พัทยาเดลีนิวส์

31 มีนาคม 2558 :: 07:03:20 am 159297

โครงการ กำไลอิเล็กทรอนิกส์ แทนการประกันตัว

ศาลจังหวัดพัทยาร่วมสำนักงานคุมประพฤติ จัดโครงการการใช้ กำไลอิเล็กทรอนิกส์ แทนหลักประกัน ในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาและจำเลยที่รอศาลมีคำสั่งสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษาด้วยระบบ GPS หวังสร้างความเสมอภาค ลดปัญหาความแออัดในเรือนจำ และเสริมมาตรการในการติดตามและยับยั้งการหลบหนีของผู้ต้องหาหรือจำเลย
สนใจโฆษณา

พัทยา – วานนี้ (30 มี.ค.58) ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี นายอภิชาติ เทพหนู ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา พร้อมด้วยนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนางอัญชลี พัฒนสาร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการคุมประพฤติ พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมเปิดแถลงข่าวการจัดโครงการการใช้ กำไลอิเล็กทรอนิกส์ แทนหลักประกันในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาและจำเลยระหว่างศาลมีคำสั่งสืบเสาะและพินิจจำเลย ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างศาลจังหวัดพัทยา สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง

 

นายอภิชาติ กล่าวว่าที่ผ่านมาในพื้นที่เมืองพัทยามีเรื่องของคดีความที่ให้ศาลเข้ามาพิจารณาในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีหลายคดีที่เป็นคดีความผิดซึ่งมีโทษจำคุกและคดีนั้นอาจจะมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือเป็นคดีความผิดอันยอมความได้ คดีที่กระทำผิดโดยประมาท และคดีที่ศาลเห็นว่าสามารถให้ประกันตัวได้ แต่พบว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นจำนวนมาก ที่มีปัญหาในเรื่องของการใช้หลักทรัพย์ประกันตัวชั่วคราวในระหว่างที่ศาลมีคำสั่งให้สืบเสาะหรือพินิจก่อนมีคำพิพากษา อันมีมาจากหลายสาเหตุ ทั้งการติดต่อญาติไม่ได้หรือมีฐานะขัดสน จนต้องหันไปพึ่งพาหลักประกันจากกลุ่มนายประกัน หรือองค์กรต่างๆจนทำให้เกิดภาระและการถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม

 

ขณะที่หลายรายจำใจต้องจำนนในการถูกควบคุมตัวไว้เนื่องจากไม่มีหลักประกันใดๆ กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงแล้วภาครัฐเองไม่มีเจตนาที่จะต้องการทรัพย์สินจากประชาชนในการเรียกเก็บหลักทรัพย์ในการประกันตัวชั่วคราว เพียงแต่เป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันการหลบหนีเท่านั้น

 

ด้วยเหตุนี้จึงได้ร่วมกับกรมคุมประพฤติในการจัดโครงการการใช้ กำไลอิเล็กทรอนิกส์ แทนหลักประกันในการปล่อยตัวชั่วคราวแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยขึ้น เพื่อหวังเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ซึ่งถือว่าตรงตามเจตนาของรัฐธรรมนูญที่ต้องการสร้างความเสมอภาคทั้งในส่วนของผู้ที่มีทุนทรัพย์และไม่มีทุนทรัพย์ และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหาและจำเลยซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนของการถูกกล่าวหา ซึ่งถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์และมีสิทธิขั้นพื้นฐานต่อการปล่อยตัวชั่วคราวหรือประกันตัว ซึ่งนอกจากจากจะเป็นช่องทางหนึ่งในการใช้เป็นทางเลือก ก็ยังถือว่าเป็นการลดปัญหาของกลุ่มนายประกัน และความแออัดที่เกิดขึ้นในเรือนจำอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการการใช้ กำไลอิเล็กทรอนิกส์ แทนหลักประกันในการปล่อยตัวชั่วคราวนี้ ก็จะสามารถดำเนินการได้ในส่วนของคดีซึ่งมีโทษจำคุกหรือมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี คดีที่ยอมความได้ คดีที่กระทำผิดโดยประมาท หรือคดีที่ศาลเห็นสมควรเท่านั้น ซึ่งมีระยะเวลาของการรอเรียกตัวเข้าสู่ขบวนการประมาณ 1-2 เดือน โดยจำเลยที่เข้าข่ายหรือมีฐานะยากจนไม่มีหลักทรัพย์ต้องแสดงความจำนงในการร้องขอหรือแจ้งความประสงค์ต่อศาลด้วยความสมัครใจ จึงจะมีการพิจารณาอนุมัติอย่างเป็นทางการ

