พัทยาเดลีนิวส์

27 พฤศจิกายน 2553 :: 14:11:56 pm 44939

แดงเดือด-เหลืองแค้น คนระแวงขี้ เจอ คนขี้ระแวง?

ทุกสรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป อำนาจก็เช่นกัน หาได้มีใครจะยึดครองได้ตลอดไป เมื่อบุญเก่าหมดไป บาปกรรมที่ทำไว้ก็จะส่งผล พรรคประชาธิปัตย์ยังต้องบริหารความขัดแย้งจากแนวรบหลายด้าน ทุกแนวรบ แนวต้าน แตกต่างหลากประเด็น ประชาธิปัตย์กลืนเลือดแก้รัฐธรรมนูญ "ชวน" ว่าตามมติพรรค เพราะเป็นข้อตกลงในการตั้งรัฐบาล ส่วน "บัญญัติ" ไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีทางเลือกอื่น "มาร์ค" ยันไม่มีสอดไส้นิรโทษกรรม เชื่อปมรัฐธรรมนูญจบในรัฐสภา
สนใจโฆษณา

ต้องยอมรับว่า ในช่วงปัจจุบัน ยังมีผลพวง จากเหตุการณ์อุทกภัย-วาตภัย และการแข่งขันกีฬาของชาวเอเชียอย่างเอเชียนเกมส์ ที่กว่างโจวเกมส์ ให้สังคมติดตาม และสนใจความเป็นไปต่างๆ ที่เกิดขึ้น น้ำท่วมได้สะท้อนให้เห็นด้านหนึ่ง ของน้ำใจคนไทย ที่ปัจจุบันแม้มีความเห็นเรื่องความเชื่อที่แตกต่าง จนแบ่งเป็นฝักฝ่ายและสีสัน แต่สุดท้ายเมื่อคนไทยประสบพบเจอภัย สายเลือดไทยก็ไม่ได้แบ่งพวก ต่างช่วยคนละไม้ คนละมือ ช่วยเหลือกันอย่างเต็มกำลังที่มี ภาคการเมืองก็สะท้อนให้เห็นเฉกเช่นกัน ซึ่งแม้ล่าช้าไปบ้างก็อาจให้อภัยได้

แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั้นก็คือ การโกงกินงบช่วยเหลือน้ำท่วม ซึ่งเริ่มผุดขึ้นมาตามน้ำ ที่ลดลงในหลายพื้นที่ แม้บางส่วนไม่ได้เกี่ยวข้อง กับแวดวงการเมืองโดยตรง เพราะเป็นการสวมสิทธิ์ สวมรอย หากินกับงบช่วยเหลือของคนในพื้นที่ก็ตามที แต่มันก็ฉายภาพให้เห็นชัดเจนถึงระบบสังคมวัตถุ ที่หาช่องทางหากินแม้กระทั่งเงินช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเมื่อสังคมบูชาเงินเป็นพระเจ้า โดยไม่สนใจว่าช่องทางที่ได้มาเป็นอย่างไร และเป็นตั้งแต่รากหญ้าจนถึงระดับผู้บริหารประเทศ แล้วเราจะเรียกหาความโปร่งใส จากการเมืองได้ที่ไหน

ส่วนกีฬา ก็สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ ที่น่าอดสูอย่างยิ่ง เอเชียนเกมส์ที่โดฮาได้ 16 เหรียญทอง แต่ที่กว่างโจวเกมส์กลับแทนที่จะตั้งเป้าให้สูงกว่าเดิม แต่ขอให้เท่าเดิม และล่าสุดลดเป้าเหลือ 10 เหรียญทองเท่านั้น เรียกว่าถอยหลังเข้าคลองน้อยไปซะด้วยซ้ำ กีฬาที่เราเคยคว้าเหรียญ แต่ครั้งนี้กลับตกรอบแรก เพราะเรามัวแต่จมกับความสำเร็จเดิมๆ ไม่เคยคิดก้าวหน้าเดินสู่อนาคต มัวแต่จับเจ่ากับความสำเร็จในครั้งอดีต จึงไม่แปลกใจที่การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ เราจะพ่ายแพ้ตกรอบแรกให้แก่ประเทศที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเราเลย เพราะเรามัวเดินย่ำกับที่ และบางครั้งเดินถอยหลังด้วย วงการกีฬาไทยก็เป็นบทสะท้อนหนึ่ง ของการเมืองเฉกเช่นกัน ที่เราได้เห็นแต่หน้าเดิมๆ เหมือนกับบรรดาท่านผู้ทรงเกียรติ การจมปลัก แต่ความสำเร็จเก่าก่อน ทั้งที่โลกเดินหน้าไปไกลแล้ว

