนกว่า 1,000-2,000 คนต่อปี และเราต้องยอมรับว่า เด็กเร่ร่อนเหล่านี้มักตกเป็นเหยื่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเป็นสถิติที่น่าตกใจ จากครั้งแรกที่เด็กจะโดนชักจูง และล่อลวงไปขายบริการทางเพศ แต่เมื่อมีครั้งแรก ครั้งที่สอง และครั้งที่สามก็ตามมา จนเด็กเริ่มซึมซับและยึดถือเป็นความต้องการส่วนตน นิยมทำกันตามกระแส เนื่องจากมีรายได้ที่ดีเป็นผลพลอยได้อีกด้วย จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติมองภาพลักษณ์ของไทยไปในทางลบ

คนที่มาใช้บริการทางเพศกับเด็กแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ ชาวต่างชาติ 80% ชาวไทย 20% จากข้อมูลพบว่าชาวไทยมักชอบล่วงละเมิดทางเพศเด็กผู้หญิง ลูกเลี้ยง และบุคคลในครอบครัว ส่วนชาวต่างชาติมักชอบล่วงละเมิดทางเพศเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง

จากกระแสข่าววาทยกรระดับโลก กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกจับในข้อหาเป็นหนึ่งในแก๊งค้าเนื้อสด ขยี้กามเด็กชาย จากการซัดทอดของเกย์ไทยเอเย่นต์รายใหญ่ ซึ่งมีเด็กในสังกัดกว่า 40 ราย แต่วาทยกรคนดังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ข่าวนี้ทำให้ทุกคนหันมาสนใจในเรื่องการละเมิดทางเพศกับเด็กมากขึ้น ซึ่งการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ว่าชายหรือหญิง โดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายที่ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ก็มีบางคนไม่ปฏิบัติตามจึงเกิดคดีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กให้เห็นอยู่บ่อย ๆ และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากว่ากลุ่มเด็กเร่ร่อนจะเข้าสู่กระบวนการล่อลวงทางเพศโดยง่าย

ประเด็นแรก คือ กลุ่มเด็กเร่ร่อนที่ครอบครัวแตกแยกออกไปเร่ร่อนตามลำพัง แล้วไปเจอกับกลุ่มที่เรียกว่า Pedophile (เฒ่าหัวงู) ซึ่งเป็นชาวต่างชาติอายุ 35-80 ปี เข้ามาติดต่อเด็กเหล่านี้เพื่อไปร่วมหลับนอน

ประเด็นที่สอง คือ จะมีพวก “ธุระจัดหา” ที่มาหาเด็กเหล่านี้ โดยที่ชาวต่างชาติไม่เคยเห็นหน้าเด็กมาก่อน จะมีการจัดส่งเด็กไปให้ชาวต่างชาติที่ต้องการโดยตรง

ประเด็นที่สาม คือ ชาวต่างชาติจะชอบหาผู้หญิงที่หย่าร้างกับครอบครัวและมีลูกติด แล้วขอแต่งงานแต่ เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ผู้หญิงเหล่านี้ แต่อยู่ที่ลูกเลี้ยง

ประเด็นที่สี่ คือ ชาวต่างชาติทำตัวเป็นพ่อพระ มีบ้าน มีรถ ซื้อสิ่งล่อใจต่าง ๆ ให้เด็ก เพื่อให้เด็กมาอยู่ด้วย สุดท้ายก็จะล่วงละเมิดเด็กเหล่านี้ แต่เด็กเหล่านี้จะมองว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณ เด็กจะไม่รู้ว่านี่คือการถูกล่วงละเมิด หรือผิดจริยธรรม ศีลธรรม

ประเด็นที่ห้า คือ ชาวต่างชาติจะใช้โรงพยาบาลเอกชนใหญ่ ๆ ทำเป็นพักรักษาตัวในห้องพยาบาลพิเศษ แล้วช่วงเวลาบ่ายสองโมงถึงสี่โมงเย็นจะบอกว่า ต้องการพักผ่อน ไม่ต้องการให้หมอหรือพยาบาลมารบกวน ช่วงนั้นเขาจะติดต่อพวก “ธุระจัดหา” หรือเพื่อนของเขา ให้นำเด็กมาส่งที่โรงพยาบาล และมีการละเมิดทางเพศ โดยที่เจ้าของโรงพยาบาลไม่รู้เรื่องเลย นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก คนพวกนี้จะหาหนทางใหม่ ๆ เป็นกระบวนการที่แยบยลขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่มีความผิด

บางกรณีครูก็กระทำความผิดล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กเสียเอง ซึ่งจากที่ผ่านมาก็ได้มีตัวอย่างการลงโทษขั้นรุนแรงกับครูที่ทำความผิด ไม่ให้ประกันตัวเพื่ออุทธรณ์คดี ทำให้ต้องยอมจำนนเดินเข้าเรือนจำไป แต่ในรายของชาวต่างชาติที่ผ่านมา แม้จะมีกฎหมายลงโทษผู้กระทำความผิด แต่เมื่อผู้ทำผิดเป็นชาวต่างชาติ กลับพบปัญหาการกลับมากระทำความผิดซ้ำ เนื่องจากกฎหมายมีบทลงโทษที่ไม่รุนแรง อาจทำให้ถูกต่างชาติมองว่าไทยหวังผลประโยชน์ทางการท่องเที่ยว ที่ผ่านมาจึงไม่จริงจังในการแก้ปัญหาเท่าที่ควร รวมถึงยังพบจุดอ่อนในด้านการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทุกวันนี้เราจะเห็นจากสื่อว่าปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กมีให้เห็นแทบทุกวัน และแฝงมาในหลายรูปแบบ และที่ยังไม่ปรากฏในสื่อ จะมีอีกมากมายเท่าไหร่ เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นปัญหาที่รุนแรงของสังคม จำเป็นที่ทุกคนควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง มีนโยบาย มาตรการ การช่วยเหลืออย่างเข้าใจและจริงจัง เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เด็กกลายเป็นปัญหาสังคมต่อไปในอนาคต

พวกเราจะมีหนทางใดๆ เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก และจัดการกับนักฉวยโอกาสเหล่านี้อย่างสิ้นซาก ไม่ให้รอดพ้นจากเงื้อมือของกฎหมาย ก่อนที่ประเทศไทยจะขึ้นชื่อว่า เป็นดินแดนแห่งการค้ามนุษย์ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราทุกคนควรจะร่วมมือกันเพื่อเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์เหล่านั้นให้หมดไป

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

keddie