พัทยาเดลีนิวส์

24 เมษายน 2553 :: 16:04:44 pm 15890

แดงโต้ยิงm79 นักข่าวช่อง 3 จอมทวีตโดนต้นสังกัดแบน

นปช. แถลงโต้ ดีเอสไอ ระบุ เท็จ เมธียึดปืนมายิงทหาร ผู้ว่ากทม.เชื่อว่าน่าจะยิงจากที่สูง ครอบครัวเหยื่อเหตุการณ์ 10 เม.ย.โผล่ยืนยันไม่มีใครจ้างมาร่วมชุมนุม เผยคลิปอ้างทหารจ่อยิงคนเสื้อแดง ตร.แฉถูกทหารเอาปืนจ่อหัวขณะตามจับม็อบหลากสีปาระเบิดเพลิง นักข่าวสาวช่อง 3 ทวีตในเน็ตยันมีเหตุการณ์นี้โดนต้นสังกัดสั่งแบน ไม่ให้รายงานข่าว
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (24 เม.ย. 53) นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำ นปช. แถลงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกมาระบุว่า นายเมธี อมรวุฒิกุล ให้การรับสารภาพ ว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ได้นำปืนที่ผู้ชุมนุมยึดมาจากทหาร นำกลับไปยิงทหารที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยานั้น ขอยืนยันว่า เป็นความเท็จ เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น เมื่อตนไปถึงสะพานผ่านฟ้าฯ ได้ให้แกนนำที่นั่นสรุปเหตุการณ์ให้ฟัง ก่อนที่จะขึ้นเวทีประกาศขอให้คนมีอำนาจสั่งการติดต่อมา เพื่อหารือให้หยุดยิง จากนั้น นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ก็ติดต่อมา และได้มีการหยุดยิง ก่อนจะนำปืนที่ยึดมาจากทหารทั้งหมดมาแสดงบนเวที ซึ่งขัดกับที่ดีเอสไอบอกว่า นายเมธี ให้การ เพราะจะมาเอาปืนจากเวทีไปยิงไม่ได้ ตอนนั้นมีการหยุดยิงไปแล้ว การยิงกันที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยานั้น ยิงกันก่อนที่จะมีการนำปืนมาแสดง

พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 กล่าวถึงเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามเอ็ม 79 ยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณแยกศาลาแดงเมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมาดูแลคดีนี้แล้ว มีพ.ต.อ.อุดม สุวรรณเวชทิพย์ รอง ผบก.น.เป็นหัวหน้า เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีการสรุปว่ามีการใช้อาวุธเอ็ม 79 ยิงมาจากจุดไหน ต้องรอประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจพิสูจน์ก่อน ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าพล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนของนครบาลออกสืบสวนหาข่าวในเรื่องนี้แล้ว

บรรยากาศการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ราชประสงค์ ในช่วงเช้า มีฝนตกลงมาค่อนข้างหนัก ทำให้ผู้ชุมนุมบางตากว่าปกติ โดยบางส่วนจะหลบอยู่ตามชายคาอาคาร และบางส่วนยังคงปักหลักอยู่หน้าเวทีฟังการปราศรัยของแกนนำ ซึ่งยังคงมีการวางกำลังทั้ง 6 จุด อย่างเข้มงวด แต่บรรยากาศตรึงเครียดน้อยกว่าที่ผ่านมา ต่อมา นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. นำคลิปวีดีโอตอนหนึ่งที่ทหารกำลังทุบตีคนเสื้อแดงมาเปิดเผย โดยบอกว่า หลังจากดูอย่างละเอียดจะพบว่า ไม่ได้มีเพียงการทุบตีเท่านั้น แต่ยังมีทหารคนหนึ่งไม่ได้ใส่หมวก ชักปืนสั้นออกมายิงใส่คนเสื้อแดงในระยะประชั้นชิดด้วย ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ตอนแรกที่ได้เห็นภาพในคลิปนี้ เราได้พยายามประกาศหาตัวชายคนที่ถูกทหารทุบตีทำร้าย แต่ก็ไม่มีใครมาแสดงตัว ก็แปลกใจ จนวันนี้เมื่อได้ดูภาพอย่างละเอียดก็เข้าใจแล้ว เมื่อเห็นมีการลั่นกระสุนใส่คนเสื้อแดงที่โดนทุบตี ซึ่งไม่แน่ใจว่าชะตากรรมของคนเสื้อแดงคนนั้นจะเป็นอย่างไร

