พัทยาเดลีนิวส์

04 มิถุนายน 2558 :: 08:06:26 am 165202

แม่นมใจบุญ ร้อง ศูนย์ดำรงธรรม หลังถูกลูกเลี้ยง วัย 36 ขู่ฆ่า

หญิงชราใจบุญ สวมวิญญาณแม่นม รับฝากเลี้ยงเด็กน้อยแรกเกิดเสมือนลูกนาน 36 ปี สุดท้ายกลับแสดงความก้าวร้าว ทำร้ายร่างกาย ขู่ฆ่า ตัดสินใจตัดขาดสัมพันธ์ เข้าร้อง ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอสัตหีบ วอนพ่อในไส้มารับไปเลี้ยงดู
สนใจโฆษณา

สัตหีบ – (3 มิ.ย.58) นางบุญศรี เชิงลอย อายุ 73 ปี อาชีพรับเลี้ยงเด็ก พร้อมด้วย น.ส.ศิริจันทร์ เชิงลอย อายุ 45 ปี บุตรสาว ได้เข้าร้องทุกข์ต่อ ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมยื่นหนังสือต่อ นายอภิชาติ จันทร์แจ่ม ปลัดอำเภอฝ่ายอำนวยความเป็นธรรม ให้ช่วยเหลือติดตามตัว นายเดวิทย์ เหลืองอ่อน อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96/10 ซอยจามจุรี ม.6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มารับตัว นายอนุรักษ์ เหลืองอ่อน อายุ 36 ปี บุตรชายที่นำมาฝากเลี้ยงไว้ตั้งแต่แรกเกิด

 

นางบุญศรี กล่าวว่า เดิมตนมีอาชีพรับเลี้ยงเด็ก กระทั่งเมื่อปี 2522 หรือเมื่อ 36 ปีที่แล้ว นายเดวิทย์ ได้นำลูกชายที่เพิ่งเกิดมาเพียงไม่กี่วันมาฝากเลี้ยงไว้กับตน ด้วยเงินค่าจ้างขณะนั้นเพียงเดือนละ 400 บาท ด้วยความที่เป็นคนรักเด็ก จึงได้ชุบเลี้ยงเด็กคนนี้เสมือนลูกตัวเองมาจนโต เมื่อเด็กเริ่มพูดจารู้เรื่องก็ได้ติดต่อไปทางพ่อให้มารับกลับไปเลี้ยงดู แต่ก็ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด ไม่ได้มาหา หรือเอาใจใส่อะไรมาก ส่งเสียให้เพียงเงินค่าจ้างเลี้ยง หายารักษาพยาบาล และเสื้อผ้าเพียงเท่านั้น ด้วยความสงสารจึงได้ชุบเลี้ยงเด็กมานานถึง 36 ปี ก่อนจะปรับขึ้นเงินให้เดือนละ 1,500 บาท เมื่อ 2 เดือนก่อน พร้อมให้ใช้สิทธิบัตร 30 บาท ในการดูแลรักษาสุขภาพ

 

003 004

 

กระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เด็กเหมือนขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ที่แท้จริง เริ่มก้าวร้าว พูดจาหยาบคาย ล่าสุด ได้ทำร้ายร่างกาย และขู่จะฆ่าคนในบ้าน ซึ่งตนไม่ทราบว่าเกิดจากอุบัติเหตุทางรถที่กระทบกระเทือนทางสมองหรือไม่ ทุกคนในครอบครัวซึ่งมีสามีที่พิการ บุตรสาว และตนที่ชราลงมากต่างต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว จึงได้ติดต่อให้ นายเดวิทย์ มารับลูกไปเลี้ยงดู แต่ได้รับการปฏิเสธแบบไม่ไยดี โทรศัพท์ไปก็เปลี่ยนเบอร์ ไปหาก็บอกย้ายออกไปแล้ว ปัดความรับผิดชอบ ทำตัวสาบสูญไร้ร่องรอย

 

ล่าสุด ได้ตรวจสอบจากทะเบียนราษฎร พบว่า นายเดวิทย์ ย้ายไปอยู่ยังบ้านเลขที่ 26/5 หมู่ 1 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยติดตามตัวผู้เป็นพ่อมารับตัวลูกในใส้ไปเลี้ยงดูเพื่อให้เขาได้รับความอบอุ่นจากผู้เป็นบุพการีของเขาเอง ดีกว่าปล่อยกระทำสิ่งไม่ควร จนต้องโทษทางกฎหมาย

 

ด้านนายอภิชาต รับเรื่องร้องทุกข์แล้วจะรายงานให้ นายปริญญา โพธิสัตย์ นายอำเภอสัตหีบ ทราบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมจะเป็นสื่อกลางในการติดตามตัวผู้เป็นพ่อที่แท้จริงให้มารับตัวบุตรชายไปดูแลตามหน้าที่ของพ่อต่อไป

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com