พัทยาเดลีนิวส์

23 มีนาคม 2550 :: 15:03:18 pm 9760

โรคสมาธิสั้น Attention Deficit Hyperactivity Disorder(ADHD) คืออะไร

ปัจจุบัน พบว่าในประเทศไทย เด็กมีโอกาสเกิดอาการสมาธิสั้นและมีภาวะการเรียนรู้บกพร่องหรือแอลดี (Learning Disability) เป็นจำนวนมาก จากรายงานการวิจัยของกุมารแพทย์ไทยพบว่าเด็กที่เกิดใหม่ในแต่ละปีทั่วประเทศ มีประมาณ 1 -1.2 ล้านคนต่อปี โอกาสเกิดเด็กอาการสมาธิสั้นสูงถึงร้อยละ 5-10
สนใจโฆษณา

โรคสมาธิสั้น คือ กลุ่มอาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก (ก่อนอายุ 7 ขวบ) ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพฤติกรรม, อารมณ์, การเรียน และการเข้าสังคมกับผู้อื่นของเด็ก กลุ่มอาการนี้ ได้แก่
– การขาดสมาธิ (attention deficit)
– การขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง (impulsivity)
– อาการซน (hyperactivity)

เด็กบางคนอาจจะมีอาการ ซน และการขาดความสามารถในการควบคุมตนเองเป็นอาการหลัก ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กผู้ชาย หรือบางคนอาจจะมีอาการขาดสมาธิเป็นปัญหาหลัก ซึ่งพบได้บ่อยพอ ๆ กันในเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชาย โรคสมาธิสั้นนี้พบได้บ่อยในทุกประเทศทั่วโลก ในต่างประเทศพบว่าประมาณ 3-5% ของเด็กในวัยเรียนเป็นโรคสมาธิสั้น

การซน (hyperactivity) และการขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง (Impulsivity) เด็กจะมีลักษณะ ดังนี้
o ยุกยิก อยู่ไม่สุข
o นั่งไม่ติดที่ ลุกเดินบ่อย ๆ ขณะอยู่ที่บ้าน หรือในห้องเรียน
o ชอบวิ่ง หรือปีนป่ายสิ่งต่าง ๆ
o พูดมาก พูดไม่หยุด
o เล่นเสียงดัง
o ตื่นตัวตลอดเวลา หรือดูตื่นเต้นง่าย
o ชอบโพล่งคำตอบเวลาครู หรือพ่อแม่ถาม โดยที่ยังฟังคำถามไม่จบ
o รอคอยไม่เป็น
o ชอบขัดจังหวะ หรือสอดแทรกเวลาผู้อื่นกำลังพูดอยู่

หาก เด็กมีลักษณะในข้อดังกล่าวรวมกันมากกว่า 6 อาการ เด็กของท่านมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นโรคสมาธิสั้น

โรค สมาธิสั้นมีสาเหตุจากอะไร

การวิจัยใน ปัจจุบันพบว่า โรคสมาธิสั้นเกิดจากความบกพร่องของสารเคมีที่สำคัญบางตัวในสมอง โดยมีกรรมพันธุ์เป็นปัจจัยที่สำคัญ ประมาณ 30-40% ของเด็กสมาธิสั้น จะมีคนในครอบครัวคนใด คนหนึ่งมีปัญหาอย่างเดียวกัน ปัจจัยจากการเลี้ยงดู หรือสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงปัจจัยเสริมที่ทำให้อาการ หรือความผิดปกติดีขึ้น หรือแย่ลง

มารดาที่ขาดสารอาหาร ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือถูกสารพิษบางชนิด เช่น ตะกั่ว ในระหว่างตั้งครรภ์ จะมีโอกาสมีลูกเป็นโรคสมาธิสั้นสูงขึ้น การวิจัยในปัจจุบันไม่พบว่าการบริโภคน้ำตาล หรือช็อกโกแลตมากเกินไป การขาดวิตามิน มีผสมอาหาร โรคภูมิแพ้ การดูทีวี หรือเล่นวีดีโอเกมส์มากเกินไปเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสมาธิสั้น
เด็ก สามารถนั่งดูทีวี หรือเล่นวีดีโอเกมส์ได้เป็นชั่วโมง ทำไมหมอถึงบอกว่า เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น

ในขณะที่เด็กดูทีวี หรือเล่นวีดีโอเกมส์ เด็กจะถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาพบนจอทีวี หรือ วีดีโอเกมส์ที่เปลี่ยนทุก2-3 วินาที จึงสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้ สมาธิของเด็กมีขึ้นได้จากสิ่งเร้าภายนอก ซึ่งตรงกันข้ามกับสมาธิที่เด็กต้องสร้างขึ้นมาเอง ระหว่างการอ่านหนังสือ หรือทำงานต่าง ๆ เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะขาดสมาธิอันนี้

