พัทยาเดลีนิวส์

19 มิถุนายน 2550 :: 17:06:28 pm 9703

โรค Kawasaki

เราคุ้นเคยกับโรคหัดธรรมดา โรคหัดเยอรมัน แต่เรายังไม่คุ้นเคยกับโรคหัดญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรคที่พบไม่บ่อยและหากวินิจฉัยไม่ได้อาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตาม มา โรคนี้ได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ ปี 1967 โดยครั้งแรกเรียกกลุ่มอาการ mucocutaneous lymph node syndrome ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการที่สำคัญดังนี้ ไข้ เยื่อบุตาอักเสบ ผื่นตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต ริมฝีปากและในช่องปากมีการอักเสบ
สนใจโฆษณา

ใครมีโอกาสเสี่ยงเป็น โรคหัดญี่ปุ่น 
            โรคหัด ญี่ปุ่นหรือ Kawasaki syndrome มักจะเป็นในเด็กอายุ ต่ำกว่า 2 ปี ร้อยละ80ของผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 5 ปีเด็กชายจะเป็นมากกว่าเด็กหญิง1.5 ต่อ1น้อยกว่าร้อยละ2ของผู้ป่วยมีโอกาสเป็นซ้ำอีกครั้ง

สาเหตุของโรคหัด ญี่ปุ่น 
            สาเหตุ ที่แท้จริงยังไม่ทราบแต่จากกลไกการเกิดคิดว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อ

การวินิจฉัย 
            เนื่องจาก โรคนี้ยังไม่การตรวจวินิจฉัยใดๆที่บอกโรคได้ 100 % การวินิจฉัยอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายโดยมีเกณฑ์การ วินิจฉัยดังนี้ 
            1. จะต้องมีไข้อย่างน้อย 5 วันไข้สูง 40 องศาไข้อาจจะเป็นนาน 10-14 วันในรายที่ไม่ได้รักษา ต้องมีเกณฑ์ข้อ 1 ร่วมกับเกณฑ์ต่อไปนี้อย่างน้อย 4 ข้อ 
            2. มีการเปลี่ยนแปลงบริเวณแขนหรือขา 
            3. ผื่นตามผิวหนัง ผื่นมักจะเกิดภายใน 5 วัน ผื่นมีหลายรูปแบบ อาจจะมีลักษณะคล้ายลมพิษ หรือผื่นแบบโรคหัด แต่จะไม่มีตุ่มน้ำ


            4. เยื่อบุตาอักเสบทั้งสองข้าง
ไม่แสบหรือเคืองตา ไม่มีขี้ตา 
            5. การเปลี่ยนแปลงที่ปากและริมฝีปาก ลิ้น จะแดงเหมือน strawbery ริมปีปากจะบวมแดงและมี รอยแตกที่สำคัญจะไม่มีแผล 
            6. มีต่อมน้ำเหลืองโตมักโตข้างเดียวขนาด 1.5 ซม.
            7. ต้องแยกโรคอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน

การวินิจฉัยแยกโรค
            โรคที่มี ลักษณะคล้ายกับ Kawasaki Disease

*  Measles
* Scarlet fever
* Drug reactions
* Stevens-Johnson syndrome

* Other febrile viral exanthems
* Toxic shock syndrome
* Rocky Mountain spotted fever
* Staphylococcal scalded skin syndrome
* Juvenile rheumatoid arthritis
* Leptospirosis
* Mercury poisoning 

การตรวจทางห้องปฏิบัติ การ 
            การเจาะ เลือดไม่ช่วยในการวินิจฉัยโรค เม็ดเลือดขาวอาจจะสูง เกร็ดเลือดอาจจะต่ำ อาจจะพบไข่ขาวในปัสสาวะ

การรักษา
            * ให้ยาลดไข้ 
            * ให้ acetylsalicylic acid (aspirin) ขนาดสูงเพื่อลดการ อักเสบและลดไข้ขนาดที่ให้ 80-100 mg/kgให้จนกระทั่งไข้ลง หลายวันหลังจากนั้นจึงลดขนาดยาลงเหลือ 3-5 mg/kgใหยาไป 6-8 สัปดาห์หากไม่มีโรค หัวใจแทรกซ้อน 
            *  ให้ immunoglobulin ขนาด 2 gm/kg โดยจะให้ภายใน 10 วันหลังเกิดอาการไข้

โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ
            1. โรค ทางหัวใจมักจะพบช่วงแรกของอาการเจ็บป่วย 
                        
* เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบพบได้ร้อยละ 30 และมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ วินิจฉัยได้จากการทำ ultrasound หัวใจ หายได้เอง
                        * กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ myocarditis ทำให้เกิดอาการหัวใจ วายผู้ป่วยจะหอบเหนื่อย ความดันโลหิตต่ำ
                        * หลอดเลือดแดง Coronary artery โป่งพบได้ร้อยละ 20-25 วินิจฉัยได้จากการทำ ultrasound หัวใจ เด็กอาจจะเสียชีวิตจากหัวใจขาดเลือดได้ 
            2. โรคแทรกซ้อนอื่นที่พบได้แก่ ข้ออักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปวดท้อง ถ่ายเหลว

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com