ต่อมาเวลา 11.00 น. แกนนำ นปช.ได้ร่วมกันแถลงข่าวด้านหลังเวที โดยได้พาครอบครัว นายวสันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี พนักงานร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งมีภาพอยู่ในคลิปวีดีโอ ว่า ถูกยิงที่ศรีษะขณะถือธง มาแถลงข่าวด้วย โดย นายกลั่น เทียนยิ้ม กล่าวว่า ครอบครัวของตนไม่มีใครจ้าง เต็มใจมาเรียกร้องตามสิทธิ ไม่ได้กดดันใคร โดยในวันเกิดเหตุตน และน้องเขยได้เดินทางเข้าชุมนุมตามปกติที่เวทีราชประสงค์ และต่อมาเมื่อแกนนำขอกำลังไปสมทบที่สะพานผ่านฟ้าฯ ก็ได้ร่วมไปด้วย ตน และนายวสันต์ เจอแก๊สน้ำตาจนต้องแยกย้ายกันไปคนละทาง มาทราบข่าวอีกครั้งน้องเขยก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว

รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่ามีนายตำรวจถูกทหารใช้ปืนจ่อศีรษะระหว่างติดตามเข้าจับกุมบุคคลที่สร้างความวุ่นวายในบริเวณแยกศาลาแดง ถนนสีลม เมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา นายตำรวจรายนี้ชื่อ พ.ต.ท.ไกรสีห์ สุวรรณงาม รอง ผกก.ป.สน.พระโขนง ซึ่งในคืนที่เกิดเหตุ พ.ต.ท. ไกรสีห์ได้รับคำสั่งให้มากำกับดูแลกองร้อยควบคุมฝูงชน (ปจ.) เพื่อป้องกันการปะทะระหว่างกลุ่มคนหลากสีกับกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งต่อมาช่วงกลางคืน กลุ่มคนเสื้อหลากสีพยายามใช้เศษวัสดุขว้างปาใส่กลุ่มคนเสื้อแดง แต่เนื่องจากตำรวจตั้งแนวกันการปะทะอยู่ระหว่างกลุ่มคนทั้งสองฝ่าย ทำให้วัสดุต่างๆ ที่ขว้างปา ตกใส่ตำรวจเป็นส่วนใหญ่

รายงานข่าวแจ้งว่าพ.ต.ท.ไกรสีห์ ซึ่ง ควบคุมการปฏิบัติอยู่สังเกตเห็นบุคคลที่ใช้สิ่งของและระเบิดเพลิงปาใส่กลุ่มเสื้อแดง จึงพยายามเข้าจับกุม เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น กลุ่มคนดังกล่าววิ่งหลบหนีเข้าไปในแนวของทหารที่อยู่ด้านหลังกลุ่มคนสีลม พ.ต.ท.ไกรสีห์วิ่งติดตามเข้าไป แต่ถูกทหารที่ถือปืนเอ็ม 16 กั้นไม่ยอมให้เข้าจับกุม แต่พ.ต.ท.ไกรสีห์แหวกทหารแนวแรกเข้าไป จนเมื่อมาถึงด้านหลังแนวทหาร ได้มีนายทหารสัญญาบัตร สวมหมวกและแว่นตากันสะเก็ดระเบิด ตรงเข้ามาประชิดตัวแล้วชักปืนพกสั้นออกมาจ่อศีรษะพ.ต.ท.ไกรสีห์ พร้อมกับบอกว่า ให้ตำรวจถอยออกไป อย่ามายุ่งกับคนเหล่านี้ เพราะเป็นมวลชนของฝ่ายทหาร พ.ต.ท.ไกรสีห์จึงแจ้งว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ก่อเหตุใช้สิ่งของขว้างปา จำเป็นต้องขอเข้าจับกุมมาสอบสวน แต่นายทหารนายดังกล่าวปฏิเสธ พ.ต.ท.ไกรสีห์และตำรวจที่ติดตามเข้าไปทั้งหมด จึงต้องถอนกำลังกลับออกมาเพื่อไม่ต้องการมีปัญหากับฝ่ายทหาร