ลือไม่เลิก สำหรับข่าวที่ผู้นำทหารจะออกปฏิวัติรัฐประหาร เพื่อนำไปสู่สถานการณ์พิเศษ คณะรัฐบาลพิเศษเพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น โดยให้ทุกฝ่ายเข้ามาถืออำนาจรัฐ ยุติความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติบ้านเมือง โดยมีเงื่อนไขอันทำให้เกิดทางตัน ในสถานการณ์การเมือง จากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่จะปลุกระดมมวลชน ให้ชุมนุมในช่วงเวลาเดียวกัน

มวลชนคนเสื้อแดง ที่ยังมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และอาจจะต้องมีการเคลื่อนไหวอีกครั้งในห้วงเวลาที่มีการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่มวลชนคนเสื้อเหลือง ที่มีโจทย์ในการเคลื่อนไหว เพื่อเรียกร้องให้มีการยกเลิกเอ็มโอยู การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลยไปถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาล และการที่นายกรัฐมนตรีอุ้มรัฐมนตรีของพรรคร่วม โดยเงื่อนไขเวลาก็เป็นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม เหมือนกันทั้ง 2 ฝ่าย

ดังนั้น ช่วงเวลาดังกล่าวจึงเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวาย เพราะทั้งเจตนา และห้วงเวลาแห่งการชุมนุม คือการสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่การปะทะ การเผชิญหน้าของมวลชน 2 ฝ่าย เลยไปถึงสถานการณ์ที่เกิดจากมือที่สาม ซึ่งยากต่อการควบคุม และคาดเดาถึงความรุนแรง ความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งทำให้ทุกฝ่ายในบ้านเมืองที่รับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยกังวล เพราะไม่ต้องการให้ซ้ำรอยที่เกิดขึ้นในอดีต ที่ต้องใช้วิธีการปกติ เข้าแก้ไขสถานการณ์ และนั่นจึงกลายเป็นบทวิเคราะห์และกระแสเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น

การประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีเหล่าทัพเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม ก็ได้ประชุมปรึกษาหารือเพื่อหาข้อมูล และตรวจสอบข่าวสารการเคลื่อนไหวของทุกกลุ่ม เพื่อที่จะหามาตรการและแผนงานในการป้องปราม ป้องกัน ไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือเกิดการเผชิญหน้า รวมไปถึงการรักษาความปลอดภัยประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุม พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร ในการดูแลรักษาความปลอดภัยในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาอยู่ตลอด

นั่นเป็นส่วนหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า กองทัพไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ถือเป็นภาระหน้าที่ตามกฎหมาย ในฐานะกลไกของรัฐ ที่เมื่อเกิดเหตุความวุ่นวาย ก็ต้องการเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ ไม่เลือกใช้วิธีการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะจะเป็นจุดให้เกิดการโจมตี และกระทบชิ่งไปยังสถาบันเบื้องสูง ซึ่งจะยิ่งเข้าทาง ของกลุ่มที่ต้องการล้มรัฐบาล และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของรัฐ จึงเป็นเหตุผลที่กองทัพจะไม่เลือกใช้วิธีการรัฐประหาร ในการสร้างน้ำหนัก ให้กลุ่มที่ต่อต้านแน่นอน

การบังคับใช้กฎหมาย กรอบกติกา ที่ได้เริ่มทยอยใช้กับกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่ชุมนุมในขณะนี้ ฝ่ายความมั่นคงมีความมุ่งหวังที่จะใช้เป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติใช้กับกลุ่มมวลชนอื่น โดยเฉพาะคนเสื้อเหลืองที่จะนัดดีเดย์ชุมนุมกันในไม่ช้า อย่างน้อยเพื่อให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่มีน้ำหนัก พร้อมให้คนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้ทำทุกอย่างอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีความหนักเบาตามสถานการณ์ ลดการโจมตีว่าเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะกองทัพ ปฏิบัติกับคนในชาติอย่างสองมาตรฐาน

