พัทยาเดลีนิวส์

21 เมษายน 2553 :: 11:04:16 am 15297

ไม่เห็นด้วยขอเข้าเฝ้าฯ”มาร์ค”ซัด”จิ๋ว-สมชาย”นำขบวน

มาร์คไม่เห็นด้วยเรื่องเข้าเฝ้าฯ ขอพระกรุณาธิคุณแก้ปัญหาบ้านเมือง มองว่าเป็นการดึงสถาบันเบื้องสูงมาเกี่ยวข้อง ซัด จิ๋ว-สมชาย หน.ขบวนการ บิ้กเติ้งเตือนให้ถอนเรื่องแนะพี่จิ๋วคิดใหม่ให้ดี เสธ.หนั่นฝากถามจิ๋วช่วยคุยกับผู้ชุมนุมให้ย้ายไปที่อื่น
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (20 เม.ย. 53) จากกรณีที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย (พท.) อดีตนายกรัฐมนตรีและนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ จะขอเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อทรงพระกรุณามหาธิคุณแก้ไขปัญหาบ้านเมืองนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) กรณีดังกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเสียงสะท้อนในสังคมจะออกมาเหมือนๆ กันคือไม่เหมาะสมในความพยายามที่จะดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้องกับทางการเมือง และหลายคนก็มีความคลางแคลงใจในเจตนาของผู้พูดอยู่แล้ว เท่ากับว่าขณะนี้ทั้งสองท่านได้แสดงตัวว่าเป็นหัวหน้าของขบวนการที่เกิดขึ้นทั้งหมด”

เมื่อถามว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมดถูกปูทางเพื่อการดึงเอาสถาบันลงมาครั้งนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่สามารถตอบแบบนั้นได้ อย่างที่บอกไปแล้วว่าเป้าหมายของการเคลื่อนไหวนั้นมีหลายสิ่งบ่งบอกว่าไปไกลเกินกว่าการยุบสภา หรือเรื่องการเมืองเฉพาะหน้า หรือที่เกี่ยวข้องกับตนและรัฐบาล “เราต้องจัดลำดับความสำคัญคือ 1.การยืนยันความเป็นนิติรัฐ การบังคับใช้กฎหมายให้สำเร็จเป็นอย่างแรก ตามมาด้วย 2.การดำเนินการที่เกี่ยวกับการนำความสงบ การมีมติกาที่ตกลงกันได้ การแก้ปัญหาพื้นฐานที่มาของความขัดแย้ง และ 3.ปัญหาการเมืองทั่วไป ซึ่งอาจจะมีคำตอบว่ายุบสภาหรือลาออกก็ได้ ในเวลาที่เหมาะสม แต่ต้องทำเรื่องแรกกับเรื่องที่สองให้เสร็จก่อน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าวว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับท่านพล.อ.ชวลิต ที่จะนำหนังสือทูลเกล้าฯ ถือว่าไม่บังควรอย่างยิ่งในเหตุการณ์ขณะนี้ พล.อ.ชวลิตออกข่าวว่าดูแล้วฟังไม่ค่อยจะดีเท่าไร หากไม่โปรดเกล้าให้เข้าเฝ้าฯแล้วอีกกี่วันเกิดเรื่องขึ้นใครจะรับผิดชอบ พี่จิ๋วคิดใหม่และคิดดี ๆ หน่อย ผมว่าถอนเรื่องเถอะอย่าไปเข้าเฝ้าฯ มันเรื่องการเมืองให้พวกเราแก้การเมืองเองจะดีกว่า ท่านพล.อ.ชวลิตก็บอกพวกตัวเองถอยมาเถอะบอกง่ายนิดเดียวปัญหาก็จะจบ”