ทางด้าน น.ส.ฐปนีย์ ผู้สื่อข่าวสาว สังกัดสถานีโทรทัศน์สี ช่อง 3 ออกแถลงการณ์ สรุปได้ว่า ” ดิฉันไม่เคยรายงานข่าวว่าทหารเป็นผู้สร้างสถานการณ์ให้เกิดระเบิดเอ็ม 79 บริเวณย่านสีลมเมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. และไม่เคยรายงานกล่าวหาประชาชนชาวสีลม หรือประชาชนกลุ่มเสื้อหลากสีว่ายั่วยุให้เกิดความรุนแรงโดยใช้ระเบิดขวด สิ่งเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้จากข้อความในทวิตเตอร์ของดิฉัน ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นความเข้าใจผิดในการส่งต่อข้อความจากทวิตเตอร์ไปในแหล่งอื่น ๆ ทางอินเตอร์เน็ตจนเกิดความเข้าใจต่อสถานการณ์คลาดเคลื่อน และการรายงานข่าวในทวิตเตอร์เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่เสนอข่าวของช่อง 3 เป็นการรายงานสถานการณ์สดผ่านมือถือส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้ดำเนินการเป็นธุรกิจหรือเพื่อประโยชน์ของใคร ”

” ยืนยันว่าด้วยเกียรติของการทำหน้าที่สื่อมวล ชนมา 10 ปี ไม่เคยคิดร้ายกับประเทศชาติ และเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง ไม่เคยคิดยั่วยุให้เกิดความรุนแรงหรือซ้ำเติมสถานการณ์ของประเทศ ทำงานโดยยึดหลักของความรับผิดชอบ และจรรยาบรรณในวิชาชีพสื่อ มวลชนอย่างดีที่สุด ทั้งการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริง การเสนอข่าวอย่างรอบด้าน เป็นกลาง และไม่กล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน หากข้อความใดทำให้ผู้อื่นเสียหายก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี่ แต่ยืนยันว่าทุกคำพูดผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอไปสู่สาธารณะ โดยทุกคนที่กล่าวอ้างมีตัวตนเอง ซึ่งได้ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อสิ่งพิมพ์หลายสำนักและผู้สื่อข่าวที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วย รวมทั้งได้รายงานไปตามสถานการณ์ที่เห็นจริง ไม่ได้แต่งเติมข้อความใด ๆ จึงขอให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณในการติดตามข้อมูลให้ครบถ้วน โดยเฉพาะกรณีข่าวระหว่างตำรวจกับทหารเป็นข้อเท็จจริงที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว ซึ่งดิฉันเองก็พร้อมรับผิดชอบกับการทำหน้าที่ครั้งนี้ ”

รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทางผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ได้เรียก น.ส.ฐปนีย์เข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงถึงกรณีที่ โพสต์เหตุการณ์ทหารใช้ปืนจ่อหัวตำรวจ จากนั้นจึงมีคำสั่งไม่ให้น.ส.ฐปณีย์เข้าไปทำข่าว และให้หยุดการรายงานข่าวในพื้นที่ชุมนุมไว้ก่อน โดยให้เหตุผลว่าเกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัย เนื่อง จากขณะนี้สังคมมีความเห็นที่ขัดแย้งมาก นอกจากนี้ยังขอให้ลบข้อความดังกล่าวที่โพสต์ลงในทวิตเตอร์ทิ้งและขอให้หยุดการใช้ทวิตเตอร์ทั้งหมด

ทวิตเตอร์ของ น.ส.ฐปนีย์ ผู้สื่อข่าวสังกัดสถานีโทรทัศน์สี ช่อง 3

ที่มา : ข่าวสด , เดลินิวส์    ภาพ : มติชน , ไทยรัฐ

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

7