พัทยาเดลีนิวส์

29 เมษายน 2553 :: 11:04:14 am 16420

แดงปะทะเดือดอนุสรณ์สถาน เจ็บ 18 พลทหารเซ่นปืนดับ 1

ม็อบแดง-ตำรวจทหารเผชิญหน้าปะทะเดือดหน้าอนุสรณ์สถาน ทั้งปืน-กระสุนยาง-กระสุนจริง-ก้อนหินลุยกันแลกจนมีผู้บาดเจ็บ 18 ดับ 1 พลทหารเซ่นปืนฝ่ายเดียวกันตายสยอง หลังร่วมขบวนมอเตอร์ไซค์วิ่งจากด้านหลังม็อบตามไปสมทบ แต่ช่วงเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ประกอบกับเปิดไฟหน้าทำให้เกิดการเข้าใจผิด "ขวัญชัย ไพรพนา" หัวหน้าทีมเผยนาทีรอดถูกจับ
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ วานนี้ (28 เม.ย. 53) เวลา 14.45 น. เจ้าหน้าที่ทหารผ้าพันคอสีฟ้า ได้สลับเปลี่ยนกำลังพลชุดที่มีอาวุธปืนเอ็ม 16 ปืนกระสุนยาง เคลื่อนไปด้านหน้าพร้อมลั่นกระสุนขึ้นฟ้า ซึ่งฝ่ายนปช.จำนวนอีกกว่า 30 รายที่ยืนแฝงปะปนกับสื่อมวลชนที่ยืนอยู่บนช่องเกาะกลางถนนในชัยภูมิที่สูงกว่าเพื่อสำหรับถ่ายภาพ ต่างก็ได้ใช้ก้อนหินขนาดน้ำหนักตั้งแต่ 0.5-1 กิโลกรัมที่เตรียมไว้ขว้างปา และทุ่มใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารชั้นประทวนที่มีเพียงโล่ กระบอง เป็นเครื่องมือปราบจลาจล ทำให้ต้องเกาะกลุ่มนั่งหมอบหลบ ท่ามกลางเสียงปืนดังดั่งสมรภูมิรบ กว่า 30 นาที นปช.ก็ล่าถอย แฝงเข้าตามซอกรถยนต์ที่การจราจรติดขัดอยู่บนท้องถนน ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก เสมือนสมรภูมิรบกลางเมือง ที่มีการจราจรหนาแน่น มีกำลังทหารถืออาวุธปืนย่องไปตามช่องรถยนต์ที่จอด โดยใช้รถชาวบ้านเป็นโล่กำบัง

15.00 น. ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ขณะเจ้าหน้าที่ทหารสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงจากอนุสรณ์สถานซึ่งจะเคลื่อนขบวนไปที่หลักสี่นั้น ทหารใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางยิงใส่ จนกลุ่มผู้ชุมนุมแตกฮือทิ้งรถจักรยานยนต์ หนีกระเจิง ก่อนมารวมตัวกันที่ปัมแก๊สไม่มีชื่อ ห่างจากทหาร 500 เมตร ปากซอยวิภาวดี 45 ระหว่างที่ล่าถอยปรากฏว่ามีเสื้อแดงถูกลอบยิงมาจากตึกร้าง ปากซอยวิภาวดี 45 เสียงปืนดังเป็นระยะ 4-5 นัด กลุ่มผู้ชุมนุมคนหนึ่งล้มทั้งยืน พร้อมตะโกนว่ามีคนลอบยิงจากตึกร้าง การ์ดจึงกรูเข้าไปตรวจสอบพบว่าตึกดังกล่าวปิดล้อมแน่นหนา ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงช่วยกันหามคนเจ็บเป็นชายอายุประมาณ 35 ปี สวมเสื้อสีขาว กางเกงคล้ายทหาร มีสัญลักษณ์ผ้าพันคอสีแดง ถูกยิงที่หัวเข่าขวาได้รับบาดเจ็บ การ์ดส่งขึ้นรถแท็กซี่เพื่อนำส่งร.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจุดดังกล่าวยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ที่ถูกยิงและมีการนำส่งร.พ. ขณะที่บางคนถูกกระสุนยางตามมือและลำตัว วิ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุเข้ามาที่ปั๊มแก๊ส เพื่อปฐมพยาบาล เนื่องจากมีรถปิกอัพหน่วยปฐมพยาบาลของนปช. จอดอยู่

