พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
29 กันยายน 2552 :: 10:09:10 am 36854

ไทยพรีเมียร์ลีก 2009 : สัปดาห์เดือด!

ศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก เข้มขันขึ้นมาทุกขณะ เมืองทองถล่มสมุทรสงคราม 3-1 ยึดจ่าฝูงคืนจากชลบุรี ที่เฉือน นครปฐมไป 2-1 ทั้ง 2 ทีมจะลงเตะในแมทช์ประวัติศาสตร์ เพื่อชี้ชะตาแชมป์อาทิตย์ที่ 4 ต.ค. นี้ สนามแตกแน่

            นครปฐม-เมื่อเร็ว ๆ นี้ (26 ก.ย. 52) ศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2009 นัดที่ 26 ของฤดูกาล เข้มขันขึ้นมาทุกขณะ โดยทั้งสองทีมหัวตารางต่างคว้า 3 แต้มสำคัญของทีมได้ โดยวันเสาร์ที่ 26 ที่ผ่านมา ?ฉลามชล? ชลบุรี บุกไปเอาชนะทีมเจดีย์ใหญ่ นครปฐมถึงถิ่น 2-1 ประตู ทำให้ก้าวขึ้นเป็นจ่าฝูงชั่วคราว กดดัน ทีมกิเลนผยอง เมืองทอง ยุไนเต็ดได้ ก่อนที่วันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. เมืองทอง จะปลดล็อคไล่ถล่ม ปลาทูคะนอง สมุทรสงครามเอฟซีไป 3-1 ท่ามกลางสายฝน และการประท้วงรวมทั้งการมีปัญหากันของกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย 

            จากชัยชนะครั้งนี้ ทำให้ เมืองทองกลับขึ้นมานำจ่าฝูง ต่อด้วยคะแนน 55 แต้ม ในขณะที่ชลบุรี มี 54 คะแนน พร้อมกับ โอกาสเป็นแชมป์ยังเปิดกว้าง สำหรับทั้ง 2 ทีมอยู่ โดย วันที่ 4 ต.ค 52 นี้ ทั้งสองทีมจะลงเตะในแมทช์ประวัติศาสตร์ เพื่อชี้ชะตาว่าใครจะเป็นแชมป์ ที่สนามธันเดอร์โดม เมืองทองธานี 

            การแข่งขันฟุตบอล “ไทยพรีเมียร์ลีก 2009″ เลกสอง นัดที่ 26 เมื่อวันที่ 26-27 ก.ย. 52 ที่ผ่านมา มีคู่ไฮไลท์ ดังนี้ 

            นครปฐม เอฟซี 1 – 2 ชลบุรี เอฟซี 

            “นักสู้เจดีย์ใหญ่” นครปฐม เอฟซี เจ้าถิ่น ทีมอันดับ 14 มี 24 แต้ม ที่กำลังเสี่ยงตกชั้น เปิดสนาม ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน รับการมาเยือนของทัพใหญ่ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมรองจ่าฝูง มี 51 แต้ม หากชนะในนัดนี้ได้จะแซง เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำจ่าฝูงชั่วคราว 

            โดยในครึ่งแรก ทีมเยือนได้เฮก่อน ในนาทีที่ 27 อาทิตย์ สุนทรพิธ เปิดฟรีคิกให้ เจษฎากรณ์ เหมแดง ขึ้นมาโหม่งบอลตุงตาข่าย อย่างสุดสวยให้ “ฉลามชล” ขึ้นนำก่อน 1-0 

            และเจ้าบ้าน นครปฐม มาไล่ตีเสมอได้ในนาทีที่ 43 เมื่อ ภานุพงษ์ อารัมภวิโรจน์ แทงบอลทะลุผ่านกองหลังให้ ปริญญา อู่ตระเภา เติมเกมริมเส้นด้านขวา ก่อนไหลต่อเข้าเสาสอง เป็น เจษฎากรณ์ เหมแดง ที่พยายามสกัดบอลแต่ผิดเหลี่ยมลูกชุลมุน เข้าประตูตัวเองไป ทำให้ นครปฐม ไล่ตีเสมอได้ 1-1 แฟนเจ้าบ้านได้เฮกันสนามแทบแตก จบครึ่งแรกเสมอกกันไป 1-1 

