พัทยาเดลีนิวส์

18 มกราคม 2560 :: 05:01:41 am 202887

แม่ทัพน้อยที่ 1 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก

แม่ทัพน้อยที่ 1 นำกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ลงพื้นที่เมืองพัทยา รับฟังปัญหากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ย้ำการทำงานขับเคลื่อนโรดแมปของรัฐบาล คสช. เน้นสร้างความสมานฉันท์ซึ่งจะเกิดได้จากการบูรณาการทำงานร่วมกัน
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 17 ม.ค.60 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พลโท กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพน้อยที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคที่ 1 พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานพร้อมรับทราบปัญหาข้อขัดข้องและรับฟังข้อเสนอแนะของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกลุ่มภาคตะวันออก โดยมี พลตรี เอกรัตน์ ช้างแก้ว เสนาธิการแม่ทัพน้อยที่ 1 เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 1 พ.อ.ธัชพล เปี่ยมวุฒิ ผอ.กนผ.กอ.รมน.ภาค 1 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี นายเชาวลิตร แสงอุทัย รอง ผวจ.ชลบุรี นายชนัฐพงศ์ ศรีวิเศษ ปลัดเมืองพัทยา ปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยผู้แทนจังหวัดกลุ่มภาคตะวันออก และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

 

สำหรับการบรรยายสรุปภาพรวมของภาคตะวันออกมีพื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 1.7 หมื่น ตร.ม. มีประชากรรวมกว่า 2 ล้านคน มีประชากรแฝงฝนจังหวัดชลบุรีกว่า 1.2 ล้านคน และประชากรแฝงในจังหวัดระยองกว่า 6 แสนคน ส่วนจังหวัดจันทบุรีและตราดมีประชากรแฝงจำนวนไม่มาก ภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคเชื่อมต่อประเทศอินโดจีนใต้ มีการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญคือท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีการคมนาคมทางอากาศที่สำคัญคือสนามบินอู่ตะเภา และการคมนาคมทางรางจากกรุงเทพถึงพลูตาหลวงและมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีโรงงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 8,600 แห่ง การลงทุนในภูมิภาครวม 1.4 ล้านล้านบาท การลงทุนภาคการเกษตร 1.7 แสนล้านบาท และมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 20 ล้านล้านบาทต่อปี

 

สำหรับปัญหาในภูมิภาคปัญหาหลักคือเรื่องการคมนาคมที่ขาดการคล่องตัว ส่งผลให้การเดินทางเข้าท่าเทียบเรือแหลมฉบังติดขัด ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าส่งออก สำหรับแนวทางการแก้ไขควรให้มีการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเพื่อแบ่งเบาภาระการเดินทางและการขนส่งดังกล่าว ในส่วนของปัญหาด้านการเกษตรพบว่าไม่มีตลาดกลาง ประกอบกับเกษตรกรขาดความรู้และไม่มีอำนาจการต่อรอง ส่วนปัญหาทางด้านสังคมพบว่ามีปัญหาในเรื่องของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ปัญหาการว่างงาน ค้ามนุษย์ สิ่งแวดล้อม ยาเสพติดและอาชญากรรม ในส่วนของปัญหาหารจัดขยะพบว่ายังเป็นการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลเทกองและไม่ฝังกลบเป็นส่วนใหญ่ ส่วนปัญหาแนวชายแดนพบในเรื่องของเขตแดนที่ไม่แน่นอน

 

03 04

 

ในส่วนของเมืองพัทยาได้ดำเนินการตามคำสั่ง คสช. ที่มีนโยบายการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล 16 ประเภท โดยได้ดำเนินการในส่วนของการจัดระเบียบท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) เพื่อรองรับงานแสดงทางเรือนานาชาติ จนเกิดผลเป็นรูปธรรม หลังจากกลุ่มผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวยึดพื้นที่ดังกล่าวเพื่อจอดเรือมาเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้สามารถทวงคืนพื้นที่สาธารณะคืนสู่สังคมได้สำเร็จ

 

พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพน้อยที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 กล่าวว่าหลังจากรับทราบข้อมูลทั้งหมดแล้วจะได้นำเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรีตามลำดับ ทั้งนี้ขอให้ทุกภาคส่วนดำเนินการการทำงานแบบบูรณาการร่วมให้เป็นเรื่องหลัก ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทหาร ตำรวจและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละพื้นที่และรับทราบปัญหาของพื้นที่ตนเองเป็นอย่างดี โดยพิจารณาความเหมาะสมในเรื่องการใช้กำลังบุคคลากรอย่างรอบคอบ ซึ่งจำเป็นต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันในการทำงาน อันจะนำพาประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติ

 

ในส่วนของงานด้านการข่าว ถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมาก โดยให้มีการจัดตั้งเครือข่ายข่าวให้ครอบคลุมที่แม่นยำ ถูกต้องและทันเวลา เพื่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์และสะดวกต่อการทำงาน นอกจากนี้ในแต่ละพื้นที่ต้องปลูกฝังประชาชนให้ตระหนักถึงความสามัคคีและให้มีจิตสำนึกรักแผ่นดินและประเทศชาติ พร้อมช่วยเหลืองานเจ้าหน้าที่ ซึ่งการปฏิบัติงานต่างๆ ต้องอาศัยพลังความร่วมมือของมวลชน โดยดำเนินการกลุ่มควบคุมกลุ่มย่อย เพื่อดูแลปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งเรื่อง ยาเสพติด การเข้าเมือง และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างการทำงานศูนย์ประสานงานทัพภาค 1 ร่วมกับกลุ่มกองอำนวยกรรักษาความความมั่นคงภายในของแต่ละจังหวัดให้สอดคล้องกัน

 

05 06

 

จากนั้น พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพน้อยที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการจัดระเบียบท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พร้อมรับฟังข้อมูลนำเสนอเรื่องการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวจา ทั้งในส่วนของลานกิจกรรม ลานพักผ่อน ที่จะตกแต่งด้วยต้นไม้ของพระราชาหรือต้นราชพฤกษ์ และทางเดินเลียบทะเลที่จะมีการตกแต่งเป็นประติมากรรมวรรณกรรมพระมหาชนก พร้อมพื้นที่ช่องการจราจรสำหรับจักรยาน รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 19 ไร่ ด้วยงบประมาณ 97 ล้าน เพื่อรับทราบข้อมูลการดำเนินการก่อนเดินทางกลับโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ

Reporter : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Photo : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com