การ รักษาโรคสมาธิสั้นมีอะไรบ้าง

1. การรักษาทางยา

ยาที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับโรค สมาธิสั้น คือ ยาในกลุ่ม Psychostimulantal ซึ่งได้แก่ Methylphenidate (RitalinR), Dextroamphetamine (DexedrineR), Adderall และ Pemoline (CylertR) ยาเหล่านี้เป็นยาที่ปลอดภัย มีผลข้างเคียงน้อย และมีประสิทธิภาพในการรักษาสูง ยาจะช่วยให้เด็กมีสมาธิดีขึ้น ซนน้อยลง ดูสงบขึ้น มีความสามารถในการควบคุมตัวเองดีขึ้น และอาจช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้น ผลที่ตามมาเมื่อเด็กได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี คือ เด็กจะมีความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง (self-esteem) ดีขึ้น และมีความสัมพันธ์กับเพื่อน หรือคนรอบข้างดีขึ้น

ผล ข้างเคียงทางยาในกลุ่มนี้ที่พบบ่อย ได้แก่ อาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ปวดท้อง และอารมณ์ขึ้นลง หงุดหงิด อาการข้างเคียงเหล่านี้ มักจะไม่รุนแรง และดีขึ้นได้ เมื่อมีการปรับขนาดยา หรือเปลี่ยนไปใช้ยาในกลุ่มอื่นต่อไป

2. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการช่วยเหลือทางด้านจิตใจสำหรับเด็ก และครอบครัว

ผู้ปกครอง และครูของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น จำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อช่วยในการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมบางอย่างของเด็ก การตี หรือการลงโทษทางร่างกาย เป็นวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ได้ผล และจะมีส่วนทำให้เด็กมีอารมณ์โกรธ หรือแสดงพฤติกรรม คือ ต่อต้าน และก้าวร้าวมากขึ้น วิธีการที่ได้ผลดีกว่า คือ การให้คำชมหรือรางวัล (positive reinforcement) เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ถูกต้อง และเหมาะสม รวมถึงการควบคุมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยการงดกิจกรรมที่เด็กชอบ หรือตัดสิทธิอื่น ๆ (negative reinforcement)

เด็ก สมาธิสั้นควรมีโอกาสได้คุยกับแพทย์ เพื่อแพทย์จะได้ช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับข้อจำกัดที่ตัวเด็กมี และช่วยแนะนำแนวทางปฏิบัติตัวเพื่อให้เด็กได้ใช้ความสามารถด้านอื่นทดแทนใน ส่วนที่บกพร่อง

ในบางราย ครอบครัวบำบัด (Family Therapy) ก็มีความจำเป็นสำหรับครอบครัวที่มีปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว เพื่อลดความวิตกกังวล และความเครียดของเด็ก

3. การช่วยเหลือทางด้านการเรียน

เด็ก สมาธิสั้นส่วนใหญ่จะมีปัญหาการเรียน หรือเรียนได้ไม่เต็มศักยภาพร่วมด้วย ดังนั้น ครูจึงมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้นให้เรียนได้ดี ขึ้น

ข้อแนะนำสำหรับครูในการช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้น

o จัดให้เด็กนั่งหน้าชั้น หรือใกล้ครูให้มากที่สุดในขณะสอน
o จัดให้เด็กนั่งอยู่กลางห้อง หรือให้ไกลจากประตู หน้าต่าง เพื่อลดโอกาสที่เด็กจะถูกทำให้วอกแวก โดยสิ่งต่าง ๆ นอกห้องเรียน
o เขียนการบ้าน หรืองานที่เด็กต้องทำในชั้นเรียนให้ชัดเจนบนกระดานดำ
o ตรวจสมุดจดงานของเด็ก เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจดงานได้ครบ
o อย่าสั่งงานให้เด็กทำ (ด้วยวาจา) พร้อมกันทีเดียวหลาย ๆ คำสั่ง ควรให้เวลาให้เด็กทำเสร็จทีละอย่างก่อนให้คำสั่งต่อไป
o คิดรูปแบบวิธีเตือน หรือเรียกให้เด็กกลับมาสนใจบทเรียน โดยไม่ให้เด็กเสียหน้า
o จัดให้เด็กที่อยู่ไม่สุข มีโอกาสใช้พลังงานในทางสร้างสรรค์ เช่น มอบหมายหน้าที่ให้ช่วยครูเดินแจกสมุดให้เพื่อน ๆ ในห้อง เป็นต้น
o ให้คำชมเชย หรือรางวัล เมื่อเด็กปฏิบัติตัวดี หรือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์
o หลีกเลี่ยงการใช้วาจาตำหนิ ว่ากล่าวรุนแรง หรือทำให้เด็กอับอายขายหน้า
o หลีกเลี่ยงการตี หรือการลงโทษทางร่างกาย เมื่อเด็กกระทำผิด
o ใช้การตัดคะแนน งดเวลาพัก ทำเวร หรืออยู่ต่อหลังเลิกเรียน (เพื่อทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ) เมื่อเด็กทำความผิด
o ให้เวลากับเด็กนานขึ้นกว่าเด็กปกติระหว่างการสอน

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

เกตุ