พัทยาเดลีนิวส์

02 มกราคม 2556 :: 10:01:52 am 98063

โจ๋เกาะพะงันตีกัน กระสุนพลาดถูก หนุ่มอังกฤษ ดับ!

ฉาวโลก! โจ๋เกาะพะงันเหม็นขี้หน้ากันกลางงานเคาท์ดาวน์ ชักปืนกราดยิงต่อสู้กัน นักท่องเที่ยวหนีอลหม่าน กระสุนพลาดโดนหนุ่มอังกฤษดับอนาถ สื่ออังกฤษตีข่าวถล่มไทย
สนใจโฆษณา

สุราษฎร์ธานี -วานนี้ (1 ม.ค.56) หลังนักท่องเที่ยวเกาะพะงันเฉลิมฉลองเข้าสู่วันปีใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน ได้รับแจ้งเหตุคนใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กัน แต่กระสุนพลาดถูกนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเสียชีวิต บริเวณหาดริ้น จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและเร่งติดตามจับคนร้ายทันที

จนกระทั่งเมื่อช่วงสายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเผยความคืบหน้าว่า สามารถจับกุมคนร้ายได้ 1 คน คือ นายเอกพันธ์ แกล้วกล้า อายุ 26 ปี มีภูมิลำเนาอยู่บนเกาะพะงัน พร้อมกับของกลางอาวุธปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ ซึ่งกระสุนพลาดไปถูก นายสตีเฟน เดวิด แอชตัน อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ จนเสียชีวิต โดยผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวกุมขังเอาไว้ก่อน

จากการสอบสวนทำให้สืบทราบว่า ขณะเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่น 2 หมู่บ้านในพื้นที่ ซึ่งมีปัญหาบาดหมางกัน ได้มาร่วมงานเคาท์ดาวน์เข้าสู่ปีใหม่ที่ซูมบาร์ ตั้งอยู่บริเวณหาดริ้น จนกระทั่งวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มเกิดการต่อสู้กัน ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงต่อสู่กัน ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแตกตื่นชุลมุน กระสุนปืนพลาดไปถูก นายสตีเฟ่น ได้รับบาดเจ็บและทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในที่สุด

ทางด้าน พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ในทางคดีถือว่าปิดคดีได้แล้ว เนื่องจากมีจับกุมมือปืนได้และมือปืนให้การรับสารภาพ แต่ยอมรับว่าเป็นห่วงเรื่องภาพลักษณ์ โดยกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปยังสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย แล้ว เพื่อให้ประสานงานกับทางญาติของนายสตีเฟ่น ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ อีก 4 คน ขณะที่ นายเอกพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิต

นอกจากนี้ ข่าวยิงนักท่องเที่ยวเสียชีวิตช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ยังถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยเฉพาะเว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล์ของอังกฤษ ซึ่งตีแผ่ข่าวดังกล่าวเป็นประเด็นใหญ่ เนื่องจากตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษและยุโรป ถูกทำร้ายและเสียชีวิตจากการไปท่องเที่ยวประเทศไทยมาแล้วจำนวนหลายราย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ที่มา : Sanook

Photo : Internet   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

เล็ก