พัทยาเดลีนิวส์

16 มกราคม 2557 :: 15:01:39 pm 123533

แท็กซี่เถื่อน ทะเลาะกันเองยกพวกเตรียมถล่มกัน

แท็กซี่พัทยา พฤติกรรมเถื่อนคล้ายมาเฟีย ทะเลาะกันเองยกพวกมาเตรียมถล่มกัน โชคดีตำรวจระงับเหตุทัน พร้อมตรวจยึดอาวุธปืน - กระสุนไว้ได้
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันนี้ (16 ม.ค.56) เมื่อเวลา 00.30 น. ร.ต.อ.วิษณุ ไชยสุวรรณ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ากลุ่มแท็กซี่โลมาพัทยาก่อเหตุทะเลาะวิวาทและมีการใช้อาวุธปืนยิงกันอยู่ที่บริเวณหน้าโรงแรมหรูชื่อดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนเขาพระตำหนัก ย่านพัทยาใต้ ม10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังตำรวจและอาสาสมัคร อปพร.เมืองพัทยา จำนวนหนึ่งไปตรวจสอบทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบกลุ่มชายไทยมีอาชีพขับรถสหกรณ์แท็กซี่โลมาพัทยาจำกัด ซึ่งมาจอดรถแท็กซี่ตั้งจุดบริการรอรับลูกค้าอยู่ที่บริเวณริมถนนด้านหน้าโรงแรมหรูดังกล่าวจำนวนหลายคัน ยืนจับกลุ่มโต้เถียงทะเลาะวิวาทกันอยู่กลางถนนข้างๆ รถทั้งๆ ที่ทั้งสองฝ่ายนั้นอาชีพเดียวกันและยังมีการโทรตามพรรคพวกของแต่ละฝ่ายมายังที่เกิดเหตุเพื่อเตรียมก่อเหตุกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเข้าทำการระงับเหตุเนื่องจากกลัวว่าทั้งสองฝ่ายจะทำร้ายกันและได้รับแจ้งว่ามีการใช้อาวุธปืนยิงกันก่อนหน้าที่ตำรวจจะมาระงับเหตุอีกด้วย เมื่อตำรวจเข้าระงับเหตุไว้ได้ก็ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นก็ทราบว่าเป็นการทะเลาะกันระหว่าง นายกีรติ สุดสวาท หรือตั้ม อายุ 24 ปี กับ นายวีระศักดิ์ เกิดผล หรือกรุง อายุ 36 ปีและทั้งสองฝ่ายก็แจ้งว่าจะตกลงเคลียร์ปัญหากันเอง พร้อมกับอ้างว่าไม่มีการใช้อาวุธปืนยิงแต่อย่างใด และในระหว่างที่ตำรวจกำลังทำการสอบปากคำคู่กรณีที่ชกต่อยกันและสาเหตุที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ฝ่ายพรรคพวกของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายนั้นมีการยกพรรคพวกซึ่งมีทั้งนายทหารยศผู้การชื่อดังคนหนึ่ง พร้อมกับลูกน้องแต่งกายในเครื่องแบบทหาร สห. มายังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเคลียร์ให้กับพรรคพวกส่วนอีกฝ่ายนั้นก็ยกพรรคพวกมาเผชิญหน้ากันจนมีการโต้เถียงจนชุลมุนแต่ก็ไม่มีเหตุการณ์บานปลายรุนแรงเนื่องจากตำรวจคุมสถานการณ์ไว้ได้