 

3 4

 

นายอภิชาติ กล่าวต่อไปว่าสำหรับโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่วันที่ 30 มี นาคมเป็นต้นไป โดยได้รับการสนับสนุน กำไลอิเล็กทรอนิกส์ จากกรมคุมประพฤติจำนวน 190 เครื่องมาใช้สำหรับคดีของศาลจังหวัดพัทยา ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อความต้องการเนื่องจากจะมีการหมุนเวียนใช้งานกันระหว่างผู้ต้องหาและจำเลยซึ่งเฉลี่ยอยู่ในอัตราส่วนวันละประมาณ 30 ราย โดยโครงการนี้จะถือว่าเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก และหากมีผลเป็นที่น่าพอใจก็จะมีการขยายความร่วมมือเพื่อเพิ่มเครื่องมือให้มากขึ้นในอนาคต

 

ด้าน นางอัญชลี พัฒนสาร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการคุมประพฤติ กล่าวว่าสำหรับโครงการ กำไลอิเล็กทรอนิกส์ แทนหลักประกันในการปล่อยตัวชั่วคราวนี้ ทางกรมคุมประพฤติเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 ในจำนวนเครื่องมือ 200 เครื่อง ซึ่งใช้ในพื้นที่ กทม. และ 5 จังหวัดในเขตปริมณฑล ซึ่งพบว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก จึงมีการตั้งงบประมาณในการจัดหาเครื่องเพิ่มเติมขึ้นอีกจำนวน 3,000 เครื่องในปี 2558 ซึ่งนำมาใช้ในพื้นที่ 22 จังหวัด พร้อมประสานงานยังศาลจังหวัดพัทยาที่ร้องขอโดยจัดสรรเครื่องมาให้เข้าสู่โครงการจำนวน 190 เครื่อง

 

สำหรับ กำไลอิเล็กทรอนิกส์ นี้ ถือเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งหากมีการร้องขอจากผู้ ต้องหาหรือจำเลยที่เข้าหลักเกณฑ์ ก็จะมีการนำมาใส่ให้กับผู้ร้องขอบริเวณข้อเท้าซึ่งไม่สามารถถอดหรือติดตั้งเองได้พร้อมตั้งระบบสัญญาณดาวเทียม GPS เพื่อทำการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในประเทศเชื่อมโยงกับศูนย์ข้อมูลของกรมทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค

 

ทั้งนี้กำไลดังกล่าวจะสามารถบอกตำแหน่งที่อยู่ และจำกัดวงพื้นที่การห้ามเข้าหรือออกในสถานที่ต่างๆที่ศาลกำหนด รวมทั้งควบคุมกรณีของการป้องกันการขับขี่รถยนต์ความเกินกำหนดตามที่มีคำสั่งอีกด้วย ที่สำคัญจะเพิ่มความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ในการป้องกันการหลบหนีของผู้ขอประกันตัวชั่วคราว รวมทั้งการเรียกตัวกลับมาเข้าสู่ขบวนการทางศาล ซึ่งหากผู้ร้องขอกระทำการที่ฝ่าฝืนในการพยายามถอด ไม่ชาร์ตแบตเตอรี่ หรืออื่นใด ระบบก็จะส่งสัญญาณไปยังเจ้าหน้าที่คุมประพฤติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำการตรวจสอบตามตำแหน่งที่ระบุไว้อย่างอย่างทันท่วงที

 

ทั้งนี้เมื่อมีการใช้ กำไลอิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าวก็จะสามารถทำให้ลดปัญหาเรื่องของสิทธิในส่วนของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีความขัดสนในเรื่องของหลักทรัพย์ รวมทั้งป้องกันปัญหาความแออัดในเรือนจำ รวมทั้งความชัดจนต่อการเรียกตัวเข้าสู่ขบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com