            เปิดมาครึ่งหลัง เจ้าบ้านเปิดตัวได้ดุดันกว่า เปิดเกมส์รุกบุกแหลกใส่ ชลบุรี แต่โดนต้านไว้ได้ จากกองหลังและ ผู้รักษาประตูของฉลามชล เกมดำเนินมาถึง นาทีที่ 60 แฟนบอลทั้งสองทีมมีอารมณ์ร่วมกับเกมจัด มีการตะโกนด่ากัน จนเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกันของกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาควบคุมเหตุการณ์เอาไว้ได้ โดยเข้ามาแยกแฟนบอลทั้งสองทีมออกจากกัน และไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรงเกิดขึ้น 

            นาทีที่ 73 ทีมเยือนสวนกลับ และได้ประตูขึ้น จากจังหวะที่ อดุล หละโสะ กระชากบอลขึ้นริมเส้นด้านขวา พร้อมกับตักโด่งเข้าเสาสองให้ ซองมาร์ค เบนเน่ โหม่งเต็มเหนี่ยว ตุงตาข่ายให้ ชลบุรี แซงขึ้นนำ 2-1 หลังจากโดนนำ เจ้าถิ่น นครปฐม พยายาม บุกใส่หวังตีเสมอให้ได้ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ หมดเวลา 90 นาที ชลบุรี เอฟซี บุกมาเอาชนะ นครปฐม เอฟซี ถึงถิ่น 2-1 พร้อมกับเก็บเพิ่มอีก3 แต้ม เป็น 54 แต้มแซง เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว ในขณะที่ ทีมเจ้าบ้าน ยังรั้งอยู่อันดับ 14 เช่นเดิม 

 

            เมืองทองฯ ยูไนเต็ด 3-1 สมุทรสงคราม เอฟซี 

            ที่สนามธันเดอร์โดม เมืองทองธานี “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปลาทูคะนอง” สมุทรสงคราม เอฟซี อันดับ 10 เกมนี้เจ้าถิ่น เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ต้องการ 3 คะแนนสำคัญ เพื่อแซงหน้า ชลบุรี เอฟซี กลับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงอีกครั้ง             

            เริ่มครึ่งแรก นาที่ที่ 4 เจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อน จาก ?ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าไปตุงตาข่ายให้เจ้าถิ่น “กิเลนผยอง” ออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0หลังจากเสียประตูแรกไปอย่างรวดเร็ว สมุทรสงคราม เอฟซี ก็เปิดเกมรุกสู้กับเจ้าถิ่นอย่างสนุก จนมาถึงนาที่ 28 เมืองทองฯ เช็คล้ำหน้าพลาด จิรวัฒน์ แก้วโบราณ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษทางขวา สับไกยิงจังหวะแรก ติดเซฟ กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายทวารเจ้าถิ่น บอลกระดอนไปหน้าประตู สิทธิพันธ์ ชุมช่วย พุ่งเข้าโขกเต็มหัวให้ สมุทรสงคราม เอฟซี ตีเสมอเป็น 1-1 ทำเอากองเชียร์ปลาทูที่ขนกันไปกว่า 100 คน สะใจกันทั่วหน้า 

            และเหตุการณ์ปัญหาก็มาเกิดขึ้น ในนาทีที่ 40 เมื่อสิทธิพันธ์ ที่เป็นคนโขกประตูตีเสมอให้สมุทรสงคราม และก่อนหน้านี้โดนเหลืองไปแล้ว 1 ใบ ไปแสดงเจตนาไม่ดีง้างเท้าซัดไปที่ชายโครงของหัตฐพร สุวรรณ ทำให้ ผู้ตัดสิน ชัยยะ มหาปราบ ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ ไม่รอช้า ควักใบเหลืองให้ เป็นใบเหลืองใบที่ 2 และกลายเป็นใบแดง ไล่ออกจากสนามไป แต่ สิทธิพันธ์ ชุมช่วย ไม่ยอมรับคำตัดสิน พยายามอธิบายผู้ตัดสิน และไม่ยอมออกจากสนาม รวมทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชของสมุทรสงครามไม่พอใจผู้ตัดสิน พยายามประท้วงการตัดสินกันวุ่นวาย พร้อมกับทำการวอล์คเอาท์ออก จากสนามจนเกมหยุดไปนานเกือบ 10 นาทีจึงลงมาเตะกันต่อช่วงเวลาที่เหลือทั้ง 2 ทีม ทำอะไรกันไม่ได้ หมดครึ่งแรก เสมอกัน 1-1 