เวลา 15.40 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธครบมือประจำการคอยดักกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่เยื้องบริเวณหน้าปั๊มปตท. ถนนวิภาวดี เพื่อไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงมุ่งหน้าไปยังตลาดไท ขณะเกิดเหตุได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มจักรยานยนต์ของทหารหน่วยเคลื่อนที่เร็วประมาณ 20 คัน มีทหารประมาณ 40 นายพร้อมอาวุธครบมือ ได้เปิดไฟหน้าฝ่าสายฝนวิ่งมาทางกลุ่มที่ทหารตั้งรอรับกลุ่มเสื้อแดงบริเวณดังกล่าว ทำให้ทหารที่ตั้งรับอยู่มองไม่เห็นว่าเป็นทหาร เข้าใจว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงจะบุกเข้ามาบริเวณด่าน จึงกระหน่ำยิงด้วยอาวุธสงคราม ทำให้ทหารหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่มุ่งหน้ามาสมทบต่างล้มระเนระนาดกลางถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีทหารที่นำขบวนอยู่ด้านหน้าสุด ถูกยิงบริเวณศีรษะทะลุหมวกเหล็ก ทำให้ศีรษะเปิดสมองกระจาย ตาถลนออกมา เสียชีวิตคาที่ 1 ราย

จากนั้น เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเคลื่อนที่เร็ว พยายามยกมือบอกว่าเป็นทหารพวกเดียวกัน เพื่อมาสมทบ ทำให้ทหารที่ประจำการยุติการยิงและวิ่งไปช่วยเหลือทหารที่ถูกยิงและนำตัวออกมาจากจุดเกิดเหตุ นำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนทหารอื่นกระโดดหลบทัน ทำให้ไม่มีผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขบวนมอเตอร์ไซค์ของเจ้าหน้าที่ทหารดังกล่าว วิ่งมาจากข้างหลังม็อบทางด้านหลักสี่ และฝ่ายม็อบก็ปล่อยให้ขับวิ่งผ่านไป ประกอบกับขณะนั้นฝนตกหนัก มอเตอร์ไซค์เปิดไฟหน้าจึงเกิดการเข้าใจผิด ฝ่ายตำรวจทหารที่ตั้งด่านสกัดจึงเล็งปืนเข้ามายังม็อบ จากนั้น ก็มีเสียงปืนดังขึ้น ทำให้ทหารถูกยิงเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสายตาผู้ สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งหลังเกิดเหตุสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นได้นำภาพ และเหตุการณ์ดังกล่าวออกอากาศทั่วโลก โดยระบุว่ามีสาเหตุมาจากการยิงโดนกันเองหรือ เฟรนด์ลี่ ไฟร์

นอกจากนี้ ทหารประมาณ 2 กองร้อยอาวุธครบมือ ยังตรึงกำลังอยู่บริเวณทางขึ้นด่วนโทลล์ เวย์ขาออกตรงข้ามปั๊มปตท. ถนนวิภาวดีฯ โดยบนโทลล์เวย์ปิดการจราจรทั้งหมด ส่วนด้านล่างมีกำลังเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลตั้งด่านสกัดเส้นทางที่จะมุ่งไปทางตลาดไท เพื่อป้องกันการแฝงตัวคนเสื้อแดงที่จะเดินทางไปสมทบ ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ทั้งเส้นทางขาเข้าและขาออก โดยผู้ขับขี่ที่ใช้เส้นทางสัญจรต่างไม่พอใจ บีบแตรลั่นถนนเพื่อให้ตำรวจเปิดทางวิ่งได้สะดวก เนื่องจากบางคันขนผักและปลามาทางตลาดไท ซึ่งอาจทำให้เสียหายได้

ระหว่างนี้ มีกำลังทหารส่วนหนึ่งตรึงกำลังอยู่ใกล้ปั๊มปตท. ส่วนเสื้อแดงประมาณ 2,000 กว่าคน ยังปักหลักอยู่บริเวณปั๊มแก๊ส ซอยวิภาวดีฯ 45 อย่างไรก็ตาม มีเสียงดังคล้ายประทัดต่อเนื่องบริเวณก่อนถึงปั๊มแก๊ส เนื่องจากมีคนเสื้อแดงพยายามเล็ดลอดฝ่าแนวทหารเข้ามา จึงถูกสกัดด้วยอาวุธตลอดเวลา

เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ทหาร ได้ตั้งด่านทางขึ้นทางด่วนโทลล์เวย์ ที่จะมุ่งหน้าไปรังสิตทุกเส้นทาง ทั้งถนนด้านล่าง และบนทางด่วน โดยเฉพาะรถที่จะขึ้นบนโทลล์เวย์นั้นมีการตรวจ ค้นอย่างละเอียดก่อนปล่อยผ่าน ท่ามกลางฝนโปรยปราย ส่วนรถโมบายล์ของแกนนำนปช. ที่นำโดยพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และนายขวัญชัย ยังจอดที่หน้าปั๊มแก๊ส เพราะถูกบล็อก ไม่ให้กลับรถไปที่ราชประสงค์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนขับรถบางรายที่มากันทั้งครอบครัว ได้จอดรถทิ้ง ล็อกกุญแจไว้ แม่ต้องอุ้มลูกทารกน้อยซุกในอกหลบฝน มีพ่อวิ่งนำหน้าพาออกจากจุดเกิดเหตุอย่างไร้จุดหมาย เพื่อไปให้พ้นจากเหตุการณ์วิกฤต เพราะเกรงลูกหลงจากไม่ทราบฝ่าย เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ทหารรายงานว่ามีมือที่ 3 ในชุดพรางสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน มาจอดอยู่บนสะพานต่างระดับ พหลโยธิน-ลำลูกกา (สะพาน 7 ชั่วโคตร) ได้สะพายปืนเอชเค อาวุธสงคราม แล้วกราดยิงลงมาใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ด้านล่างจนได้รับบาดเจ็บหลายราย ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารตอบโต้และมีการกระจายกำลังกันค้นหา ในท่าพร้อมต่อสู้กันด้วยอาวุธปืน ซึ่งไม่ได้รับรายงานว่าพบกลุ่มบุคคลดังกล่าวหรือไม่ จากเหตุการณ์ปะทะกันนานกว่า 1 ชั่วโมง และปิดกั้นการจราจรอีก 3 ชั่วโมง ส่งผลให้การจราจรของทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกของวิภาวดีรังสิต และพหลโยธินติดขัดยาวด้านละกว่า 10 กิโลเมตร ส่งผลให้ถนนอีกหลายสายในฝั่งรังสิต คูคต บางขัน ติดขัดต่อเนื่องกันนานกว่า 3 ชั่วโมง กระทั่งเปิดการจราจรได้อีกเมื่อเวลา 16.00 น.

น.พ.พร้อมพงษ์ พีระบูล ผอ.ร.พ.วิภาวดี กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บ 1 ราย ที่พักรักษาตัวที่ร.พ. วิภาวดีนั้น เป็นเพศชายอายุ 20-30 ปี อาชีพค้าขาย แต่งตัวปกติ ไม่ได้แสดงออกชัดว่าเป็น สีใด ได้รับบาดเจ็บขณะขับรถบนโทลล์เวย์บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น แล้วรู้สึกได้ว่ามีเศษระเบิดกระเด็นเข้ากระจกมากระทบใบหน้าด้านขวา และหนังศีรษะด้านขวา ขณะนี้แพทย์รักษาแล้ว แต่ยังอยู่ห้องไอซียู เพื่อสังเกตอาการทางสมอง ซึ่งภายหลังการรักษาผู้บาดเจ็บ รู้เรื่องดี พูดคุยได้ตามปกติ อาการปลอดภัยแล้ว

เวลา 17.20 น. นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำนปช. ที่มีข่าวถูกจับกุมระหว่างการนำคนเสื้อแดงเคลื่อนไปตลาดไท ได้เดินทางกลับมา ถึงเวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ พร้อมด้วยนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช. และขึ้นเวทีปราศรัยกับนายณัฐวุฒิ เพื่อโชว์ตัวทันที นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า อยากถามนายอภิสิทธิ์ว่าเราแค่อยากไปตลาดไท เพื่อไปให้กำลังใจคนเสื้อแดงแต่ทำไมต้องเอาอาวุธมาไล่ตี ไล่ทุบราวกับคนเสื้อแดงไม่ใช่คนไทย จากเหตุดังกล่าวทำให้ตอนนี้มีประชาชนหลายพันคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเอายางรถยนต์มาปิดถนนที่รังสิต เพราะไม่พอใจที่ทหารใช้อาวุธกับประชาชน