pdn3 pdn4

จากนั้นตำรวจได้ขอตรวจค้นรถแท็กซี่ที่จอดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุเพื่อหาสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธปืน เนื่องจากมีการแจ้งว่าในระหว่างคู่กรณีทะเลาะชกต่อยกันนั้นได้มีการใช้อาวุธปืนยิงกันขึ้นด้วยแต่สอบถามแล้วทั้งสองฝ่ายนั้นไม่มีใครยอมรับว่ามีการใช้ปืนแต่อย่างใด ตำรวจจึงตรวจค้นดูรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ทีละคันแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายภายในรถแท็กซี่ แต่เมื่อตำรวจตรวจสอบบริเวณกระท่อมที่พักใกล้เคียงจุดจอดรถแท็กซี่นั้นก็พบว่ามีการนำอาวุธปืน พกสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อ ซิกซาวเออร์ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอกพร้อมแม็กกาซีนจำนวน 2 แม็ก บรรจุกระสุนปืนเต็มแม็กกาซีน นับรวมได้จำนวน 26 นัด ซ่อนอยู่ภายในกระท่อมดังกล่าว ตำรวจจึงยึดไว้เป็นหลักฐานและทำการสอบถามว่าใครเป็นเจ้าของอาวุธปืนดังกล่าวแต่ก็ยังไม่มีใครแสดงตัวยอมรับเป็นเจ้าของอาวุธปืน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งว่าหากเจ้าของปืนนั้นไม่แสดงตัวยอมรับก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและต้องเสนอผู้บังคับบัญชาฝ่ายเกี่ยวข้องให้ดำเนินการ จัดการกับกลุ่มแท็กซี่บริเวณดังกล่าวนี้เนื่องจากเข้าข่ายเป็นกลุ่มแท็กซี่มาเฟียทำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาให้เสียหาย

จากนั้นจึงควบคุมตัวนายกีรติ หรือตั้ม และ นายวีระศักดิ์ หรือกรุง คู่กรณีที่ก่อเหตุไปทำการสอบปากคำและตรวจสอบประวัติที่โรงพัก พร้อมกันนี้ยังได้ควบคุมตัว ชายคนหนึ่ง(ขอสงวนชื่อ) ซึ่งทราบว่ามีตำแหน่งเป็นรองประธานกลุ่มแท็กซี่ดังกล่าวมาโรงพักด้วยเนื่องจากทราบว่าเป็นผู้นำอาวุธปืนดังกล่าวมาและนำไปซ่อนไว้ที่กระท่อมในระหว่างเกิดเรื่อง และเมื่อทำการสอบสวนชายดังกล่าวก็ให้การแบบกึ่งยอมรับกึ่งปฏิเสธว่าเป็นเจ้าของอาวุธปืน โดยอ้างว่านำอาวุธปืนดังกล่าวมาจริงแต่ปืนไม่ได้อยู่ที่ตนในขณะตำรวจตรวจพบ ยอมรับแค่เพียงว่าทราบว่าเจ้าของอาวุธปืนเป็นน้องเขยซึ่งเป็นตำรวจให้นำมาพกไว้ป้องกันตัวเท่านั้น และแจ้งว่าส่วนตัวแล้วไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคู่กรณีที่ต่อยกันแต่เพราะทำงานขับรถแท็กซี่ด้วยกันจึงต้องช่วยเคลียร์ให้น้องๆ ทำให้ต้องมาซวยถูกจับกุมมาด้วย อย่างไรก็ตามตำรวจก็เชื่อว่าชายดังกล่าวน่าจะพกอาวุธปืนติดตัวมาเพื่อใช้หากเกิดเหตุรุนแรงระหว่างพรรคพวกของทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอนแต่โชคดีที่ตำรวจเข้าระงับเหตุได้ทันเสียก่อน และทราบว่ากลุ่มแท็กซี่บริเวณดังกล่าวนี้มีเรื่องทะเลาะกันเองบ่อยครั้งเพราะมีการแยกฝ่ายแยกพวกกันและยังมีการขับรถแย่งลูกค้ากันเองด้วย จนทำให้เป็นที่วิพากย์วิจารณ์จากประชาชน ผู้ประกอบการโรงแรมรวมถึงนักท่องเที่ยวว่ากลุ่มแท็กซี่กลุ่มนี้ทำตัวเป็นมาเฟีย

pdn5 pdn6

ซึ่งในเบื้องต้นนั้นตำรวจได้ทำการยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่พบพร้อมกับลงบันทึกประจำวันแจ้งข้อหาไว้ก่อนว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืน,เครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนชายดังกล่าวที่ยังกึ่งรับกึ่งปฏิเสธนั้นตำรวจก็ได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com