            เปิดมาครึ่งหลัง สมุทรสงคราม เอฟซี ใช้เกมส์ตั้งรับ เนื่องจากคนน้อยกว่า ในขณะที่ เมืองทอง พยายามเปิดเกมส์บุกเพื่อชัยชนะ และ 3 แต้ม ทำให้ “กิเลนผยอง” เปิดเกมส์รุกใส่เป็นระลอกๆ จนมาถึงนาทีที่ 70 ปิยะชาติ ถามะพันธ์ ซัดฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเสาแรกเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม ทำให้เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 

            ช่วงท้ายเกมในช่วงทดเวลาเจ็บ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด มาได้เอกันสนั่นอีกครั้ง เมื่อ วิศรุต พันนาสี ได้จังหวะส่องไกล บอลลอยเขาเสียบสามเหลี่ยมเสาสองเข้าไปให้ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทิ้งห่าง เป็น 3-1 และจบเกมลงด้วยสกอร์นี้ ทำให้ ทีม “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เก็บ 3 แต้มเต็มเพิ่มเป็น 55 คะแนน แซง ชลบุรี กลับมานำเป็นจ่าฝูงสำเร็จอีกครั้ง 

            หลังจบเกม สมชาย ชวยบุญชุม โค้ชสมุทรสงคราม วิ่งเข้าไปในสนาม จะเอาเรื่องผู้ตัดสิน ชัยยะ มหาปราบ ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปคุ้มกันผู้ตัดสิน จนทำให้แฟนบอลไม่พอใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้น และมีการขว้างปาขวดน้ำลอยลงมาตรงฝั่งซุ้มม้านั่งสำรองของสมุทรสงคราม 

            ตามด้วยเกิดเหตุการณ์วุ่นวายบนอัฒจันทร์อีกพักใหญ่ โดยมีนักเตะสมุทรสงครามรายหนึ่ง ปีนข้ามรั้วกั้น จะมาเอาเรื่องกับกองเชียร์เมืองทองฯอีก ด้วย ก่อนที่แฟนบอล 2 ทีมจะตะลุมบอนใส่กัน ได้มีมือดีขว้างระเบิดพริกไทยใส่กองเชียร์ทีมปลาทูคะนองผู้มาเยือน จนทำให้แสบตา แสบจมูกกันไปหมด และมีแฟนบอลสูงอายุท่านหนึ่งโดนพิษของแก๊สเข้าไปเต็มๆถึงขั้น สลบเหมือดต้องเข้าโรง พยาบาล ไป 1 รายซึ่งจังหวะนี้ก็หวิดจะทำให้กลุ่มกองเชียร์ปลาทูเข้าใจผิด และจะเข้าไปเอาเรื่องกับกองเชียร์อุลตราเมือง แต่ต่อมาก็ได้พูดจากันจนทำให้รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็น ?มือที่สาม?ที่เข้ามาสร้างสถานการณ์มากกว่า 

            จากเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จะเรียกประชุมด่วน และนำเรื่องเข้าพิจารณาในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. 52 นี้ในช่วงบ่าย เพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าว ที่เกิดขึ้น โดยจะขอนำภาพบันทึกการแข่งขันนัดนี้ ไปประกอบการพิจารณาด้วยว่าใครผิดถูกอย่างไร 

 

            ส่วนผลการแข่งขันในคู่อื่น ที่สนามสถาบันการพลศึกษาสมุทรสาคร ?สำเภาพิฆาต?ทีทีเอ็ม-สมุทรสาคร ในช่วงเริ่มต้นเลกที่ 2 ทำสถิติไม่แพ้ใครในทุกถ้วย ทั้ง ไทยพรีเมียร์ลีก สิงคโปร์คัพ และ เอฟเอคัพ เป็นเกมที่ 8 ติดต่อกัน หลังเฉือนเอาชนะ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหวุดหวิด 1-0 จากการซัลโวประตูชัยของ ศุภกร รามกุหลาบสุข ในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 83 โดย ทีทีเอ็มฯบวกเพิ่มเป็น 35 แต้ม แต่ยังคงรั้งที่ 7 ของตารางเหมือนเดิม และเกมหนีตกชั้น ที่สนามสิรินธร จ.ชลบุรี ทีม ?เสือสามย่าน? จุฬา ยูไนเต็ด บุกไปเชือดเอาชนะ ศรีราชา เอฟซี ทีมบ๊วย หวุดหวิด 1-0 โดยได้ประตูชัยในนาทีที่ 74 จากการสังหารจุดโทษของ อารอน ดา ซิลวา หัวหอกชาวบราซิล ทำให้ จุฬาฯ บวกเพิ่มเป็น 23 แต้ม และมีโอกาสรอดตกชั้น โดยสร้างสถิติยอดเยี่ยมไม่แพ้ทีมใดมาแล้ว 6 นัดติดต่อกัน และมีช่องว่างคะแนนห่างจาก นครปฐม และ ราชนาวี-ระยอง ทีมอันดับ 14 และ 13 แค่เพียงแต้มเดียวแล้วในเวลานี้ 