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า สาเหตุที่พล.อ.ชวลิต แถลงข่าวดังกล่าวนั้น เนื่องจากญาติผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายนมาที่พรรคพท. หลังเข้ารับพระราชทานความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายงานศพ ที่สำนักพระราชวัง ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตได้พบกับพล.อ.ชวลิต พร้อมระบุว่า เมื่อพระองค์ท่านทรงพระเมตตาพระราชทานความช่วยเหลือเงินค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายงานศพแล้ว ญาติผู้เสียชีวิตเลยบอกกับพล.อ.ชวลิตว่าอยากให้ความเข้าถึงพระเนตรพระกรรณอีกครั้งหนึ่ง ถ้าทรงมีพระเมตตาพระราชทานคำแนะนำหรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เหตุการณ์คลี่คลายก็จะเป็นบุญต่อญาติของเขาที่ตายไปแล้ว พล.อ.ชวลิต จึงนำเรื่องดังกล่าวมาแถลง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรค พท.ในฐานะคนใกล้ชิดพล.อ.ชวลิต กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต รู้ข้อมูลภายในว่าไม่มีหนทางใดที่จะคลี่คลายสถานการณ์ไม่ให้คนไทยฆ่ากันอง ท่านเห็นว่าใกล้เกิดกลียุค เลยต้องป้องกันไว้ก่อน ตนสอบถามพล.อ.ชวลิต ท่านก็หัวเราะ เพราะท่านก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องถูกโจมตีว่ากระทำการอันไม่บังควร แต่พล.อ.ชวลิตบอกว่า “พ่อของแผ่นดิน ท่านมีเมตตาต่อลูกๆเสมอดังนั้นใครจะว่าอย่างไรก็ชั่ง” ด้านนายพายัพ ชินวัตร น้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ปฎิเสธที่จะแสดงความเห็นถึงกรณีดังกล่าวระบุเพียงว่า ถ้าทุกฝ่ายถอยคนละก้าวก็จะเป็นทางออก ถ้าทุกคนแพ้แต่บ้านเมืองสงบสุขก็เป็นสิ่งที่ดีกว่าที่จะมีคนชนะแต่บ้านเมืองไม่สงบ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ไม่ค่อยเหมาะเท่าไร เพราะสร้างปัญหากันเองแล้วก็ไปกวนพระองค์ท่าน พล.อ.ชวลิต ก็มีส่วนในการสร้างปัญหาขึ้นมา เมื่อสร้างแล้วก็ต้องแก้เอง ไม่ควรไปรบกวนพระองค์

“ฝ่ายผู้เดินขบวนก็รุนแรง ฝ่ายรัฐบาลก็พยายามที่จะเจรจาเพื่อหาทางออก แต่ฝ่ายผู้เดินขบวนนั้นไม่รู้ว่าคิดอะไรถึงไม่ยอมเจรจา ในที่สุดรัฐบาลก็ต้องนำความสงบ ต้องรักษากฎหมาย ผมว่าแนวโน้มไม่ดีก็แล้วกัน” นายไตรรงค์กล่าว

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่บังควร แต่พล.อ.ชวลิตเป็นอย่างไรใครก็รู้อยู่ พยายามอย่างนี้มาตลอด ส่วนจะมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ ไม่ขอวิจารณ์ เรื่องนี้ไม่ควรดึงพระองค์ท่านลงมา เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องทางการเมือง ดังนั้นนักการเมืองควรจะแก้ปัญหากันเอง ส่วนตัวเห็นว่าการแก้ปัญหาต้องใช้การเจรจา เพราะไม่ว่าเหตุ 14 ตุลาคม 2516 , 6 ตุลาคม 2519 หรือพฤษภาทมิฬ ต่างก็จบด้วยการเจรจา เห็นด้วยกับการใช้เวทีรัฐสภาในการแก้ปัญหา

พล.ต.สนั่น กล่าวว่า อยากฝากไปถามพล.อ.ชวลิต และนายสมชาย ว่าไปพูดคุยกับผู้ชุมนุมย้ายเวทีจากสี่แยกราชประสงค์ไปที่อื่นได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะทำให้เศรษฐกิจเสียหายมาก เมื่อถามว่าการที่มวลชนออกมาต่อต้านคนเสื้อแดงเกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย 6 ตุลาหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เรื่องนี้อันตรายมาก ขณะนี้มีอยู่ 3 กลุ่ม รัฐบาลน่าจะไปคุยกับกลุ่มที่พอจะพูดคุยกันได้ เช่นกลุ่มเสื้อหลากสีและกลุ่มคนเสื้อเหลือง หากออกมาแล้วปะทะกัน จะทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โต เมื่อถามถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคร่วมกำลังหาคนกลางมาเป็นนายกฯแทนนายอภิสิทธิ์ พล.ต.สนั่นรีบปฏิเสธว่า “ไม่มีหรอกครับ”

ที่มา มติชน
ภาพ ไทยรัฐ

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com