ซึ่งภาระหน้าที่ตรงนี้ถือว่ามีความหนักอึ้ง และเป็นสิ่งที่ผู้นำกองทัพปฏิเสธไม่ได้ แม้ในบางครั้งจะมีความรู้สึกเครียด ที่กำลังพลของกองทัพต้องรับมือกับปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของทหาร ทั้งการรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน การป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามหลายด้าน เช่น การปราบปรามยาเสพติด การดูแลรักษาพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปกป้องสถาบันหลักของชาติ ยังต้องมีภารกิจนอกเหนือจากนั้นคือ การช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และน้ำท่วม

หวังว่า ทุกฝ่ายในสังคมมีส่วนลดเงื่อนไขให้กองทัพออกมาปฏิวัติรัฐประหาร เพราะผู้นำเหล่าทัพในปัจจุบันไม่ต้องการใช้แนวทางดังกล่าวแก้ไขปัญหา แต่ได้ใช้การเตรียมการ การหามาตรการแนวทางเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือความวุ่นวายเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ส่วนกลุ่มที่ต้องการให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะต้องการส่วนแบ่งทางอำนาจหลังการจัดระเบียบใหม่นั้น สังคมต้องตรวจสอบและชี้ให้เห็นถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว พร้อมทั้งไม่เดินไปสู่หลุมพรางนั้น ในวันนี้กองทัพจึงถือว่ามีงานที่รุมเร้า อันถือเป็นงานท้าทาย การมีอยู่ของกองทัพ อันมีความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นเดิมพัน

ก็ผ่านไปแล้วสำหรับยกที่ 1 ศึกแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา ซึ่งฝ่ายรัฐบาลชนะ เลือกตั้งแบบวันแมนวันโหวต ส.ส.พรรคเพื่อไทยก็อภิปรายด่าๆ ไปยังงั้น ความจริงก็ชอบ และเคยชนะถล่มทลายได้ ส.ส.เข้ามามากที่สุดก็เลือกแบบวันแมนวันโหวตนี่แหละที่เจ็บเหลือเกินผมว่าคือ พันธมิตรฯคนน้อย จนไร้พลัง แล้วทีนี้ พล.ต.จำลอง ประกาศปาวๆ จะนำพันธมิตรฯ มาชุมนุมอีก 11 ธ.ค.2553 เพื่อต่อต้านการที่รัฐสภารับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือเจบีพี ที่ยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน ซึ่งรัฐสภาให้ตั้งกรรมาธิการร่วมพิจารณาอีกทีใน 30 วัน ก็จะครบ 11 ธ.ค.แล้วจะมาชุมนุมเพื่ออะไร ประท้วงใคร เพราะสภาฯ ปิดแล้วในวันที่ 29 พ.ย.2553และท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ก็ประกาศไม้เด็ดออกมาแล้ว จะไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญการไม่เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญทำให้ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์เป็นต่อทุกขุม พันธมิตรฯที่จะมาชุมนุม 11 ธ.ค.2553 ซึ่งนอกจากผู้คนเหือดแห้งแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะฟัง และไม่รู้จะกดดันนายกฯ อภิสิทธิ์ได้อย่างไร เพราะสภาฯ ปิด ไม่มีวิสามัญ เรื่องเจบีพีก็ยังไม่ได้เข้ารัฐสภาอีก

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ก็วางแผนไว้ว่า จะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อเตะตัดขาไม่ให้นายกฯ อภิสิทธิ์ยุบสภาฯ ก็แผนแป้กเกมไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทยไม่น่าตื่นเต้น ล้มอภิสิทธิ์ไม่ได้ เพราะนายกฯ พูดเก่งกว่าทีนี้ก็มาพิจารณาฝ่ายพันธมิตรฯ ซึ่งแม้คนน้อยแต่ก็ยังน่าสนใจอยู่ เพราะคุณจตุพร พรหมพันธุ์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า พันธมิตรฯ ได้ร่วมกับทหารกลุ่มหนึ่ง จะชูกรณีปราสาทพระวิหาร และเจบีพี มาสร้างกระแสชาตินิยม ออกมาประท้วงและจะทำให้เกิดสถานการณ์รัฐบาลคุมเกมไม่อยู่ แล้วจะมีทหารกลุ่มหนึ่งออกมารัฐประหารแล้วท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ก็สนับสนุนจตุพรด้วยการพูดในที่ประชุมพรรค ปชป.เมื่อ 15 พ.ย.2553 ว่า คนที่แอบอิงอยู่กับพันธมิตรฯ อยากให้ทหารปฏิวัติ

