พัทยาเดลีนิวส์

19 มกราคม 2553 :: 08:01:06 am 3473

โน้ตบุ๊กเดือด ทุกค่ายปูพรม รุ่นต่ำกว่าหมื่นห้า

ตลาดโน้ตบุ๊กราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทมาแรง ทุกค่ายขนสินค้าเข้ามาทำตลาด คาดกินแชร์ตลาด 30-40% ของตลาดรวม 1.8 ล้านเครื่อง หลังขาใหญ่ "เอเซอร์-เอชพี" เปิดเกมก่อน โตชิบา-เลอโนโว-อัสซุส ปูพรมเจาะตลาดตจว. ชูราคาต่ำสุดเริ่มต้น 11,900 บาท "โตชิบา" เผยเจรจาบริษัทแม่ซัพพอร์ตเตรียมส่งรุ่นราคาประหยัดลุย
สนใจโฆษณา

นายบุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันสภาพตลาดโน้ตบุ๊กในประเทศไทยเป็นตลาดที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ โดยโน้ตบุ๊กราคาถูกหรือต่ำกว่า 2 หมื่นบาท เป็นสัดส่วนใหญ่มากกว่า 50% ของตลาด เพราะด้วยภาวะเศรษฐกิจทำให้ผู้ซื้อพิจารณาปัจจัยด้านราคาเป็นหลัก ขณะที่แนวโน้มของ โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทมีการขยายตัวมากขึ้น โดยปีที่ผ่านมามีสัดส่วนประมาณ 15% ของตลาดโน้ตบุ๊กทั้งหมด และคาดว่าในปีนี้จะขยายตัว 15-20% โดยปัจจุบันเอเซอร์มีโน้ตบุ๊กราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทจำนวน 5-6 รุ่น ราคาต่ำสุดเริ่มที่ 12,900 บาท ภายใต้แบรนด์อีแมชชีน ในปีที่ผ่านมา ทำให้เริ่มมีแบรนด์อื่น ๆ นำสินค้าเข้ามาเพื่อเป็นไฟติ้งโมเดล เจาะกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องแรกและตลาดต่างจังหวัด

ปี 2553 ไอดีซีคาดว่าตลาดรวมคอมพิวเตอร์อยู่ที่ประมาณ 3 ล้านเครื่อง คิดเป็นอัตราการเติบโต 15% แบ่งเป็น โน้ตบุ๊ก 1.8 ล้านเครื่อง เดสก์ทอป 1.2 ล้านเครื่อง ขณะที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะราคาเฉลี่ยสินค้าลดลงไม่มากอยู่ที่ประมาณ 2.3 หมื่นบาท ใกล้เคียงกับปี 2552 เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาด

ขณะที่นายถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจไอที บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำในปี 2552 ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้โน้ตบุ๊กราคาประหยัดมากขึ้น ทั้งกลุ่มคอนซูเมอร์ เอสเอ็มอี และตลาดต่างจังหวัดที่มีการเติบโตของโน้ตบุ๊ก ราคาประหยัดค่อนข้างสูง ส่งผลให้แบรนด์คอมพิวเตอร์นำโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เข้ามาทำตลาดเป็นครั้งแรกเพื่อตอบสนองความต้องการเช่นกัน

ปัจจุบันโน้ตบุ๊กโตชิบา ราคาต่ำสุด คือ 17,900 บาท โดยบริษัทมีแผนที่จะเจรจากับบริษัทแม่ เพื่อนำสินค้าราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทเข้าทำตลาด เพื่อช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในไทยมากขึ้น คาดว่าปี 2553 น่าจะได้เห็นประมาณ 1-2 รุ่น

“โตชิบาพยายามคุยกับบริษัทแม่อยู่ เพราะหากไม่มีสินค้า ก็ไม่สามารถเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ได้ โตชิบาจึงจำเป็นต้องหาสินค้ามารองรับ ขณะเดียวกันโตชิบามีภาพของการเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ ไม่อยากเล่นราคามาก ทำให้ที่ผ่านมาจึงไม่มีสินค้าในช่วงราคาดังกล่าว”

สัดส่วนของตลาดโน้ตบุ๊กราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท มีการขยายตัวมากเป็นพิเศษตั้งแต่กลางปี 2552 เป็นต้นมา และคาดว่า ปี 2553 สัดส่วนตลาดโน้ตบุ๊กต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทจะเพิ่มขึ้นถึง 30-35%

