พัทยาเดลีนิวส์

04 พฤษภาคม 2558 :: 13:05:49 pm 162507

ไทยเตรียมพร้อมสร้างประสิทธิภาพ ควบคุมโรคติดเชื้อ

ไทยร่วม WHO และกลุ่มประเทศ AEC เตรียมพร้อมสร้างประสิทธิภาพเพื่อควบคุมโรคติดเชื้อของอาเซียน
สนใจโฆษณา

ปีนี้เป็นปีเป้าหมายของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จึงเป็นที่คาดหวังว่าจะมีความตื่นตัวทางด้านเศรษฐกิจเกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างมาก ขณะเดียวกันนักวิชาการทางด้านการแพทย์ก็มีความวิตกว่า ผลกระทบของการเปิดเสรีทางด้านเศรษฐกิจจะเป็นสาเหตุให้เกิดการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อได้มากขึ้น อาจจะเกิดอุบัติการณ์โรคระบาดหรือโรคติดเชื้อใหม่ๆ ได้ หากไม่มีวิธีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพพอ

 

ศ.พญ.อุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการจัดงานการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการป้องกันโรคด้วยวัคซีนใน 10 ประเทศกลุ่มอาเซียน “National Immunization Program and Vaccine Coverage Rates in ASEAN countries” (โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติของประเทศในอาเซียน) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในโอกาสที่สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยครบรอบ ๒๐ ปีในปีนี้ จึงได้ร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO), สถานเสาวภา สภากาชาดไทย, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล จัดประชุมดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน -1 พฤษภาคม 2558 ที่ รอยัล คลิฟ โฮเทล กรุ๊ป พัทยา

 

ทั้งนี้ทางสมาคมฯ ได้ตระหนักว่าสถานการณ์โรคติดเชื้อในเด็กเป็นปัญหาสำคัญของอาเซียน จึงได้จัดประชุมร่วมกับ10ประเทศในกลุ่มอาเซี่ยนประกอบด้วยนายกสมาคมกุมารเวชศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค บุคลากรสำคัญในแวดวงโรคติดเชื้อระดับโลกและระดับนานาชาติ เพื่อเน้นการป้องกันโรคด้วยวัคซีนในประเทศกลุ่มอาเซียน

 

ที่สำคัญในครั้งนี้ ดร.ฌอง มารี โอควอ บาเล ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนจากองค์การอนามัยโลกจะมาเป็นผู้บรรยายเกียรติยศในหัวข้อการป้องกันโรคด้วยวัคซีนในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

 

ศ.พญ.อุษา ได้ชี้แจงด้วยว่า อุบัติการณ์โรคติดเชื้อต่างๆ เชื่อมโยงกันได้ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก อย่างเช่นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ๆ โรคไข้หวัดนก อีโบล่า เพราะมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายประการ เช่นเรื่องของไวรัสที่มีหลายสายพันธ์ กลุ่มประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการเคลื่อนย้ายเดินทางของคนทั่วโลกล้วนมีผลต่อภูมิคุ้มกันโรค อาจจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคได้ง่ายขึ้น จำเป็นที่จะต้องเน้นการควบคุมและป้องกันที่ได้ประสิทธิภาพ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแพทย์และนักวิชาการด้านนี้จึงเป็นความสำคัญยิ่ง

 

การจัดประชุมครั้งนี้ ทางสมาคมฯ ยังได้คัดเลือกผลงานการวิจัยเด่นๆ ของแพทย์ไทยมานำเสนอ 12 ชิ้น โดยรายงานในที่ประชุม และนำเสนอเป็นโปสเตอร์ติดบอร์ดภายในงาน เป็นผลการวิจัยที่มีประโยชน์ต่อสังคมและประชาชน ต่อการป้องกันโรคติดเชื้ออย่างยิ่ง อาทิเช่นงานวิจัยเรื่อง “โลกปลอดโรคพิษสุนัขบ้า” โดย นพ.วงศ์วัฒน์ ลิ่วลักษณ์ ผอ.กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัยกทม. เป็นการวิจัยที่พบวิธีบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อนำไปสู่โลกปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ One Health ขององค์การอนามัยโลก คือการจัดการให้คน สัตว์ สิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันได้อย่างดี ตามที่องค์การอนามัยตั้งเป้าไว้ว่าปี 2020 โลกจะต้องปลอดโรคพิษสุนัขบ้า

 

อีกงานวิจัยเป็นการพบครั้งแรกในโลกว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเข็มกระตุ้นเพียงเข็มเดียว มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังถูกสุนัขกัด จากเดิมที่ต้องฉีดกันหลายเข็ม โดยศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร หน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้วิจัย นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและเป็นการนำเสนอผลงานในการประชุมนี้เป็นครั้งแรกด้วย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายเรื่อง

Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com