ผมก็ฝังใจประเด็นนี้ครับ คือผมเชื่อว่า พันธมิตรฯ ทำได้ และผมก็เชื่อว่าคนที่แอบอิงอยู่กับพันธมิตรฯ ทำได้ เพราะเคยทำสำเร็จมาแล้วเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 สร้างสถานการณ์ว่าจะปะทะกับกองเชียร์นายกฯ ทักษิณด้วยอาวุธในวันที่ 20 ก.ย.2549 แล้ว พล.อ.สนธิก็ออกมายึดเมื่อหัวค่ำ 19 ก.ย. อ้างว่าไม่อยากให้คนไทยตีกัน ประเทศไทย สถานการณ์รัฐประหาร…คนที่เป็นมืออาชีพสร้างได้ครับ

เครื่องยนต์ก็เหมือนกับประเทศ ทุกชิ้นส่วนต้องประสานกลมเกลี่ยวกัน แบ่งแยกหน้าที่แต่เกื้อกูลกัน ฟันเฟื่องตัวใหญ่ต้องหมุนช้า ในขณะที่ฟันเฟืองตัวเล็กกว่า จะต้องหมุนเร็ว จึงจะสร้างพลังที่แกนส่งกำลังได้สมบูรณ์เต็มที่ เครื่องยนต์เป็นเช่นไร ประเทศไทยก็เป็นเช่นนั้นตาต่อตา คือการเผชิญหน้า ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเผชิญหน้าต้องถูกขจัดไม่ใช่จัดให้ ตาต่อตา คือการไม่ลดราวาศอก ที่ต้องทำคือการผ่อนปรน ผู้แสวงหาประโยชน์จากความแตกแยกผู้ยั่งยืนอยู่บนความล่มสลาย จะต้องตามได้ไล่ทัน ส่งตัวมันเข้าไปสู่การจองจำหรือปลิดทำลาย ทำเช่นนั้นได้แผ่นดินก็สว่างไสว กลับมารักใคร่ พึงพาอาศัยกันดังเก่า จะเป็นเช่นนั้นได้ หัวใจที่หวาดระแวงระหว่างกันจะต้องถูกบำบัด

ในสมัยนี้ คงไม่มีพระอินทร์แปลงกายมาบอกนักการเมือง ให้เห็นโทษของการเมาอำนาจ เว้นเสียแต่ประชาชนจะเรียกร้องกันเอาเอง เพราะถ้าทำไม่ได้ภัยและทุกข์จะตกมาสู่บ้านเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งจะหวังให้นักการเมืองที่เมาอำนาจ กลับตัวกลับใจ คงต้องรอให้เจอพระอินทร์มาโปรด ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ถ้าบ้านเมืองถูกปกครองโดยนักการเมือง ที่เมาอำนาจเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ความทุกข์ ความยากก็จะทวีคูณ แม้แต่ชีวิตก็อาจจะสูญสิ้น กลางลานวัด กลางท้องถนน โดยไร้ขื่อแป ที่จะมาปกป้อง นรกบนดิน จะคงอยู่ต่อไป เมื่อประชาธิปไตยไม่เบ่งบาน นักการเมืองที่ตั้งกลุ่ม ตั้งก๊วน ยักยอก ฉ้อฉล อำนาจไปจากมือประชาชน ก็คงจะหยิบยื่นความเจ็บ ความตาย มาสู่ผู้ที่เรียกร้องขัดขวาง

การเผชิญหน้าของคนสองสี สองอุดมการณ์ทางการเมือง แต่คราวนี้ แดง และ เหลือง กลับมีเป้าเดียวกันนั่นคือ ไม่เอารัฐบาลอภิสิทธิ์!

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com