พัทยาเดลีนิวส์

15 มิถุนายน 2554 :: 13:06:55 pm 66272

ไทย​จ่อ​เสีย “วง​โคจร​ดาวเทียม”

ไอซีทีตื่น! ดิ้นรนรักษาวงโคจรดาวเทียม 120 องศา ท่ามกลางเวลาจ่อคอหอย เหลือไม่ถึง 6 เดือน ไทยต้องมีดาวเทียมลอยอยู่ที่จุด พิกัดให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเสียสิทธิ์ตำแหน่งวงโคจรให้ประเทศอื่น ยอมรับโอกาสทำไม่ได้มีสูง เหตุ กสท ไม่มีใบอนุญาตดาวเทียม ขณะที่ รักษาการ กสทช.โบ้ยไม่มีอำนาจออกให้
สนใจโฆษณา

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า จากการ เดินทางไปร่วมประชุมกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ไอทียูขยายระยะเวลา การรักษาสิทธิ์ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 120 องศา และ 50.5 องศา ออกไปอีกระยะ เพื่อให้กระทรวงไอซีทีมี เวลาเตรียมความพร้อมให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดำเนินการศึกษาเพื่อยิงดาวเทียมไปไว้ในตำแหน่งวงโคจรดังกล่าว โดยตำแหน่งวงโคจร 120โองศา จะสิ้นสุดในเดือน พ.ย.54 และตำแหน่ง 50.5 องศา จะสิ้นสุดในเดือน พ.ค.55 ส่วนตำแหน่ง 126 องศา กับ 142 องศา จะสิ้นสุดในอีก 2 ปีข้างหน้า

แต่ผลปรากฏว่าทางไอทียูปฏิเสธที่จะให้ประ-เทศไทยขยายระยะเวลาการรักษาสิทธิ์ตำแหน่งวงโคจรดังกล่าว ฉะนั้น ไทยจึงต้องมีดาวเทียมในตำแหน่ง 120 องศา ภายในเดือน พ.ย.2554 นี้ให้ได้ มิเช่นนั้น ไทยจะเสียสิทธิ์ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมดังกล่าว ซึ่งจะ ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสอย่างมากเพราะเป็นตำแหน่งที่ดี และมีหลายประเทศสนใจ เช่น ญี่ปุ่น จีน สำหรับวิธีการนั้น นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ได้มอบหมายให้ กสท ไปศึกษาวิธีการที่เหมาะสม เช่น การเช่าดาวเทียมจากประเทศอื่นแล้วลากมาวางไว้ในตำแหน่ง 120 องศาก่อน หรือซื้อดาวเทียมจากประเทศที่กำลังสร้างและพร้อมยิงในอีก 6 เดือนข้างหน้า มาไว้ในตำแหน่งดังกล่าวเพื่อรักษาสิทธิ์วงโคจร

ทั้งนี้ นอกจากตำแหน่ง 120 องศา จะเป็นตำแหน่งที่ดีแล้ว ยังนำมาใช้ในกิจการเพื่อความมั่นคงของประเทศได้ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเล ซึ่งทางทหารต้องการเป็นดาวเทียมเพื่อความมั่นคง โดยเฉพาะการกำหนดทิศทางหรือเนวิเก-เตอร์ อีกทั้งยังสามารถนำมาเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ก็จะกลาย เป็นดาวเทียมแห่งชาติทันที ส่วนอีก 3 ตำแหน่งดาว เทียมนั้น ถือว่ายังพอมีเวลาในการเตรียมความพร้อมที่จะรักษาสิทธิ์ตำแหน่งวงโคจรดังกล่าว โดยกระทรวงไอซีทีจะรายงานให้ ครม.รับทราบในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่น ความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำงานควบคู่กับกระทรวงไอซีที โดยไอซีทีทำหน้าที่จองสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม ส่วน กสทช.เป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียม เมื่อรัฐบาลตัดสินใจให้ กสท เป็นผู้ดำเนินการรักษาสิทธิ์ิตำแหน่งวงโคจร ทาง กสทช.ก็ต้องออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้ กสท ด้วย ทั้งนี้ ไอซีที ได้หารือกับ กสทช.มาโดยตลอด แต่ กสทช.ไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับไอทียู

ซึ่งตามหลักการ กสทช.ควรจะเข้าร่วมประชุมด้วย เพราะถึงแม้ในช่วงนี้จะเป็นเพียงรักษาการ กสทช.แต่ก็ต้องดำเนินการ เพราะเป็นการรักษาสิทธิ์ของประเทศ

“ไม่ว่าหลังการเลือกตั้งพรรคการเมืองใดจะได้เป็นรัฐบาลและเข้ามาดูแลกระทรวงไอซีที ก็จะเสนอ เรื่องรักษาสิทธิ์ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมให้รัฐบาลชุดนั้นพิจารณา เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน และเป็นการ รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เช่นเดียวกับ กสทช. ก็ต้องร่วมกันในการรักษาวงโคจรดาวเทียมของประเทศด้วย ซึ่งกระทรวงไอซีทีจะนัดหารือกับ กสทช.อย่างเป็น ทางการอีกครั้ง เพื่อมิให้ประเทศสูญเสียโอกาสหรือถูกตัดสิทธิ์ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม”

นางจีราวรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมอยู่ 6 จุด คือตำแหน่ง 119.5 องศา ซึ่งเป็นตำแหน่งของดาวเทียมไอพีสตาร์ ตำแหน่ง 78.5 องศา ของไทยคม 5 และดาวเทียมไทยคม 6 ที่ เป็นดาวเทียมสำรอง ส่วนตำแหน่งที่ 120, 50.5, 126 และ 142 องศานั้น ประเทศไทยได้จับจองสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม ซึ่งแต่ละครั้งจะใช้เวลา 7 ปี โดย 4 ปีแรก จะเป็นการประสานงานระหว่างกระทรวงไอซีทีกับไอทียู เรื่องคุณสมบัติของดาวเทียมที่จะยิง ส่วน 2 ปีหลัง ต้องเตรียมยิงดาวเทียมไปยังตำแหน่งวงโคจรที่จองไว้ แต่หากไม่มีดาวเทียมในตำแหน่งก็ต้องคืนสิทธิ์ให้ประเทศอื่นๆ ที่ต้องการต่อไป ซึ่งในโลกนี้มีตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 360 องศา และมีประเทศกว่า 300 ประเทศ ซึ่งมีสิทธิ์ในวงโคจร ฉะนั้นการมีสิทธิ์ในตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมเป็นเรื่องที่ยากมาก จึงควรรักษาไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากศาลปกครองตัดสินว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ไม่มีอำนาจที่จะออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมใหม่อย่าง 3 จีได้ จะต้องรอให้มีการจัด ตั้งองค์กรใหม่คือ กสทช.ก่อน ทำให้รักษาการ กสทช. ในปัจจุบันไม่อยู่ในสถานะร่วมเดินทางไปเจรจากับไอทียูได้ ขณะเดียวกัน การออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมใหม่ให้ กสท ก็ไม่สามารถจะออกใบอนุญาตให้ได้เช่นกัน เนื่องจากการออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมถือเป็นใบอนุญาตใหม่ที่มีลักษณะเดียวกับใบอนุญาต 3 จี.
ที่มา : thairath

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com