นายธีรวิทย์ แม่นชนะ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาดผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ โน้ตบุ๊ก บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) หรือเอชพี กล่าวว่า เนื่องจากความต้องการของลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีทำให้แต่ละแบรนด์นำโน้ตบุ๊ก ราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทเข้ามาจำหน่าย ส่งผลให้ตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดมี สัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 40% เพราะผู้เล่นมีจำนวนมากขึ้น แต่สำหรับปี 2553 ตลาดราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทจะขยายไม่มาก เพราะไม่มีแบรนด์ไหนอยากเจ็บตัว ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นคาดว่า เซ็กเมนต์ราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท น่าจะมีสัดส่วนลดลง

ทั้งนี้ ปัจจุบันเอชพีมีโน้ตบุ๊กราคา 13,900 บาทจำนวน 1 รุ่น ซึ่งนำเข้าตลาดตั้งแต่ต้นปี 2552 เนื่องจากตลาดมีความต้องการจากสภาวะเศรษฐกิจ หากฝืนกระแสจะยิ่งทำให้ตลาดหดตัว จึงจำเป็นต้องกระตุ้นตลาดให้มีแรงซื้อมากขึ้น ส่วน ปี 2553 ยังไม่มีสินค้ารุ่นใหม่

ด้านนายขจรเกียรติ อร่ามรัศมีกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจ คอนซูเมอร์ บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจาก 2 แบรนด์หลักคือ เอเซอร์และเอชพีเริ่มมีโน้ตบุ๊กต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท แบรนด์อื่นก็ทยอยเปิดตัวตามมาตั้งแต่กลางปี 2552 เป็นกระแส เพราะ คู่แข่งมีสินค้า เราก็ต้องมีบ้าง มิเช่นนั้นจะเสียโอกาสในการขาย

สำหรับเลอโนโวมีโน้ตบุ๊กราคา 1.49 หมื่นบาท 1 รุ่น ซึ่งเริ่มทำตลาดช่วงไตรมาส 4/2552 เป็นครั้งแรก เพื่อเข้ามาเติมเต็มสินค้าของบริษัทและสร้างโอกาสการ แข่งขัน ประกอบกับดีลเลอร์เรียกร้องเพราะคู่แข่งมีสินค้า ขณะที่ปี 2553 คาดว่าจะไม่มีสินค้าราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท ทำตลาด แต่จะเน้นราคาในช่วง 1.56-1.69 หมื่นบาท ซึ่งมีสเป็กที่ดีขึ้นกว่าแทน

นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สาเหตุที่ แบรนด์ต่าง ๆ เริ่มนำโน้ตบุ๊กราคาประหยัดเข้าสู่ตลาด เพราะสภาพเศรษฐกิจทำให้ผู้ซื้อรัดเข็มขัดการใช้จ่ายและมองราคาเป็นปัจจัยหลักในการซื้อสินค้า โดยเฉพาะในต่างจังหวัด แต่คาดว่าปี 2553 เศรษฐกิจและความมั่นใจของผู้บริโภคดีขึ้น ผู้ซื้อที่มองสินค้าราคาต่ำจะมีสัดส่วนน้อยลง แต่มองด้านสเป็ก ความคุ้มค่าผสมกันแทน

“ปีที่แล้วแบรนด์ใหญ่มีสินค้าราคาต่ำเพื่อเป็นไฟติ้งโมเดลในการสร้างส่วนแบ่งการตลาด จากนั้นมีแบรนด์อื่นจึงเปิดตัวตาม ส่วนปี 2553 คาดว่าแบรนด์จะเน้น หาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ตลาดมากกว่า โดยเฉพาะสินค้าราคาประมาณ 2 หมื่นบาท ซึ่งเป็นตลาดหลักของโน้ตบุ๊ก”

สำหรับอัสซุสมีโน้ตบุ๊กราคา 11,900 บาทจำนวน 1 โมเดล ซึ่งเริ่มจำหน่ายช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 และถือเป็นโน้ตบุ๊ก ราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทรุ่นแรกของบริษัท จากเดิมที่มีราคาต่ำสุด 15,900 บาท จุดประสงค์เพื่อนำมาใช้ขยายตลาดตาม ต่างจังหวัดเป็นหลัก

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com