            ที่สนามแพท สเตเดี้ยม คลองเตย ?สิงห์เจ้าท่า?การท่าเรือไทย เอฟซี เอาชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี ไปด้วยสกอร์ 1-0 เช่นกัน โดย จิรวัฒน์ มัคคะรมย์ ซัดจุดโทษเข้าไปในนาทีที่ 90 ซึ่งเกมนี้เตะกันดุเดือดจนมีใบเหลือง-ใบแดงปลิวว่อนสนาม และมีผู้เล่นโดนไล่ออกถึง 5 คน โดยเจ้าถิ่นท่าเรือโดนไป 2 คน คือ สมเจตน์ เกศารัตน์ กับ อรรถพล วงศ์สุนทร ขณะที่ทีมกระต่ายแก้ว โดนไปถึง 3 คน คือ นันทวัฒน์ แทนโสภา , ซามูเอล อาจายี่ และ เดชา เพชรตะกั่ว 

            ที่สนาม กีฬากลาง จ.ระยอง ทีมฮัลโหล ทีโอที เอฟซี บุกไปถล่มเอาชนะ ราชนาวี-ระยอง ขาดลอย 3-0 จากการซัลโวของ เอ็มมานูเอล มาเอนเก นาทีที่ 17 ตระกูลฉัตร์ ทองใบ นาทีที่ 74 และ กีรติ เขียวสมบัติ ยิงปิดท้าย นาทีที่ 78 ส่งผลให้สถานการณ์ของทีม ราชนาวี-ระยอง เสี่ยงต่อการตกชั้นเต็มที 

            ที่ สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แบงคอก ยูไนเต็ด เสมอ บีอีซีเทโรศาสน 1-1 โดย ชาคริต บัวทอง ยิงให้เทโร นำไปก่อน ในาทีที่ 75 แต่ แบงคอก ก็มาตีเสมอได้จาก กิตติศักดิ์ ศิริแว่น ในช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 92 

            และ ที่สนามหนองปรือ จ.ชลบุรี พัทยา ยูไนเต็ด เสมอ โอสถสภา 1-1 โดยพัทยาได้จาก อมร ธรรมนาม นาทีที่ 12 ก่อนที่โอสถฯจะตามตีเสมอจาก โกศวัต ว่องไวลิขิต ในครึ่งหลังนาทีที่ 78 แบ่งกันไปทีมละแต้ม 

            สรุปคะแนนฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ช่วงหัวตาราง 5 อันดับแรก หลังทุกทีมผ่านการเตะไปแล้ว 26 นัด อันดับ 1 เมืองทองฯยูไนเต็ด 55 แต้ม อันดับ ชลบุรี เอฟซี 54 แต้ม อันดับ 3 บางกอกกล๊าส 47 แต้ม อันดับ 5 บีอีซีเทโรศาสน 45 แต้ม ส่วนช่วงท้ายตารางที่กำลังดิ้นหนีตายกันสุดฤทธิ์ ทีมบ๊วยที่น่าจะตกชั้นแน่นอนคืด ศรีราชา เอฟซี ที่มี 18 แต้ม รองบ๊วย อันดับ 15 จุฬา ยูไนเต็ด มี 23 แต้ม อันดับ 14 นครปฐม มี 24 แต้ม (ได้ 27 เสีย 42) อันดับ 13 รนาวี-ระยอง มี 24 แต้ม (ได้ 25 เสีย 34)

Reporter : Jack Rames   Photo : Jack Rames   Category : ข่าวกีฬา

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com