ด้านนายขวัญชัย เล่าว่า ตนอยู่ในรถ 6 ล้อที่เป็นรถนำมวลชนไป แต่พอถึงบริเวณดังกล่าวได้รับแจ้งจากส.ส.ในสภาคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงว่ามีทหารชุดเคลื่อนที่พร้อมปืนสไนเปอร์จะมาปราบ เลยเปลี่ยนเสื้อจากสีขาวลายดำมาเป็นสีดำ และลงมาเดินกับประชาชนข้างล่าง ทำให้ไม่ถูกจับกุมตัว เนื่องจากทหารได้รับรายงานว่าตนใส่เสื้อสีขาว ทั้งนี้ พอลงมา ตนได้ปลีกตัวออกมาโดยมีรถตู้ทะเบียนอุดรธานีไปรับ จากนั้นนั่งแท็กซี่กลับมาที่นี่ ตนคิดว่ารอดมาได้ครั้งนี้ เพราะห้อยพระรอดที่มีคนหวังดีนำมาให้ก่อนมาร่วมชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ ส่วนที่มีข่าวตนถูกจับกุมตัวนั้นไม่รู้ว่ามีข่าวออกมาได้อย่างไร ตนงงอยู่เหมือนกัน ตนตั้งใจไปให้กำลังใจพี่น้องที่ตลาดไท แต่ไม่คิดว่าจะโดนสกัด ทหารมีอาวุธปืนสไนเปอร์ อยู่ทั้งบนโทลล์เวย์และด้านล่าง ทราบว่าพี่น้องบางส่วนถูกยิงหลายคนด้วยอาวุธปืนลูกซอง ในชีวิตตนไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ดังนั้น วันนี้อยากขอมติแกนนำนปช.ว่าในวันที่ 29 เม.ย.ขอให้เคลื่อนพลแบบนี้อีกไปที่เอ็นบีที

นายจตุพร จึงขึ้นเวทีปราศรัยอีกครั้ง โดยประกาศว่า ตอนนี้ทราบข่าวว่ามีการปิดทางด่วนโทลล์เวย์ ช่วงแยกบางเขน ถึงอนุสรณ์สถาน และให้พลแม่นปืนของหน่วยทหารอากาศ 4 นายขึ้นไปอยู่บนนั้น จึงอยากบอกว่าตอนนี้เรารู้หมดแล้ว ขอให้ลงมา และหากมีประชาชนเสียชีวิต ทั้ง 4 คนต้องรับผิดชอบ ส่วนด่านล่างมีทหารถืออาวุธสงครามเดินอยู่ทั่ว นี่หรือคือกองทัพไทย นอกจากนี้ยังทราบว่าผู้ที่บัญชาการทั้งหมดอยู่บนตึกไอที สแควร์หลักสี่ จึงอยากถามศอฉ.และนายอภิสิทธิ์ว่าจะต้องมีคนตายอีกกี่ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่ในเหตุปะทะที่อนุสรณ์สถานฯ ดอน เมืองบางส่วนที่ได้เดินทางกลับมาบริเวณหลังเวที พร้อมร่องรอยของบาดแผลและสภาพเปียกปอน บางคนโดนกระสุนยางที่บริเวณข้อศอก ซึ่งเจ้าหน้าที่พยาบาลได้แนะนำให้ไปทำแผลและรักษาความสะอาดให้ดี เพราะมีหลายคนเห็นว่าเป็นแผลเล็กน้อยไม่รักษา อาจทำให้ติดเชื้อเป็นหนอง มีบางคนโดนกระสุนจริงเจาะเข้าที่ขาขวา ซึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. และการ์ดนปช.ได้ประสานรถพยาบาลฉุกเฉินของป่อเต็กตึ๊งมารับชายที่ได้รับบาดเจ็บโดนยิงกระสุนฝังในที่ขาขวาส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ท่ามกลางการมุงดูจากผู้ชุมนุมจนเกือบมีการชุลมุน เวลา 18.00 น. ศูนย์เอราวัณ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ชื่อ พลทหารรณรงค์ สาระ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ภาพข่าว : ข่าวสด , ไทยรัฐ

Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com